
ความดีไม่ได้หมายความว่าจะถูกต้อง
ความดีไม่ได้หมายความว่าจะถูกต้อง : ขยายปมร้อน โดยศรุติ ศรุตา
การเดินสายของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ขายแนวคิดเรื่องปฏิรูป กำลังทำให้ภาพลักษณ์และแนวคิดของเขาถูกตั้งข้อกังขา ถึงแม้ว่า เจ้าตัวจะยืนกรานบอกว่า มีความหวังดีต่อชาติบ้านเมือง
อภิสิทธิ์ ยังย้ำหนักแน่นว่า จะไม่ขอเป็นายกฯ คนกลาง ตามเสียงร่ำลือว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ยอมแลกเก้าอี้บริหารสูงสุด กับการเปิดทางให้มีการเลือกตั้ง
แต่ความสับสนก็ยังคงมีอยู่ เนื่องจาก อภิสิทธิ์ บอกว่า การเลือกตั้งก่อนการปฏิรูป ตามแนวคิดของพรรคเพื่อไทยนั้นมันเป็นไปไม่ได้ ขณะเดียวกัน จะให้มีการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้งภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ตามแนวทางของ กปปส. ก็เป็นไปไม่ได้ด้วยเช่นกัน
แต่เมื่อถามว่าแล้วจะเอาอย่างไร อภิสิทธิ์กลับบอกว่า ต้องรอให้การเดินสายสิ้นสุดลงเสียก่อน
นั่นคือแนวคิดของ อภิสิทธิ์ ที่ไม่เกี่ยวกับ "ความเร็ว" ในการตัดสินใจ "เชื่อ" หรือไม่เชื่อของประชาชนคนทั่วไป โดยเฉพาะกลุ่ม กปปส.
ก้าวย่างของ อภิสิทธิ์ ในจุดนี้ดูแล้ว เสี่ยงเกินไป ท้าทายมวลชนเกินไป และเมื่อตัดสินใจก้าวไปแล้ว ก็ไม่สามารถหยุดได้ เพราะหากทำเช่นนั้น ไม่เพียงแต่ว่า ความเชื่อมั่นจะลดวูบลง หากแต่จะกลายเป็นตัวตลก ที่วันหนึ่งก็บอกว่า ต้องปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง แต่ในอีกวันหนึ่งก็บอกว่า ทำแบบนั้นไม่ได้ ถึงแม้จะอยู่ภายใต้หลักคิดที่ว่า ทำดีเพื่อบ้านเพื่อเมืองก็ตาม
แต่ถ้าจับพลัดจับผลูมีคนเอาด้วย ภาพของ อภิสิทธิ์ ก็จะกลายเป็นว่า เอียงไปหาอีกฝ่าย (ซึ่งตอนนี้ก็ถูกมองอย่างนั้นอยู่) โดยเฉพาะจากสายตาของมวลมหาประชาชน
ถ้าหากปล่อยให้วันเวลาทอดยาวออกไป บอกได้เลยว่า งานนี้ ไม่มีเจ๊า มีแต่เจ๊ง
ยิ่งไปให้สัมภาษณ์ว่า ภายในต้นเดือนนี้ หากไม่ได้รับการยอมรับ ก็จะหยุด...เรื่องราวมันคงไม่ได้ง่ายดายขนาดนั้น
คนระดับอดีตนายกรัฐมนตรี เป็นหัวหน้าพรรคเก่าแก่ และยังเป็นผู้ที่ถูกคาดหวังว่า จะได้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีก ความเชื่อมั่นมันมีมากกว่าคนปกติทั่วไป
การพูดจาหากเปลี่ยนไป-มา หรือบอกว่า ถ้าไประดับหนึ่งแล้วไม่มีใครเอาด้วยก็จะหยุด มันแปร่งๆ ยังไงพิกล
ต่างจาก กำนัน สุเทพ เทือกสุบรรณ กับมวลมหาประชาชน ที่บอกว่าต้องให้ นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ลาออก เพื่อทำการปฏิรูปการเมือง โดยที่กฎหมาย หรือรัฐธรรมนูญเปิดทางไว้หรือไม่ค่อยไปว่ากันภายหลัง วันแรกๆ เป็นอย่างไร ในวันนี้ก็ยังยืนหยัดอยู่
ถึงแม้ว่าเจตนาก็คือ เพื่อให้บ้านเมืองเดินต่อไปให้ได้ เพราะเมื่อถึงจุดหนึ่งแล้ว ไม่มีใครได้อะไรทุกอย่างที่อยากได้
แต่เมื่อเปิดทางให้อีกฝ่ายได้เดิน โดยที่ไม่ได้เป็นผู้นำของมวลมหาประชาชน ประกอบกับ คนในพรรคเพื่อไทยเปิดทางว่า หากอภิสิทธิ์ สนใจอยากจะพูดคุยกับยิ่งลักษณ์ หรืออยากจะเจรจากับ พ.ท.ท.ทักษิณ ก็ยังมีหลายช่องทางที่พูดคุยกันได้...นี่ก็ยิ่งทำให้ความเชื่อเพิ่มมากขึ้น โดยที่หลายคนไม่ต้องการการพิสูจน์เสียด้วยซ้ำ
ขณะเดียวกัน เสียงตอบรับจากพรรคเพื่อไทยในการเดินสายของ อภิสิทธิ์ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับการตอบรับจากพลพรรคเสื้อแดง ที่ยังเชื่อมั่นว่าชัยชนะของพวกเขามีขึ้นได้ โดยที่ไม่ต้องอาศัยการปฏิรูปตามแนวทางที่ อภิสิทธิ์ หรือ กปปส.อยากให้เกิดขึ้น
ส่วน กปปส.ก็เชื่อมั่นว่า จุดสิ้นสุดของปัญหา หรือจุดเริ่มต้นของกระบวนการปฏิรูปประเทศ น่าจะเกิดขึ้นได้หลังช่วงต้นเดือนพฤษภาคม ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญ และองค์กรอิสระได้กำหนดตารางการทำงานของตนเองเอาไว้แล้ว โดยที่ไม่ต้องไปรีบร้อนพึ่งพากลไกพิเศษเร่งรัดให้มีการปฏิรูปในช่วงไม่กี่วันที่เหลือนี้
สิ่งที่อภิสิทธิ์ (คง) จะได้เพียงอย่างเดียวก็คือ ความตั้งใจดีต่อบ้านเมือง แต่ "ความดี" ก็ไม่ได้หมายความว่าจะ "ถูกต้อง" เสมอไป ตราบใดที่การทำความดีนั้น ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์
..............................................
(หมายเหตุ : ความดีไม่ได้หมายความว่าจะถูกต้อง : ขยายปมร้อน โดยศรุติ ศรุตา)



