
ไฟใต้
นับตั้งแต่เกิดเหตุปล้นปืนที่ค่ายกองพันทหารพัฒนาที่ 4 อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2547 จนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม 2552 รวมเวลา 5 ปีเศษ คุณทราบไหมครับว่า มีเหตุการณ์ไม่สงบเกิดขึ้นที่ชายแดนภาคใต้ใน จ.ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และบางอำเภอใน จ.สงขลา เ
คำตอบคือ 9,687 เหตุ ซึ่งถ้าแยกแยะออกมาก็จะพบว่าเป็นการก่อเหตุด้วยอาวุธปืนถึง 5,071 เหตุ นอกนั้นเป็นระเบิด 1,574 เหตุ วางเพลิง 1,396 เหตุ จากเหตุการณ์ทั้งหมดนี้เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 3,523 คน เป็นประชาชน 3,078 คน ซึ่งในจำนวนนี้เป็นครู 92 คน พระภิกษุสามเณร 5 รูป นอกนั้นเป็นตำรวจ 223 นาย ทหาร 222 นาย
จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทางการสามารถพิสูจน์ทราบเครือข่ายของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบได้ 9,715 คน เป็นสมาชิกของกลุ่มอูลามา 281 คน และแกนนำ 195 คน สมาชิกกลุ่มอาร์เคเค จำนวน 1,917 คน และแนวร่วม 5,033 คน จับกุมผู้ต้องสงสัยได้ 1,719 คน และส่งดำเนินคดี 364 คน โดยคดีมีการพิจารณาในชั้นศาล 175 คดี และศาลมีคำสั่งลงโทษจำเลย 184 คน ใน 114 คดี
อูลามา (Ulamah) ตามความหมายที่แท้จริง คือกลุ่มผู้ทรงความรู้และผู้นำทางศาสนาซึ่งทำหน้าที่ในการฟัดวา หรือพิจารณาวินิจฉัยข้อพิพาททางศาสนาอิสลาม มิได้มีความเกี่ยวข้องกับการก่อความรุนแรงแต่อย่างใด หากแต่ถูกนำชื่อมาแอบอ้างเพื่อสร้างความเชื่อถือแก่ผู้ที่หลงเชื่อ ซึ่งในสมัย รัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ จุลานนท์ ก็เคยมีแนวคิดที่จะตั้งสภาอูลามา (Majis Ulamah) เพื่อทำหน้าที่วินิจฉัยในเรื่องที่เกี่ยวกับศาสนาอิสลามมาแล้วเหมือนกัน
ส่วน อาร์เคเค (Runda Kumpalan Kecil : RKK) เป็นชื่อหลักสูตรขั้นสูงของหน่วยรบพิเศษของต่างประเทศ ประเทศหนึ่ง ซึ่งให้การฝึกอบรมหลักสูตรดังกล่าวแก่กองกำลังกู้ชาติปัตตานี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวไทยมุสลิมในพื้นที่ชายแดน สมาชิกในกองกำลังนี้จะถูกปลุกปั่นให้มีความเกลียดชังรัฐบาลสยาม โดยกล่าวอ้างถึงการรุกรานของสยามต่อรัฐอิสลามปัตตานีในอดีต และถือว่าเป็นภารกิจศักดิ์สิทธิ์ของลูกหลานชาวปัตตานีในการต่อสู้เพื่อเรียกร้องดินแดนคืน
เมื่อพิจารณาถึงมูลเหตุของเหตุการณ์ไม่สงบในชายแดนภาคใต้ จะเห็นว่ามีปมปัญหาที่ซับซ้อนและสร้างสมมาเป็นเวลานาน จากทั้งเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นมาแล้วซึ่งคงไม่มีใครจะสามารถย้อนเวลากลับเข้าไปแก้ไขอะไรได้ นอกจากนี้ยังมีความเปราะบางทางด้านศาสนา การเมือง เศรษฐกิจ สังคม และจากวิเทโศบายของบางประเทศที่มีต่อประเทศไทย ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องยอมรับความเป็นมาเหล่านั้น
บางเรื่องเราคงต้องยอมรับความจริงในอดีตและความผิดพลาดบกพร่องต่างๆ ที่เกิดขึ้นในยุคต่อๆ มา บางเรื่องก็จำเป็นต้องแก้ไขความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนและหาทางทำความเข้าใจร่วมกันใหม่ บางเรื่องก็จำเป็นต้องมีการปรับปรุงระบบการบริหารจัดการองค์กรและหน่วยงานในพื้นที่ บางเรื่องก็ต้องใช้กุศโลบายด้านการต่างประเทศในเชิงรุกทั้งกับประเทศที่ให้การสนับสนุนผู้ก่อความไม่สงบและนานาชาติในเวทีโลก ฯลฯ
ผมไม่คิดว่าการใช้วิธีปราบปรามอย่างเด็ดขาด หรือ “ตาต่อต่อ ฟันต่อฟัน” จะสามารถแก้ไขเหตุการณ์รุนแรงให้จบสิ้นลงได้ทั้งในขณะนี้และระยะยาว นอกจากจะเป็นการสร้างปัจจัยให้กลุ่มที่ก่อความไม่สงบใช้เป็นเครื่องมือในการร้องขอความสนับสนุนและความเห็นใจจากมวลชนในประเทศและรัฐบาลของประเทศภายนอก
และผมก็ไม่เห็นด้วยกับการเรียกชื่อกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบว่าอูลามา อันเป็นชื่อที่มีความหมายสำคัญทางศาสนาอิสลาม หรือ อาร์เคเค ตามชื่อหลักสูตรฝึกอบรมของหน่วยรบพิเศษของบางประเทศ เพราะมีแต่เพิ่มความรู้สึกที่ไม่ดีต่อพี่น้องชาวไทยมุสลิมและอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หากควรที่จะหาชื่ออื่นที่สื่อแสดงพฤติกรรมที่โหดเหี้ยมรุนแรงและการบิดเบือนคำสอนของศาสนาอิสลาม มาใช้ในการเรียกกลุ่มดังกล่าวแทน
เหตุการณ์ไม่สงบในชายแดนภาคใต้ ที่ดำเนินมา 5 ปีเศษ และจำนวนความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงโอกาสในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และทรัพยากรธรรมชาติ นับเป็นการสูญเสียครั้งสำคัญครั้งหนึ่งของประเทศและประชาชนไทยไม่ว่าจะนับถือศาสนาใดก็ตาม และเราทุกคนคงอยากเห็นพื้นที่ชายแดนภาคใต้ กลับมาเป็นดินแดนแห่งสันติสุขและความสงบร่มเย็นเหมือนเช่นเดิม



