คอลัมนิสต์

วันเสรีภาพสื่อโลก

วันเสรีภาพสื่อโลก

06 พ.ค. 2557

วันเสรีภาพสื่อโลก : โลกสาระจิปาถะ โดยกวี จงกิจถาวร

              ทุกวันที่ 3 ของพฤษาคม ถือเป็นวันเสรีภาพสื่อโลก เพื่อรำลึกถึงบทบาทสำคัญของนักหนังสือพิมพ์ทั่วโลก ที่ได้รายงานข่าวสารและนำข้อมูลต่างๆ มาสู่ประชาชน ไม่ว่าจะเป็นยามปกติหรือในสมรภูมิความขัดแย้งในปีหนึ่งๆ มีนักข่าวหลายร้อยคนทั่วโลกที่ตกเป็นเหยื่อของความรุนแรงและข่มขู่

              สื่อมวลชนไทยในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา เป็นข่าวพาดหัวทั่วโลก เนื่องจากสำนักงานหนังสือพิมพ์และสถานีโทรทัศน์หลายแห่งถูกข่มขู่ ในบริเวณที่มีความขัดแย้งนักข่าวในภาคสนามก็เช่นกัน ถูกกีดกันและการขัดขวางในการทำข่าวรวมทั้งนักข่าวต่างประเทศที่ตกเป็นหมายของการโจมตี ปรากฏการณ์เหล่านี้ทำให้ภาพลักษณ์ของเสรีภาพสื่อมวลชนไทยตกต่ำมากๆ เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นในอาเซียน

              ที่น่าสนใจคือ ไทยอยู่ในยุคของการเปลี่ยนแปลงอันยิ่งใหญ่ของสื่อมวลชน เพราะกำลังทิ้งยุคอนาล็อกมาเป็นดิจิทัลแบบเบ็ดเสร็จ มีการเปิดกว้างทีวีดิจิทัลแบบมาตรฐานและไฮด์เรโซลูชั่นแข่งขันแบบเสรี ในขณะที่ธุรกิจิอื่นๆ ในไทยกำลังเผชิญกับปัญหาภาวะชะงักงัน วงการสื่อดิจิทัลกลับถูกกระตุ้นอย่างไม่เคยมีมาก่อน มีการอัดฉีดเงินเป็นจำนวนมากมหาศาลถึงห้าหมื่นล้าน ทำให้บรรยกากาศของการแข่งขันทางสื่อดิจิทัลคึกคัก มีการซื้อตัวนักข่าว นักอ่านข่าว และทีมงานข่าวต่างๆ

              อย่างไรก็ดี ประเด็นที่ยังไม่ได้รับความสนใจคือ คุณภาพของสื่อมวลชนที่หน้าจอ เสียงวิทยุ หรือหน้าหนังสือพิมพ์ทั้งหลายว่า ยังอยู่ในระดับต่ำ ยังต้องมีการเสริมสร้างบุคลากรทางด้านนี้ สถาบันการศึกษาชั้นอุดมศึกษาที่มีหลักสูตรเกี่ยวสื่อสารมวลชนต้องปรับวิชาหลักที่สอนนักเรียนให้มีทักษะในการวิเคราะห์เจาะลึกข่าวต่างๆ ขณะนี้ต้องยอมรับว่า ในแต่ละวันมีข้อมูลมากมายที่ไม่มีการกลั่นกรอง แหล่งที่มาของข้อมูลเหล่านี้ส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากสำนักข่าว หรือตัวนักข่าวแบบในอดีต เนื่องจากในสมัยใหม่การใช้โซเชียลมีเดียมีมากมาย เร็วทันควน ทำให้การแพร่ขยายของข่าวหรือข่าวลือเป็นไปอย่างง่ายดายมาก

              มีความจำเป็น สถานีโทรทัศน์ สำนักข่าวหรือแหล่งข่าวปกติ ต้องมีการกลั่นกรองข่าวหรือให้การวิเคราะห์ที่มีคุณภาพเพื่อความน่าเชื่อถือของข้อเท็จจริงที่นำเสนอต่อสาธารณชน มิฉะนั้นข้อมูลหรือความคิดเห็นที่ไม่มีการกลั่นกรอง เต็มไปคำสบประมาท ผรุสวาท คำพูดที่สร้างความเกลียดชัง จากแหล่งข่าวสารพัดทางโซเชียลมีเดียก็จะเข้าแทนที่ทันที จนบางครั้งกลายเป็นข่าวกระแสหลัก ในสถานการณ์ที่มีความขัดแย้งความคิดเห็นที่มีความรุนแรง มักจะถูกหยิบยกขึ้นมาเสมอ สนับสนุนให้ความคิดเห็นรุนแรงได้รับการสนับสนุนเพิ่มขึ้นอีก

              บทบาทสื่อมวลชนในการเมืองไทย โดยเฉพาะในช่วงหน้าสิ่วหน้าขวานยังต้องหยิบขึ้นมาศึกษา สังเกตจากเหตุการณ์ความขัดแย้งการเมืองช่วงที่ผ่านมา บทบาทสื่อมีมากกว่าที่คิด เพราะเวทีสื่อทั้งในและนอกประเทศได้ถูกหยิบขึ้นมาเป็นตัวชี้หรือปัจจัยในการวางยุทธศาสตร์ของแต่ละวัน ของกลุ่มผู้เกี่ยวข้องต่างๆ จึงไม่แปลกแรงกดดันต่อสื่อมวลชนมีมากเป็นพิเศษ ทำให้เกิดเหตุการณ์แปลกๆ ที่ไม่น่าเกิดขึ้นในสภาวะปกติ

              ที่ชัดเจนสื่อมวลชนมีบทบาทมาก เป็นพระเอกก็ว่าได้ ไม่ได้เล่นเป็นบทพระะรองอย่างที่คิด ฉะนั้นคนในวงการสื่อมวลชนต้องมีการทำการบ้านมากขึ้น

              สื่อไทยในบริบทอาเซียนมีความเข้มข้นที่สุด เนื่องจากมีเสรีภาพสุดๆ ในการเขียนแสดงความคิดเห็นหรือขยายความคิดเห็นออกไป สื่อในอินโดนีเซียก็มีแนวโน้มเดียวกับไทย เพียงแต่ว่ายังไม่มีการแบ่งข้างอย่างชัดเจน การต่อสู้ทางการเมืองยังคงเป็นแบบเดิมเพื่อเอาชนะการเลือกตั้ง ไม่มีการเรียกร้องให้เลิกล้มระบบทุนนิยมต่างๆ เพราะในอินโดนีเซียระบบทุนนิยมหรือบทบาทอำมาตย์นั้น มีความยิ่งใหญ่ในสังคมมากกว่าไทยด้วยซ้ำไป ซึ่งบางกลุ่มเป็นพวกโอลิการ์คก็ว่าได้

              ตั้งแต่นี้ต่อไป คนทำงานสื่อบ้านเราต้องศึกษาหาความรู้เพิ่ม เพื่อปรับปรุงคุณภาพของข้อมูลที่ได้มา มีการตรวจสอบที่เข้มงวดขึ้น เพื่อจะได้รายงานและย่อยข่าวให้แก่ประชาชนทั่วไปได้รับรู้อย่างเข้าใจ เพื่อช่วยในการตัดสินใจของประชาชนในเรื่องต่างๆ ในชีวิตประจำวันในอนาคต