
ศอ.รส.ทำรัฐล้มเหลว
ศอ.รส.ทำรัฐล้มเหลว : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 18 เมษายน 2557
อาจมีบางคนคิดไปได้ว่า การที่ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในฐานะเลขานุการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ออกมาอ่านแถลงการณ์ฉบับที่ 1 ของ ศอ.รส.เมื่อบ่ายวันพฤหัสบดีที่ 17 เมษายน ที่ผ่านมานั้น ดูเหมือนจะเป็นประกาศคณะปฏิวัติอย่างที่คนไทยคุ้นเคยกันมาในอดีตจนถึงเมื่อ 8 ปีก่อนเสียมากกว่า เพราะเนื้อหาโดยสรุปที่นายธาริตแถลงออกมานั้น น่าจะเกินไปกว่าอำนาจหน้าที่การรักษาความสงบเรียบร้อย แม้จะหยิบยกเอาการวิเคราะห์คาดการณ์ขึ้นมากล่าวอ้างก็ตามที หากแต่สารัตถะโดยรวมทั้งหมดก็คือ การสั่งการในเชิงข่มขู่คุกคามไปยังองค์กรอิสระ ทั้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งอยู่ในระหว่างพิจารณาคดีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี 2 คดีด้วยกัน ให้ทำตาม "คำสั่ง" อย่างที่อ้างว่าตรงไปตรงมา
ศอ.รส.เห็นว่า การที่ศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และรัฐมนตรีทั้งคณะ ต้องพ้นจากตำแหน่ง เพราะปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบในการโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี ออกจากตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) แต่กฎหมายกำหนดให้อยู่ในตำแหน่งต่อไปจนกว่าคณะรัฐมนตรีชุดใหม่จะเข้ารับหน้าที่ แต่คาดว่าศาลจะวินิจฉัย "เกินอำนาจ" ให้พ้นตำแหน่งทันที เพื่อให้เกิดสุญญากาศ ในทำนองเดียวกับคำวินิจฉัยของ ป.ป.ช.ในคดีจำนำข้าว ซึ่งทั้งสองกรณีนี้จะทำให้เกิดการเผชิญหน้านำไปสู่การปะทะและก่อเหตุร้าย จึงขอให้ทั้งศาลรัฐธรรมนูญและป.ป.ช.วินิจฉัยทั้งสองกรณีอย่างตรงไปตรงมาตามข้อเท็จจริง ตามจริยธรรมและคำถวายสัตย์ฯ
นอกจากนี้ ศอ.รส.ก้าวรุดไปไกลถึงขั้นยื่นข้อเรียกร้องถึง ครม.ว่า หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเกินกว่าอำนาจ ครม.จะต้องแก้ไขปัญหาไม่ให้เกิดสุญญากาศ เพราะเมื่อศาลรัฐธรรมนูญจงใจฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญเสียเอง ครม.ก็ชอบที่จะทูลเกล้าฯ ขอพระบรมราชวินิจฉัยว่า ครม.ต้องพ้นจากการอยู่ในตำแหน่งตามที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยหรือไม่ เพราะ ครม.ได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง การจะพ้นไปก็สมควรที่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พ้นไป มิใช่ศาลรัฐธรรมนูญจะเป็นผู้ชี้ขาดเสียเอง และระหว่างทูลเกล้าฯ ขอพระบรมราชวินิจฉัยนั้น ให้กราบบังคมทูลด้วยว่า ครม.จะคงอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปตามมาตรา 181 การกระทำเช่นนี้ ก็เพื่อให้เกิดข้อยุติอันจะนำมาซึ่งความสงบสุขของบ้านเมือง ไม่เกิดการใช้กำลังของกลุ่มคน 2 กลุ่ม และป้องกันไม่ให้คณะรัฐมนตรีกระทำผิดด้วย
อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่า โดยธรรมชาติแห่งความเป็นไปแล้ว คณะกรรมการใน ศอ.รส.ล้วนแล้วแต่คลอดออกมาจากครรภ์ของรัฐบาลทุกผู้ทุกนาม ย่อมจะพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อพิทักษ์ปกป้องรัฐบาลทั้งคณะเอาไว้ แม้ปากจะพร่ำบอกว่า เหตุที่ต้องออกคำสั่งไปถึงองค์กรอิสระก็หวังที่จะให้เกิดความสงบสุขขึ้นนั้น แต่ก็ล้วนแต่เป็น "มโน" ทางการเมืองที่คิดค้นกันขึ้นมาเพื่อผลประโยชน์ของพวกพ้องเป็นที่ตั้ง ผลพวงนับจากนี้ก็คือ นอกจากคำสั่งของ ศอ.รส.จะไม่เกิดผลในทางปฏิบัติใดๆ แล้ว สภาพความเป็นรัฐที่ล้มเหลวก็กำลังคืบคลานเข้าใกล้สังคมไทยเข้ามาทุกขณะ ด้วยเหตุที่ว่า ผู้ที่มีอำนาจตามกฎหมายพยายามกระทำการเสียเองเพื่อให้อำนาจทางกฎหมายนั้นเป็นเรื่องตลกขบขัน ไม่น่าเชื่อถือ และไม่มีใครจำเป็นต้องฟังอีกต่อไป



