
ปฏิวัติคนข่าวก้าวสู่ดิจิทัล
ปฏิวัติคนข่าวก้าวสู่ดิจิทัล : กระดานความคิด โดยจอกอ
ถึงแม้ชื่อยังเป็นสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ และกิจกรรมส่วนใหญ่ตลอดเกือบ 17 ปีที่ผ่านมา จะให้น้ำหนักไปที่สื่อสิ่งพิมพ์ แต่อย่างน้อยห้าปีที่ผ่านมา นับจากที่ผมได้มีโอกาสทำงานในตำแหน่งกรรมการ ดูแลงานด้านวิชาการ จนกระทั่งได้รับความวางใจให้เป็นประธาน ผมเห็นแนวโน้มสำคัญประการหนึ่ง นั่นคือการที่อุตสาหกรรมสื่อจะต้องปรับตัวสู่โลกดิจิทัล ฉะนั้น ทิศทางของสภาหนังสือพิมพ์ จึงมุ่งไปสู่งานการสื่อที่มีความหลากหลายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการจัดประชุมในนามเครือข่ายวิชาการ วิชาชีพซึ่งทำมา 7 ครั้งแล้ว การจัดทำวารสารวิชาการ “อิศราปริทัศน์” การให้ทุนวิจัย และแผนการปฏิรูปสื่อในยุคดิจิทัล
ปีที่แล้ว เป็นปีแรกที่หนังสือประจำปี ประกาศตัวตนชัดเจน ด้วยภาพ 4 ผู้นำองค์กรสื่อหลักในประเทศไทย ไทยรัฐ เดลินิวส์ โพสต์ และเนชั่น พร้อมยืนยันด้วยถ้อยคำ “สู่ยุคดิจิทัล” ความหมายคือการสร้างความตระหนักรู้ในความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น หรือให้มองเห็นภูมิทัศน์สื่อที่เปลี่ยนไป ภูมิทัศน์สื่อ หรือ Media Landscape เปลี่ยนไปชนิดที่แทบไม่เหลือร่องรอยเดิม โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับยุคที่ผมเริ่มก้าวเข้าสู่วิชาชีพสื่อเมื่อราว 34 ปีก่อน เรื่องนี้ผมเล่าให้นักข่าวรุ่นกลางและรุ่นใหม่ฟัง ในงานสัมมนายุทธศาสตร์ ของสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ที่สามพราน เมื่อสุดสัปดาห์ก่อน
และอธิบายว่า นักข่าวรวมทั้งคนในกองบรรณาธิการ จะต้องเผชิญกับความจริงรวม 2 ประการ คือ 1.การสร้างองค์ความรู้ใหม่ การฝึกปรือทักษะและความชำนิชำนาญเพื่อให้สามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงนี้ได้ 2.ความเป็นอุตสาหกรรมสื่อที่จะกดดันให้นักข่าวทำงานหนักขึ้น ถูกเรียกร้องมากขึ้น แต่การดูแลใส่ใจในเรื่องค่าตอบแทน เรื่องสวัสดิการและสวัสดิภาพน้อยลง หรือไม่ได้ผันแปรไปตามความรับผิดชอบหรือปริมาณงานที่เพิ่มขึ้น
เรื่องหลังนี้ได้พูดกันอยู่พอสมควรแล้ว ครั้งนี้จะชวนคุยเรื่องการเพิ่มศักยภาพในการทำงานของคนข่าว ที่อาจจะมีรายละเอียดแตกต่างจากที่ได้มีการตั้งวงเสวนา พูดคุยกันก่อนหน้านี้
ที่เวทีสามพราน ดร.สุดารัตน์ ดิษยวรรธนะ จันทราวัฒนากุล คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ อดีตคณบดีคณะนิเทศศาสตร์ เนชั่น และอนุกรรมการวิชาการ สมาคมนักข่าว ร่วมสมคบกันระดมความคิด ในประเด็นการปฏิวัติคนข่าวในยุคดิจิทัลกันอย่างเอาจริงเอาจัง
ในฐานะครูใหญ่ ดร.สุดารัตน์ เสนอโมเดล Our main concept อันประกอบด้วย Digital Consumers-Platforms-Sources-Story telling ซึ่งเป็นภาพใหญ่ ที่จะพูดถึงอีกครั้ง เมื่อถึงวาระที่จะบอกเล่าถึงสถานการณ์ภายในโรงงานอุตสาหกรรมข่าว ถัดไปเป็นเรื่อง Our stake holders คือบุคคลที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ New Entrants, Young Blood, Old Gold และ Mid career ประมาณว่า ผู้มาใหม่ เลือดใหม่ คนเก่าแก่ และกลางเก่ากลางใหม่ สำหรับเลือดใหม่และกลางเก่ากลางใหม่ สิ่งที่จะต้องฝึกฝน คือการจับประเด็นและการเล่าเรื่อง เรื่องนี้เป็นปัญหาสำคัญตั้งแต่ในระดับมหาวิทยาลัยแล้ว คือ นักศึกษาจะไม่เข้าใจประเด็นหรือใจความสำคัญของเรื่อง และวิธีการสื่อสารทั้งด้วยภาษาพูด และภาษาเขียน จบมาก็จะพกสิ่งเหล่านี้ติดตัวมาด้วย จนกระทั่งเข้าสู่ระบบงาน
นอกจากคนข่าวแล้ว ในระดับคนเก่าแก่ ที่อาจมากประสบการณ์ แต่ตามโลกการสื่อสารสมัยใหม่ไม่ทัน จำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องเพิ่มทักษะในแง่ของการบริหารจัดการ หรือ Mangerment Skills มิฉะนั้น ก็จะเกิดช่องว่างมหาศาลระหว่างคนสองยุค คนเก่าแก่และกลางเก่ากลางใหม่ ยังจำเป็นต้องเข้าใจเรื่องเทคนิค และการใช้เครื่องมือในยุคดิจิทัลด้วย
ไม่เกินสองปีจากนี้ โลกยุคดิจิทัล คืออนาคตของคนข่าว หากไม่ปรับตัว หรือแม้กระทั่งปรับตัวช้า ไม่มีคำว่าสายอีก จะมีเพียงคำว่าพ่ายแพ้ตลอดชีวิต



