
ประคับประคอง
ประคับประคอง : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 28 เมษายน 2557
หลังจาก พล.อ.สายหยุด เกิดผล อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด ในฐานะประธานคณะรัฐบุคคล ออกมาเปิดเผยว่า พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เห็นด้วยกับแนวทางของคณะรัฐบุคคล ที่จะเสนอทูลเกล้าฯ ถวาย เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤติบ้านเมือง และขอให้คณะรัฐบุคคลร่างพระบรมราชโองการ เพื่อส่งกลับไปให้พล.อ.เปรมนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย ได้มีความเห็นออกมาจากฝ่ายต่างๆ อย่างกว้างขวาง กล่าวสำหรับท่าทีพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นที่ทราบกันว่า มี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อยู่เบื้องหลังนั้น นายนพดล ปัทมะ กรรมการกิจการพรรคเพื่อไทย ออกมาตีปลาหน้าไซ ด้วยการให้สัมภาษณ์ว่า พล.อ.เปรมเป็นถึงประธานองคมนตรี เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมือง คงจะทำอะไรตามรัฐธรรมนูญ ข้อเสนอของคณะรัฐบุคคลไม่มีกฎหมายรองรับ วันนี้ทางออกที่ตรงและสั้นที่สุดคือ การเลือกตั้ง อย่าไปเรียกร้องสิ่งที่อยู่นอกกรอบรัฐธรรมนูญ ขณะนี้บ้านเมืองยังไม่ถึงทางตันถึงขนาดต้องใช้รัฐธรรมนูญ มาตรา 7
ขณะที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก็ยังคงเดินสายพบกับบุคคลสำคัญ เพื่อแสวงหาทางออกของประเทศ โดยวันจันทร์ที่ 28 เมษายนนี้ ผู้นำฝ่ายค้านมีกำหนดนัดเข้าพบปะหารือกับ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และวันที่ 29 เมษายน ยังมีนัดพบปะกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยที่วันรุ่งขึ้นนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ก็มีนัดหารือกับ กกต.ด้วยเช่นกัน และนายอภิสิทธิ์เองก็แสดงท่าทีผ่านมาทางพรรคประชาธิปัตย์ว่า พร้อมที่จะพบปะกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ หากแต่มีเงื่อนไขว่า การพบปะนั้นจะต้องถ่ายทอดสดผ่านทางทีวี เพื่อป้องกันการบิดเบือน เช่นเดียวกับที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็บอกผ่านมาทางพรรคเพื่อไทยว่า พร้อมเจรจา แต่ต้องยึดหลักกฎหมายและรัฐธรรมนูญ
กล่าวสำหรับความเคลื่อนไหวของมวลชนสองฝ่าย ซึ่งถือว่าเป็นแรงกดดันเร่งเร้าให้การเจรจาเกิดขึ้นโดยเร็ว ทั้งคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) โดยการนำของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. กับแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่มีนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.เป็นหัวหอก ยังคงยืนอยู่ในจุดเดิม และมีแนวโน้มว่าอาจจะเผชิญหน้ากันขึ้นได้ โดย นปช.นัดชุมนุมกันที่ถนนอักษะในวันที่ 6 พฤษภาคม ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดสั่งคดี น.ส.ยิ่งลักษณ์ใช้อำนาจมิชอบโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี ออกจากตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ขณะที่นายสุเทพได้เตรียมพร้อมที่จะยกระดับการต่อสู้ด้วยการระดมพลครั้งใหญ่ชุมนุมกันที่ถนนราชดำเนิน
ดังกล่าวมาทั้งหมด โดยภาพรวมแล้วจะเห็นว่า แม้ความเห็นของสองฝ่ายยังค่อนข้าง "ตึงตัว" คือยืนมั่นคงอยู่ในจุดยืนของตัวเอง ฝ่ายหนึ่งต้องการให้ปฏิรูปการเมืองก่อนการเลือกตั้ง กลุ่มรัฐบุคคลเตรียมขอพระราชทานแนวทาง อีกฝ่ายหนึ่งย้ำว่า การเลือกตั้งเท่านั้นที่จะเป็นทางออกและเดินหน้าปฏิรูปการเมืองควบคู่กันไป โดยมีมวลชนสองฝ่ายเป็นแรงกดดัน หากแต่ต้องยอมรับว่า ชั่วโมงนี้ความพยายามที่จะเสาะแสวงหาทางออกของชาติบ้านเมืองเริ่มเห็นแสงบ้างแล้ว แม้จะต้องทำใจ เพราะต้องใช้ความพยายามกันอีกมาก และยังอีกนานกว่าจะถึงจุดหมายปลายทาง หากแต่ในระยะนี้ ประเทศชาติยังอยู่ในอาการที่จะต้อง "ประคับประคอง" จึงจำเป็นที่ทุกฝ่ายจะต้องหาทางป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียขึ้นเสียก่อน



