
หยุดความรุนแรง
หยุดความรุนแรง : บทบรรณาธิการประจำวันที่21เม.ย.2557
การเมืองช่วงหลังสงกรานต์ดูจะคุกรุ่นตามที่หลายฝ่ายทำนายไว้ เนื่องจากเงื่อนไขหลายอย่างใกล้จะสุกงอม จากการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แต่งตั้งโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี พ้นจากเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 268 และเป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 182 (7) หรือไม่ และเรื่องที่สอง กรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือป.ป.ช. เตรียมชี้มูลความผิดนายกรัฐมนตรีละเว้นปฏิบัติหน้าที่ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวหรือไม่ ที่อาจจะส่งผลให้การเมืองเข้าสู่สุญญากาศการปกครอง เป็นเหตุให้คนของรัฐบาลและกองเชียร์ต้องออกอาการดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดของอำนาจ โดยเฉพาะคนที่อยู่แดนไกลและถูกมองว่าเป็นต้นเหตุใหญ่ของปัญหา
เค้าลางของความพลาดพลั้งอาจจะดูเป็นเรื่องธรรมดาหากหลุดออกมาจากปากของแกนนำคนเสื้อแดง หรือผู้แทนปลายแถว แต่เมื่อทั้งสองกรณีกลับมาจากคมปากของนายชัยเกษม นิติสิริ ปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่ระบุถึงความเป็นไปได้ว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยให้ความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลง และคณะรัฐมนตรีทั้งคณะต้องพ้นจากตำแหน่งและปฏิบัติหน้าที่ต่อไปไม่ได้ พร้อมทั้งเห็นด้วยกับข้อเสนอให้ใช้รัฐธรรมนูญ มาตรา 7 เพื่อทรงมีพระบรมราชวินิจฉัย เพราะรัฐบาลไม่มีทางออก ก่อนที่ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย หรือศอ.รส. จะมีแถลงการณ์ด้วยเนื้อหาที่สอดคล้องกัน พร้อมเหตุผลที่ว่า คณะรัฐมนตรีได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง การจะพ้นไปก็สมควรที่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พ้นไป มิใช่ศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาด ท่ามกลางความกังขาจากหลายฝ่ายถึงการปฏิบัติราชการเกินขอบเขตอำนาจหน้าที่ตนเอง
ดูเหมือนว่า สถานการณ์การเมืองขณะนี้ดูเขม็งเกลียวเป็นอย่างยิ่ง การเคลื่อนไหวของทั้งคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือกปปส. ที่มีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. เป็นแกนนำ ยังคงเดินหน้าล้มล้างระบอบทักษิณ โดยรณรงค์สร้างรัฏฐาธิปัตย์ขึ้นมา เพื่อเป็นรากฐานของประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบ ขณะที่แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือนปช. กลุ่มคนเสื้อแดง รวมถึงพรรคเพื่อไทย ออกมาโจมตีฝ่ายที่อยู่ตรงข้ามรัฐบาลและปกป้องนายกรัฐมนตรีอย่างสุดลิ่ม แถมยังออกอาการคุกคามกระบวนการยุติธรรม ทั้งศาลรัฐธรรมนูญ และป.ป.ช. รวมถึงมีการฝึกซ้อมตระเตรียมกำลังพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับฝ่ายตรงข้ามอีกด้วย
หลายฝ่ายพยายามหาทางออกให้วิกฤติชาติครั้งนี้ แต่คนที่อยู่แดนไกลยังคงส่งสัญญาณเดินหน้าอย่างไม่ลดละ มีการผ่อนหนักเบาเพื่อหาทางถอยให้แก่ตนเองอยู่เป็นระยะๆ ไม่เพียงแต่มาตรา 7 ที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเท่านั้น อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณยังเป็นเกมรุก ด้วยการเดินหน้าให้มีการเลือกตั้งเกิดขึ้นให้จงได้ เพื่อชิงความได้เปรียบทางการเมืองกลับมาอีกครั้ง นอกเหนือจากการเจรจาทั้งแบบลับและในที่แจ้ง พ.ต.ท.ทักษิณ ได้พูดผ่านสถานีโทรทัศน์ 4 แชนแนล ทีวีเพื่อประชาชน ถึงการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในประเทศรวันดา ที่เจ้าตัวระบุถึงสถานการณ์ทางการเมืองที่วุ่นวายเพราะกฎหมายไม่เป็นกฎหมาย กระนั้นก็ดี ความขัดแย้งในสังคมไทยแสดงให้เห็นถึงความรุนแรงบาดเจ็บล้มตายมาหลายปีแล้วนั่นเหตุผลหนึ่ง ก็เพราะคนที่ไม่เคารพกฎหมายนั่นเอง



