คอลัมนิสต์

แสงนำทางสู่ปฏิรูปชาติ

แสงนำทางสู่ปฏิรูปชาติ

02 พ.ค. 2557

แสงนำทางสู่ปฏิรูปชาติ : บทบรรณาธิการ ประจำวันที่ 2 พ.ค. 57

 
                          กรณีศาลปกครองกลางพิพากษาให้ทายาทมรดกของนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่กรุงเทพมหานคร (กทม.) ผู้ฟ้องเป็นเงิน 587 ล้านบาท หรือร้อยละ 30 ของความเสียหายจำนวน 1,958 ล้านบาท ในคดีที่นายสมัครกระทำความผิดเกี่ยวกับการจัดซื้อรถ-เรือดับเพลิง หลังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดว่า นายสมัครร่วมกันกับ บริษัท สไตเออร์ เดมเลอร์ พุค สเปเชียล ฟาห์รซอยก์ จํากัด ประเทศออสเตรีย กำหนดราคาซื้อขายให้สูงเกินจริง เช่นเดียวกับที่นายประชา มาลีนนท์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่ากระทรวงมหาดไทย ต้องจ่ายค่าเสียหายให้แก่ กทม.ในวงเงินความเสียหายเดียวกัน เพราะเข้าไปเกี่ยวข้องกับคดีขณะดำรงตำแหน่ง
 
                          คดีดังกล่าวเป็นความสืบเนื่อง จากการสืบสาวราวเรื่องกันนานนับสิบปี จนเมื่อป.ป.ช.มีมติและได้ยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และศาลฎีกามีคำพิพากษาจำคุกนายประชา 12 ปี พร้อมกับ พล.ต.ต.อธิลักษณ์ ตันชูเกียรติ อดีตผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กทม. ฐานกระทำผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ (ฮั้วประมูล) พ.ศ.2542 จากกรณีการจัดซื้อรถและเรือดับเพลิง พร้อมอุปกรณ์บรรเทาสาธารณภัย ตามโครงการพัฒนาระบบบริหารและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กทม.มูลค่ากว่า 6,687 ล้านบาท แต่ทั้งสองหลบหนีคดี ขณะที่ผู้ต้องหาอีกส่วนหนึ่งศาลเห็นว่าไม่มีพยานหลักฐานว่าร่วมกระทำผิด พิพากษายกฟ้อง
 
                          "คำพิพากษา" ของศาลปกครองกลางครั้งนี้ ต้องถือเป็นอีกคดีตัวอย่างหนึ่งที่ศาลปกครองวินิจฉัยความเสียหายอันเกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐไปในทางมิชอบ ทั้งยังจะเป็นบรรทัดฐานด้วยว่า ต่อไปคดีในลักษณะประพฤติมิชอบหรือฉ้อราษฎร์บังหลวงนั้น หน่วยงานรัฐพึงต้องถือเป็นหน้าที่ในอันที่จะฟ้องคดีเพื่อหาผู้รับผิดชอบ ไม่เพียงแต่ทางอาญาเท่านั้น ไม่ว่าผลทางคดีจะออกมาในรูปแบบใดก็ตาม หรือพูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ หากเกิดกรณีความเสียหายขึ้น จะต้องมีผู้รับผิดชอบต่อสังคมและประชาชนผู้เสียภาษีทุกบาททุกสตางค์ อันจะเป็นดั่งวัคซีนทางสังคมป้องปรามผู้คิดกระทำการทุจริตคดโกง และเป็นแนวทางนำไปสู่การสืบสาวในบางกรณีในอนาคตให้เข้าถึงทรัพย์สินต่างๆที่มีหลักฐานยืนยันได้ว่าเกี่ยวเนื่องกับผู้กระทำความผิด
 
                          ท่ามกลางเสียงเรียกร้องให้ปฏิรูปการเมือง ปฏิรูปประเทศไทย กระหึ่มกึกก้องอยู่ในขณะนี้ ต้องยอมรับความจริงประการหนึ่งว่า การปฏิรูปใดๆ จะไม่อาจเกิดขึ้นได้เลย ตราบเท่าที่คุณธรรม จริยธรรมของคนในสังคมยังพร่องไปจากมาตรฐานที่ควรจะมี โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจากประชาชนสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันเข้ามาทำหน้าที่ตัวแทนและบริหารชาติบ้านเมือง ยังมีพฤติกรรมเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวและพวกพ้อง อยู่ในวังวนของความสิ้นหวัง "คำพิพากษา" ศาลปกครองดังที่ยกมานี้ จึงเป็นดั่งประกายแสงหนึ่งซึ่งช่วยชี้นำทางให้แก่สังคม อันจะนำไปสู่การวางมาตรฐานใหม่ สำหรับการดำเนินการเกี่ยวกับคดีความผิดในทางปกครอง โดยเฉพาะในกรณีที่ก่อให้เกิดความเสียหายขึ้นกับรัฐ ที่จะต้องสืบสวนเอาความให้ถึงที่สุด เป็นเทียนส่องทางนำไปสู่จุดหมายของการปฏิรูปอย่างแท้จริง