
สืบ7ลุยล้างบางแก๊งโจรคืนความสงบสุขให้สังคม
สืบ7ลุยล้างบางแก๊งโจร คืนความสงบสุขให้สังคม : สายตรวจระวังภัย มณเฑียร อินทะเกตุ
หลายปีมานี้ ชาวกรุงเทพมหานครที่อาศัยอยู่ในย่านฝั่งธนบุรี ต่างได้ยินชื่อ "แก๊งโอรส" ซึ่งเป็นชื่อของกลุ่มวัยรุ่นที่มีพฤติการณ์เข้าข่ายแก๊งมาเฟีย มีการใช้อาวุธทำร้ายกันและเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเครือข่ายยาเสพติด และยังใช้สื่อออนไลน์ โดยเฉพาะเฟซบุ๊ก ถ่ายภาพกิจกรรมที่สมาชิกกลุ่มทำร่วมกัน โดยเฉพาะการเสพยาและการอวดอาวุธข่มขู่ทำร้ายกันผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ ตำรวจจึงต้องรีบกวาดล้างจับกุมกลุ่มวัยรุ่น "แก๊งโอรส" เพื่อสกัดปัญหาอาชญากรรมในพื้นที่
"แก๊งโอรส" มีสมาชิกกลุ่มอยู่หลายสิบคน มีนายศรายุทธ ศรีกำเนิด หรือ แอล โอรส เป็นหัวหน้า ซึ่งถูกตำรวจจับกุมได้แล้วก่อนหน้านี้ นอกจากนี้ยังมีสมาชิกอีกหลายคนถูกจับดำเนินคดีไปแล้วเช่นกัน ล่าสุดเมื่อวันที่ 25 เมษายน ที่ผ่านมา นายวรพล บรรจบสุข หรือ "นิว โอรส" วัย 20 ปี เป็นสมาชิกแก๊งโอรสรายล่าสุดที่ถูกตำรวจกองกำกับการสืบสวนสอบสวนนครบาล 7 (กก.สส.น.7) จับกุม ตามหมายจับศาลจังหวัดตลิ่งชัน ที่ 687/2556 ลงวันที่ 4 กันยายน 2556 ในข้อหาร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นให้ปราศจากเสรีภาพในร่างกาย, ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ โดยใช้กำลังประทุษร้ายและมีอาวุธ, ร่วมกันบุกรุกเคหสถานโดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยมีอาวุธในเวลากลางคืน, ร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันพกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นไม่ถึงเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือ จิตใจ
พ.ต.อ.ทิวา โสภาเจริญ ผกก.สส.บก.น.7 ระบุว่า นิวโอรส ถือเป็นสมาชิกแก๊ง โอรสคนสุดท้าย ซึ่งตำรวจติดตามล่าตัวอยู่นานหลายเดือนกระทั่งสามารถจับกุมได้ โดยการติดตามจับกุม นิว โอรส เป็นไปตามนโยบายของ พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผบก.น.7 ที่ต้องการให้ทุกหน่วยในสังกัดเร่งติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่ก่อคดีอาชญากรรมทุกคดี ไม่ว่าจะเป็นคดีเล็กหรือคดีใหญ่ และไม่คำนึงว่าจะเป็นคดีค้างเก่าหรือคดีที่เกิดขึ้นใหม่ เพื่อคืนความสงบสุขให้แก่ประชาชน
"ไม่ว่าจะเป็นแก๊งโอรส หรือแก๊งไหนๆ ไม่ว่าจะก่อคดีเล็กหรือคดีใหญ่ ชุดสืบสวนของ กก.สส.น.7 จะเร่งรัดจับกุมให้ได้ทั้งหมด รวมถึงเครือข่ายอาชญากรรมที่ก่อเหตุลักทรัพย์ประชาชนในพื้นที่จะยิ่งให้ความสำคัญอย่างเช่นกรณีของนายอัครพล หรืออั๋น ทองที่ต้อประดับ อายุ 27 ปี และนายท็อป อายุ 18 ปี ที่มีพฤติการณ์ตระเวนขโมยรถจักรยานยนต์ของประชาชนในพื้นที่มาแล้วหลายครั้ง หากไม่เร่งจับกุมคนร้ายจะยิ่งได้ใจก่อเหตุซ้ำและถี่ขึ้น นำความเดือดร้อนมาสู่ประชาชน" พ.ต.อ.ทิวา กล่าว
จากการขยายผลจะพบว่า บ่อยครั้งที่การโจรกรรมรถจักรยานยนต์จะถูกนำไปใช้ในการก่อเหตุอาชญากรรมอื่น อย่างเช่น นายอั๋น และนายท็อป จะตระเวนขโมยจักรยานยนต์ที่เจ้าของจอดไว้โดยไม่ได้ล็อกคอ หรือลืมกุญแจเสียบคาทิ้งไว้ แล้วนำไปใช้ก่อเหตุอาชญากรรมอื่นต่อเช่น นำไปใช้เป็นพาหนะในการวิ่งราวทรัพย์ หรือจี้ชิงทรัพย์ หลังจากนั้นจะนำไปขายต่อให้นายนเรนทร์ หรือฟัก ขันทนิยม อายุ 28 ปี ในราคาถูกเพียงคันละ 3,000-3,500 บาท หลังจากนั้นจะมีการถอดชิ้นส่วนจำหน่ายเป็นอะไหล่ ซึ่งวิธีการเช่นนี้จะทำให้ตำรวจติดตามจับได้ยากขึ้น
พ.ต.อ.ทิวา ยืนยันว่า จะพยายามเร่งกวาดล้างจับกุมเครือข่ายคนร้ายที่ก่อเหตุในพื้นที่ให้ได้ทั้งหมด เพื่อเร่งคืนความสงบสุขให้แก่สังคมโดยเร็ว ซึ่งอยากให้ประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบของ กก.สส.น.7 มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข ไม่ต้องหวั่นเกรงภัยอาชญากรรม
...................................
(หมายเหตุ : สืบ7ลุยล้างบางแก๊งโจร คืนความสงบสุขให้สังคม : สายตรวจระวังภัย มณเฑียร อินทะเกตุ)



