คอลัมนิสต์

เร่งทำคดีให้กระจ่าง

เร่งทำคดีให้กระจ่าง

25 เม.ย. 2557

เร่งทำคดีให้กระจ่าง : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 25 เมษายน 2557

           แทบจะฉับพลันทันใด ที่ร่างของนายกมล ดวงผาสุก หรือ "ไม้หนึ่ง ก.กุนที" กวีผู้มีชื่อเสียง และเป็นกำลังสำคัญในการเคลื่อนไหวทางการเมืองของฝ่ายเสื้อแดง ล้มลงด้วยคมกระสุนพุ่งเข้าปลิดชีวิต กลุ่มการเมืองของพวกเขาก็ออกมาแสดงความเห็นกันอย่างกว้างขวาง โดยมุ่งเน้นประเด็นสาเหตุการฆาตกรรมไม้หนึ่ง ก.กุนที ไปยังเรื่องทางการเมือง ทั้งๆ ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ได้ตรวจสอบวัตถุพยาน หลักฐานสำคัญทางนิติวิทยาศาสตร์ พยานแวดล้อมในที่เกิดเหตุที่มีอยู่ด้วยกันหลายปาก รวมทั้งสาเหตุจูงใจให้เกิดการสังหารกันกลางวันแสกๆ ตามหลักพฤติกรรมศาสตร์ของทางฝ่ายตำรวจ ขณะที่กลุ่มคนอีกฟากฝั่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ตรงกันข้าม ก็แสดงความเห็นไปในทางตรงกันข้าม โดยพุ่งเป้าไปที่เรื่องส่วนตัวของนายกมลเป็นสำคัญ พูดง่ายๆ ก็คือ ขณะนี้มีการชี้นำคดีไปแล้ว 2 แนวทางด้วยกัน ตามแรงจูงใจทางการเมืองของฝ่ายตนเป็นหลัก

           สาเหตุสำคัญที่ยังผลให้กลุ่มคนเสื้อแดงปักใจเชื่อกันว่า การฆาตกรรมไม้หนึ่ง ก.กุนที น่าจะมาจากเรื่องทางการเมืองนั้น ก็เพราะว่า บทบาทของเขาในขบวนการคนเสื้อแดง หลังจากที่กลับจากการทำกิจกรรมบางอย่างเป็นเวลา 2 ปี ในแบบที่เขาเรียกขานว่า "หลบไปจำศีล" เข้ามาร่วมเคลื่อนไหวทางการเมืองอีกครั้งเมื่อปี 2555 ด้วยความเข้มข้น แม้จะไม่ได้ออกหน้าอย่างแกนนำคนอื่นๆ ที่มักเป็นข่าวทางสื่อมวลชนเสมอๆ หากแต่ในความเป็นจริงแล้ว เมื่อพิเคราะห์ในความเป็นไปของเสื้อแดง จะพบว่า ไม้หนึ่ง ก.กุนที มีบทบาทในฐานะของ "ฮาร์ดคอร์" อันประสานสอดคล้องไปกับแนวคิดทางการเมืองที่เขาเองมีจุดยืนเฉพาะตัว ที่คนเสื้อแดงอาจคาดหมายเอาได้ว่า จุดยืนของเขานั้นเป็นอันตรายต่อฝ่ายตรงข้ามจนไม่อาจปล่อยให้เขามีลมหายใจได้อีกต่อไป เมื่อเกิดทฤษฎีความเชื่อเช่นนี้ขึ้น ยิ่งสร้างความฮึกเหิมให้แก่กลุ่มคนเสื้อแดงมากขึ้นเป็นทวี

           แต่ในอีกด้านหนึ่งนั้น ยังมีความเป็นไปได้มากไม่แพ้กัน ภายใต้ทฤษฎีที่ว่า ความขัดแย้งในระดับ "ส่วนตัว" ของนายกมลนั่นเอง ที่อาจนำพาความตายมาให้เขา ข้อสันนิษฐานเช่นว่านี้ ก็ใช่ว่าจะต้องหาพยานจากที่อื่นไกล หากแต่ตำรวจสามารถสอบสวนจากคนใกล้ตัวของผู้ตายเองได้ โดยเฉพาะในแวดวงนักประพันธ์ กวี และบรรดาเพื่อนฝูงญาติพี่น้อง ประกอบเข้ากับการสืบสวนในทางลึกตามหลักพฤติกรรมศาสตร์อันนำไปสู่แรงจูงใจในการสังหารนายกมลอย่างเหี้ยมเกรียม จงใจ และคล้ายกับต้องการระบายความแค้น

           คดีฆาตกรรมนายกมลดังกล่าวมานี้ ไม่ใช่เรื่องความเห็น แต่เป็นข้อเท็จจริง ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องเร่งสืบสวนสอบสวนเพื่อสร้างความกระจ่างให้เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด เพราะไม่เช่นนั้นแล้ว ความตายของไม้หนึ่ง ก.กุนที จะถูกบิดเบือนประเด็นไปจากแก่นแกนของความจริงที่มีอยู่หนึ่งเดียว และสามารถพิสูจน์ได้ทางหลักนิติวิทยาศาสตร์ให้กลายเป็นชนวนทางการเมือง ปลุกเร้าให้ร้ายอีกฝ่ายหนึ่งด้วยอารมณ์และความเชื่อ โดยไม่ยอมรับผลพิสูจน์ใดๆที่มีตามมา ภายหลังจากการเมืองได้ปักธงนำไปล่วงหน้าก่อนแล้ว ซึ่งก็เป็นอันตรายอย่างยิ่ง ไม่เพียงเพราะจะเร่งเร้าให้เกิดความรุนแรงขึ้นสำหรับเหตุเฉพาะหน้าวันต่อวันเท่านั้น หากแต่ความเชื่อเช่นว่านี้ จะเพาะเชื้อแห่งความเกลียดชังสะสม ที่รอตกผลึกอยู่ในก้นบึ้งของบ่อความคิดอันทับซ้อนอยู่ด้วยความคับแค้นแน่นหนามานานวัน จนยากแก่การเยียวยาสมานฉันท์