คอลัมนิสต์

แม่ทัพภาคที่4'ประชาชนต้องมีส่วนร่วมแก้ปัญหา'

แม่ทัพภาคที่4'ประชาชนต้องมีส่วนร่วมแก้ปัญหา'

24 เม.ย. 2557

พล.ท.วลิต โรจนภักดี แม่ทัพภาคที่ 4 'ประชาชนต้องมีส่วนร่วมแก้ปัญหา' : ตะลุยกองทัพ ทีมข่าวความมั่นคง

               นับตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน ที่ผ่านมา พล.ท.วลิต โรจนภักดี แม่ทัพภาคที่ 4 ก็ต้องเผชิญกับบททดสอบครั้งใหญ่อย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่เหตุคาร์บอมบ์ครั้งใหญ่กลางเมืองยะลา และเหตุยิง 3 ศพที่ อ.บันนังสตา จ.ยะลา เมื่อไม่กี่วันก่อน

               อย่างไรก็ตาม พล.ท.วลิต ไม่ได้เป็นคน "หน้าใหม่" ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะก่อนหน้านี้เขาเคยปฏิบัติภารกิจในฐานะ ผบ.ฉก.นราธิวาส มาก่อน จึงได้รับความไว้วางใจจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ให้ลงมาดับไฟใต้

               พล.ท.วลิต ให้สัมภาษณ์เปิดใจต่อ "คม ชัด ลึก" ถึงภารกิจในการคืนความสงบสุขสู่พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า การแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ทุกฝ่ายจะต้องประสานความร่วมมือกัน โดยเฉพาะการดูแลรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ซึ่งถือเป็นหน้าที่หลักของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ภาค 4 ส่วนหน้า

               ทั้งนี้ ที่ผ่านมามีการวางโครงสร้างแนวทางการแก้ปัญหาดีอยู่แล้ว โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ในฐานะรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (รองผอ.รมน.) ได้วางแนวทางว่าจะต้องทำพื้นที่ให้มีความชัดเจน โดยเฉพาะการจัดกำลังรับผิดชอบแต่ละพื้นที่ให้มีความชัดเจนตั้งแต่ระดับจังหวัด อำเภอ และหมู่บ้าน โดยมีประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม หากสถานการณ์ในพื้นที่มีความเข้มแข็งเพียงพอก็จะให้หน่วยเฉพาะกิจ (ฉก.) ที่รับผิดชอบในแต่ละพื้นที่เข้าไปช่วยเสริมภารกิจการดูแลรักษาความปลอดภัยที่ยังมีช่องว่างอยู่

               พล.ท.วลิต กล่าวว่า กองทัพพยายามดำเนินการเพื่อลดความหวาดระแวงด้วยการสร้างความเข้าใจกับทุกฝ่ายให้เกิดความสมานฉันท์ ส่วนที่ผู้ก่อความไม่สงบเข้ามาปฏิบัติการในเมืองถือเป็นยุทธวิธี โดยใช้พื้นที่ป่าเขาซ่องสุมกำลังฝึกยุทธวิธี สะสมอาวุธ ประกอบวัตถุระเบิดเข้ามาปฏิบัติการในเมือง และเป้าหมายอ่อนแอ ดังนั้นการทำงานจะต้องเข้าไปสร้างความเข้าใจกับชุมชนให้เข้าใจถึงปัญหาที่เกิดขึ้น

               "ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในเวลานี้เกิดจากผู้ก่อความไม่สงบต้องการสร้างความแตกแยก ซึ่งในอดีตคนไทยพุทธ และไทยมุสลิมล้วนต้องการสันติสุขอยู่แล้ว แต่เมื่อมีเหตุการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้นทำให้ประชาชนในพื้นที่เกิดความหวาดระแวงขึ้นมา”

               ส่วนประเด็นเรื่องการ "เจรจา" นั้น พล.ท.วลิต ระบุว่า การเจรจากับผู้ก่อความไม่สงบจะต้องมีขั้นตอนของการเจรจา ซึ่งการก่อเหตุที่ผ่านมาไม่ได้มองว่าเป็นเรื่องของผู้ก่อความไม่สงบที่ต้องการบีบบังคับให้เกิดการเจรจากัน ส่วนการเกิด "คาร์บอมบ์" ในหลายพื้นที่คือความพยายาม และถือโอกาสที่มีการสับเปลี่ยนกำลัง ทั้งนี้หากเจ้าหน้าที่มีความเข้มแข็งจะทำให้การก่อเหตุน้อยลง

               สำหรับแนวนโยบายหลักนั้นรัฐบาล และกองทัพได้ยึดยุทธวิธีพระราชทาน เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา รวมทั้งแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อลดเงื่อนไขความขัดแย้ง ขณะที่สถานการณ์ในพื้นที่ก็ดีขึ้นตามลำดับ แต่จะเห็นได้ว่าเมื่อเจ้าหน้าที่ปฏิบัติภารกิจประสบผลสำเร็จเท่าไหร่ ผู้ก่อความไม่สงบก็จะก่อความรุนแรงให้มากขึ้นเพื่อสร้างความหวาดระแวง และเพื่อข่มขู่ไม่ให้ประชาชนหันมาให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ 

               "ผมไม่ได้หนักใจในการแก้ปัญหา เพราะสถานการณ์มันเกิดขึ้นมาหลายปีแล้ว ซึ่งในการแก้ไขปัญหานั้นประชาชนจะต้องมีส่วนร่วม เจ้าหน้าที่ไม่สามารถปฏิบัติการได้ตามลำพัง เพราะเหตุการณ์ไม่ได้เกิดขึ้นในป่าเขา แต่เป็นพื้นที่ชุมชน ซึ่งการทำงานของเจ้าหน้าที่จะต้องทำงานอย่างระมัดระวัง ทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์เจ้าหน้าที่รัฐจะต้องเข้าไปทำงานด้วยความเสียสละ และอดทน เราต้องไม่สร้างเงื่อนไขในพื้นที่ และจะต้องเคารพการทำงานของกระบวนการยุติธรรม" แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวย้ำ

.................................

(หมายเหตุ : พล.ท.วลิต โรจนภักดี แม่ทัพภาคที่ 4 'ประชาชนต้องมีส่วนร่วมแก้ปัญหา' : ตะลุยกองทัพ ทีมข่าวความมั่นคง)