คอลัมนิสต์

เลือกจบแบบไหน?

เลือกจบแบบไหน?

30 เม.ย. 2557

เลือกจบแบบไหน? : ขยายปมร้อน โดยอรรถยุทธ บุตรศรีภูมิ สำนักข่าวเนชั่น

               จับสัญญาณที่ออกมาจากด้านต่างๆ แล้ว เชื่อได้ว่าความอึมครึมทางการเมืองที่ดำรงมากว่า 6 เดือน น่าจะใกล้ถึงจุดสิ้นสุดเต็มทีแล้ว

               สัญญาณที่ว่าออกมาจากส่วนต่างๆ ไม่ว่าเงินทุนต่างชาติที่เริ่มไหลเข้า การเปิดเกมเจรจาของทั้งสองฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่าทีของ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" รวมไปถึงเวลาในการตัดสินชี้ชะตา "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" โดยองค์กรอิสระ

               รวมไปถึงท่าทีที่อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัดขององค์กรอิสระ อย่าง ศาลรัฐธรรมนูญ และ ป.ป.ช. ที่เปิดโอกาสให้นายกฯ ชี้แจงเรื่องที่ถูกกล่าวหาได้มากขึ้น ทำให้หลายคนเชื่อว่าการเจรจาน่าจะเป็นไปได้ด้วยดี

               แม้ท่าทีของ "สุเทพ เทือกสุบรรณ" จะยังคงแข็งกร้าวปฏิเสธการพูดคุย แต่นั่นอาจจะเป็นเพียงอีกหนึ่งฉากหน้าของการต่อสู้ เพราะการมีคนที่ยังชุมนุมอยู่ก็เหมือนมีกำลังหนุนหลังเพิ่มอำนาจการเจรจาต่อรอง เช่นเดียวกับรัฐบาล เราจึงจะได้เห็นการนัดชุมนุมใหญ่ของคนเสื้อแดงในวันที่ 6 พฤษภาคม นี้

               คำถามใหญ่คือ ฉากจบจะเป็นเช่นไร คำตอบที่ควรจะเป็นและทุกฝ่ายอยากเห็นตั้งอยู่บนโจทย์ "เลือกตั้ง" และ "ปฏิรูป"  เพราะนี่คือความต้องการจากทั้งสองฝั่ง แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าระยะเวลาของทั้งสองเรื่องจะเป็นอย่างไร

               แน่นอนว่ารัฐบาลและพรรคเพื่อไทยอยากให้กำหนดวันเลือกตั้งก่อนอย่างแน่นอน เพราะแม้องค์กรอิสระจะมีทีท่าอ่อนลง แต่ข้อกล่าวหา "ยิ่งลักษณ์" นั้นหนักหน่วงยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจำนำข้าว หรือเรื่องโยกย้าย "ถวิล เปลี่ยนศรี" ที่แม้แต่ "ทักษิณ ชินวัตร" และคนในเพื่อไทยเองก็ออกอาการยอมรับชะตากรรม หากแต่ยังจะสู้เรื่องการรักษาการของ ครม. ต่อไป

               ดังนั้น เมื่อ "นายกฯ" พ้นสภาพ การเลือกตั้งใหม่ย่อมเป็นทางออกที่ดีที่สุด เพื่อการันตีการกลับเข้าสู่อำนาจอีกครั้ง

               ด้านฟากฝั่งประชาธิปัตย์เอง ก็อยากลงเลือกตั้งเต็มทน เพราะบ้านเมืองเว้นวรรคจากการมีรัฐบาลนานเกินไป หากยืดเยื้อไปกว่านี้อาจจะถึงขั้นวิกฤติ ซึ่งบรรดานายทุนพรรคเองก็รู้เรื่องนี้ดี ยิ่งฝืนนานก็อาจจะกลายเป็นผู้ร้าย หาก "นายกฯ" ถูกตัดสิทธิ์และยังขัดขวางการเลือกตั้ง 

               จริงอยู่ที่การเลือกตั้งไม่ใช่ทั้งหมดของประชาธิปไตย แต่ก็ไม่มีประชาธิปไตยที่ไหนที่ไม่มีการเลือกตั้ง

               ยิ่งกว่านั้น ท่าทีวันนี้ของ กกต. ก็อยากจะจัดให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 20 กรกฎาคม แม้พรรคเพื่อไทยอิดออดว่าเป็นเวลาที่ยาวนานเกินไป แต่การโอนอ่อนตาม ก็เท่ากับการันตีว่าจะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นแน่นอน

               ที่เหลือก็แค่กำหนดว่า การปฏิรูปจะทำเช่นไร ระหว่างนี้จนไปถึงวันเลือกตั้ง จะมีอะไรที่ควรปฏิรูปบ้าง หรือจะทำสัญญาประชาคมอย่างไรว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งในสมัยหน้าจะเป็นรัฐบาลเฉพาะกาลที่มีหน้าที่ในการปฏิรูปและมีระยะเวลาจำกัดในการอยู่ในอำนาจ

               ส่วนจะถึงขั้นต้องทำ "ประชามติ" แนวทางในการปฏิรูปว่าจะทำในประเด็นใด หรือจะต้องถึงขั้นให้คู่ขัดแย้ง "เว้นวรรคทางการเมือง" หรือไม่ ยังเป็นเงื่อนไขที่อาจจะอยู่ในการเจรจา

               อย่างไรก็ตาม เหล่านี้คือกรณีที่ดีที่สุด หากเจรจากันได้ แต่หากการเจรจาล่ม เพราะข้อเรียกร้องของใครบางคนที่มากเกินกว่าจะรับ หรือต้องการจะเอาชนะแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด เมื่อนั้นเกมจะเปลี่ยน

               กองหนุนในนาม "ผู้ชุมนุม" ที่เคยถูกใช้เป็นเครื่องมือเพิ่มแต้มต่อในการต่อรอง จะถูกปรับเปลี่ยนมาเป็นแนวหน้าในการเข้าฟาดฟันกัน เพราะขณะนี้ทั้งสองฝั่งก็ได้ตั้งม็อบรอไว้อยู่แล้ว

               และหากเป็นเช่นว่า การหลีกเลี่ยงความรุนแรง หรือการปะทะก็เป็นเรื่องที่ทำได้ยากยิ่ง เพราะเมื่อนั้นความเกลียดชังแต่ละฝั่งจะถูกฝังเข้าไปในมวลชนของตัวเองอย่างเต็มที่ และจุดจบที่มาถึงก็ไม่น่าจะสวยงาม


...............

(หมายเหตุ : เลือกจบแบบไหน? : ขยายปมร้อน โดยอรรถยุทธ บุตรศรีภูมิ สำนักข่าวเนชั่น)