
'อูวินทิน'นักนสพ.พม่าตัวอย่าง
'อูวินทิน'นักนสพ.พม่าตัวอย่าง : โลกสาระจิปาถะ โดยกวี จงกิจถาวร
นักหนังสือพิมพ์พม่า อู วินทิน ได้จากโลกไปแล้วเมื่อวันจันทร์ที่แล้ว ด้วยอายุ 84 ปี น่าเสียดายและน่าเสียใจ เขาเป็นนักหนังสือพิมพ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชียอาคเนย์ มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ยังต้องต่อสู้เรื่องเสรีภาพสื่อกับทรราชในพม่า
มันเป็นความเชื่อของเขาที่ว่า พม่ายังไม่สิทธิเสรีภาพ ถึงแม้ว่ารัฐบาลพม่าในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา มีการปฏิรูปการเมือง เศรษฐกิจ อย่างกว้างขวางก็ตาม รวมทั้งด้านสื่อมวลชน วินทินไม่ยอมรับท่าเดียว
พม่าเป็นประเทศเดียวในอาเซียนที่มีการจองจำนักหนังสือพิมพ์เป็นเวลาหลายปี ในกรณีของวินทิน เขาถูกจับในช่วงที่ประชาธิปไตยพม่ากำลังเบิกบานในปี 1988 ติดคุกอยู่ถึง 19 ปี ประสบการณ์แบบนี้ในบริบทอาเซียนไม่มีอีกแล้ว ทั้งนี้ เป็นเพราะว่าพม่าเป็นประเทศล่าสุดที่มีการปฏิรูปสื่อ ในเวียดนาม นักหนังสือพิมพ์หรือบล็อกเกอร์มักจะถูกฝ่ายรัฐบาลข่มขู่และนำขึ้นศาลด้วยข้อหาต่างๆ นานา แต่จะไม่มีแบบพม่าที่จับนักข่าวติดคุกนานขนาดนี้ อูวินทินถือเป็นฮีโร่นักหนังสือพิมพ์คนสุดท้ายของภูมิภาค
ใน ปี 2003 ผู้เขียนเป็นประธานลูกขุนของคณะกรรมการตัดสินรางวัลสื่อเสรีภาพโลกขององค์การยูเนสโก พวกลูกขุนได้ตัดสินใจให้รางวัลแก่วินทิน เนื่องจากมีความกล้าหาญที่ต่อสู้กับทรราชทหารพม่า ซึ่งถือว่ารางวัลนี้เป็นรางวัลโนเบลสาขาสื่อของโลก นับว่าเป็นครั้งแรกที่นักหนังสือพิมพ์ในอาเซียนได้รับเกียรติอันสูงสุด
โดยทั่วๆ ไปนักหนังสือพิมพ์อาเซียนโชคดี ยังมีเสรีภาพในการแสดงออกความคิดเห็น เนื่องจากบรรยากาศการเมืองได้พัฒนาเปิดกว้างขึ้น ถึงแม้ว่าในบางประเทศในบางกรณีจะมีเรื่องละเอียดอ่อน อาจจะเสนอตรงไปตรงมาไม่ได้ เช่น ปัญหาเรื่องโรฮิงญาในพม่า หรือหยิบประเด็นการประเมินการทำงานของพรรคคอมมิวนิสต์ลาว หรือเวียดนามในสื่อมวลชนท้องถิ่น พูดง่ายๆ คือ สมาชิกอาเซียนทุกประเทศมีเรื่องต้องห้ามบางเรื่องที่ไม่ควรเขียน ในขณะเดียวกันต้องยอมรับว่า พื้นที่การแสดงออกทางสื่อมวลชนต่างๆ มีมากขึ้นกว่า 20 ปีที่ผ่านมา
อนาคตของประชาคมอาเซียนจะเป็นจริงหรือไม่ ขึ้นอยู่กับความสามารถของสื่ออาเซียนในการช่วยผลักดันให้ความฝันอันนี้เป็นจริง ปัจจุบันสื่ออาเซียนยังไม่ได้รวมตัวเป็นกลุ่มเป็นก้อน แบบภาครัฐหรือเอกชนที่ได้ทำกัน โดยเฉพาะทางด้านเศรษฐกิจ สื่อในอาเซียนยังต่างฝ่ายต่างอยู่ ยังคงแบ่งแยกออกเป็นกลุ่มๆ ตามที่องค์กรระหว่างประเทศจัดอันดับเสรีภาพสื่อจัดออกมาทุกๆ ปี
ถึงเวลาแล้ว สื่ออาเซียนต้องรวมตัวกันเป็นปึกแผ่น ส่งเสริมเสรีภาพในภูมิภาคและเพิ่มพูนความเป็นน้ำหนึ่งเดียวกันในประชาคมอาเซียนให้ได้ ไม่ใช่สนใจแต่เรื่องเสรีทางการค้าและการลงทุนอย่างเดียว ด้านเสรีภาพและสิทธิมนุษยชนมีความสำคัญพอๆ กัน ต้องใส่ใจเช่นกัน เพราะเสรีภาพด้านหนึ่งมักจะเกี่ยวโยงกับเสรีภาพอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ สังคมและความมั่นคง เสรีภาพต้องเป็นแบบบูรณาการ
ที่น่าสนใจคือ ในประชาคมยุโรปนั้น สื่อมีความรู้สึกร่วมที่ดี มีการายงานข่าวของแต่ละประเทศอย่างทั่วถึง ผิดกับอาเซียน ไม่มีการรายงานข่าวเกี่ยวกับสมาชิกแต่ละประเทศเท่าที่ควร หรือแม้การรายงานข่าวที่เกี่ยวกับอาเซียนในฐานะองค์กรด้วยซ้ำไป
ขณะนี้สภาหนังสือพิมพ์ไทยและอินโดนีเซียกำลังร่วมมือกัน เพื่อก่อตั้งสภาสื่ออาเซียน (Asean Press Council) ขึ้นมารองรับประชาคมอาเซียน ในแผนปฏิบัติงานอาเซียน มีการพูดถึงบทบาทสื่อมวลชนในการส่งเสริมความมีส่วนร่วมของคนอาเซียน 630 ล้านคน โดยเฉพาะในส่วนเสริมอัตลักษณ์อาเซียน
นับเป็นครั้งแรกที่มีความพยายามในระดับนี้ สื่อมวลชนในอาเซียนไม่มีการไปมาหาสู่กันแบบสื่อในอเมริกาหรือแอฟริกา ซึ่งมีการร่วมมือกันอย่างเหนียวแน่น ในอดีตบางประเทศยังไม่ได้เป็นสมาชิกอาเซียนไม่สามารถนำเข้ามาร่วมกิจกรรมได้ ตอนนี้ทุกประเทศในเอเชียอาคเนย์ได้เข้ามาอยู่หลังคาอาเซียนเรียบร้อยแล้ว ไม่มีการกีดกันอีกต่อไป
ประชาคมสื่ออาเซียนจึงเป็นเสาพิเศษล่องหนที่มีความสำคัญในการทำให้ความฝันของผู้ก่อตั้งอาเซียนเป็นความจริง



