คอลัมนิสต์

ฝึกทักษะ'สืบสวนสมัยใหม่'นับหนึ่งปฏิรูปงานสืบสวนตร.

ฝึกทักษะ'สืบสวนสมัยใหม่'นับหนึ่งปฏิรูปงานสืบสวนตร.

18 เม.ย. 2557

ฝึกทักษะ'สืบสวนสมัยใหม่' นับหนึ่งปฏิรูปงานสืบสวนตำรวจ : สายตรวจระวังภัย ทัศชยันต์ วาหะรักษ์

          ระหว่างวันที่ 17-19 เมษายน ห้องสัมมนาภายในโรงแรมลันตานา รีสอร์ท ย่านถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพมหานคร เป็นสถานที่ฝึกอบรมการสืบสวนพิเศษ (FBI investigation Course) ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญด้านการสืบสวนจากสำนักงานสอบสวนกลาง หรือ เอฟบีไอ ของสหรัฐ เดินทางมาฝึกอบรมการสืบสวนสอบสวนให้แก่ตำรวจไทยโดยเฉพาะ

          การฝึกอบรมการสืบสวนพิเศษดังกล่าว เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างเอฟบีไอ และสถาบันกิจการตำรวจสมัยใหม่ หน่วยงานในความริเริ่มของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบช.ก. ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านการสืบสวนจากเอฟบีไอ ที่เดินทางมาฝึกอบรมให้แก่ตำรวจไทยในครั้งนี้ คือ นายโจ ฟอนเซกา เจ้าหน้าที่สืบสวนพิเศษ สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐอเมริกา ซึ่งจะทำหน้าที่ฝึกอบรมร่วมกับทีมวิทยากรของไทย คือ พ.ต.อ.อธิป แท่นนิล ผกก.ปฏิบัติราชการ สง.ผบช.ก. และ พ.ต.ท.ทรงรักษ์ ขุนศรี รอง ผกก.6 บก.ป. โดยมี พ.ต.อ.วรวุฒิ คุณะเกษม  ผกก.กก.3 บก.ป. ทำหน้าที่ประสานงาน

          ในการฝึกอบรมการสืบสวนพิเศษดังกล่าว มีนายตำรวจที่รับผิดชอบงานด้านสืบสวนสอบสวนระดับรองสารวัตร จากกองบัญชาการตำรวจภูธร 1-9 กองบัญชาการตำรวจนครบาล และศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศชต.) จำนวน 20 คน เข้ารับการฝึกอบรม โดยได้หยิบยกคดีฆ่าข่มขืนน้องการ์ตูน ซึ่งมีนายหนุ่ย หรือติ๊งต่าง เป็นผู้ก่อเหตุ มาเป็นกรณีตัวอย่าง

          ทีมข่าวสายตรวจระวังภัยเข้าร่วมสังเกตการณ์การฝึกอบรมครั้งนี้ พบว่า เจ้าหน้าที่เอฟบีไอนำวิธีการสืบสวนสมัยใหม่มาถ่ายทอดให้ตำรวจไทยที่เข้ารับการฝึกอบรม โดยบอกเทคนิคการสืบสวนสอบสวนทุกขั้นตอนอย่างละเอียด ตั้งแต่ขั้นตอนรับแจ้งเหตุ กระบวนการสืบสวนค้นหาความจริง และขั้นตอนการเป็นพยานในชั้นพิจารณาคดี

          เทคนิคการสืบสวนสมัยใหม่นั้น จะแตกต่างจากการทำงานของตำรวจไทยในปัจจุบันที่ใช้ระบบกล่าวหาให้ความสำคัญกับเบาะแสที่ได้จากพยานบุคคล และมีการใช้วิธีที่เสี่ยงต่อการกระทำผิดกฎหมายมาใช้เพื่อให้ได้ตัวคนร้าย ซึ่งบ่อยครั้งที่ทำให้เกิดการจับกุมคนร้ายผิดตัว ขณะที่การสืบสวนสมัยใหม่จะเน้นการรวบรวมพยานหลักฐานตามหลักนิติวิทยาศาสตร์ เน้นการสืบสวนจากหลักฐานที่เกิดเหตุ จากพฤติการณ์ของผู้ต้องสงสัยเป็นสำคัญ

          "ที่ผ่านมาการคลี่คลายคดีตำรวจมักจะใช้วิธีการที่สุ่มเสี่ยงกับการกระทำผิดเสียเอง ต่อแต่นี้ไปนับเป็นโชคดีของประชาชนคนไทย ที่ตำรวจคลื่นลูกที่สาม ซึ่งเข้าร่วมอบรมครั้งนี้ จะได้รับการถ่ายทอดวิธีการทำงานที่ถูกต้องเป็นสากลไปใช้และซึมซับให้เพื่อนร่วมงานเห็นเป็นแบบอย่าง การทำงานของตำรวจจำเป็นต้องมีความรู้เป็นอย่างมาก ตำรวจที่ดีจึงควรต้องขยันหาความรู้และพัฒนาตัวเองอย่างสม่ำเสมอ เมื่อตำรวจทำงานตามหน้าที่อย่างเต็มที่ ตามหลักความรู้ที่ถูกต้อง ย่อมส่งผลสำเร็จในการทำงาน เช่น การสามารถสืบจับคนร้ายได้ นอกจากจะได้รับผลงานแล้ว อีกทางหนึ่งก็จะได้รับคำขอบคุณสรรเสริญจากญาติพี่น้องของผู้สูญเสีย ได้บุญกุศลมหาศาล และที่สำคัญ จะทำให้ประชาชน สังคมและประเทศสงบสุข" พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ กล่าว

          ด้าน ร.ต.อ.สุรพรรณ นิลวิลัย รอง สว.กก.สส.2 บก.สส.ภ.6 หนึ่งในนายตำรวจที่เข้าร่วมอบรม กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ดีที่มีโอกาสได้เปิดโลกทัศน์ให้ได้เรียนรู้แนวทางการสืบสวนสมัยใหม่ โดยวิทยากรที่มีประสบการณ์ทำคดีสำคัญต่างๆ จากหน่วยงานเอฟบีไอ ซึ่งเป็นที่ยอมรับจากทั่วโลกว่ามีความเชี่ยวชาญด้านการสืบสวน ประสบการณ์ที่ได้จะเป็นประโยชน์ในการนำไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติหน้าที่

          สอดคล้องกับ ร.ต.อ.สุรพรรณ นิลวิลัย รอง สว.กก.สส.2 บก.สส.ภ.6 ซึ่งระบุว่า แนวคิดและหลักการสืบสวนที่ได้รับจากการฝึกอบรมจะนำไปประยุกต์ใช้ในการติดตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุในพื้นที่ และจะนำไปถ่ายทอดต่อให้เพื่อนร่วมงานในสังกัด เพื่อร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งการติดตามจับกุมคนร้าย และการป้องกันเหตุได้อย่างเหมาะสมและทันเวลา

..............

(หมายเหตุ : ฝึกทักษะ'สืบสวนสมัยใหม่' นับหนึ่งปฏิรูปงานสืบสวนตำรวจ : สายตรวจระวังภัย ทัศชยันต์ วาหะรักษ์)