
เรื่องที่พูดกันมานาน
อีก 3 เดือนข้าราชการที่รับใช้ประเทศชาติและประชาชนมาจนครบกำหนดเกษียณ ก็จะได้เวลากลับไปพักผ่อนอยู่บ้านเลี้ยงลูกหลานแล้ว บางคนที่มีตำแหน่งใหญ่โตเมื่อถึงเวลานี้อาจจะรับไม่ได้ เมื่อคนที่เคยพินอบพิเทาเคารพนบนอบไม่มาให้เห็นหน้าเหมือนอย่างเคย
อาชีพข้าราชการตำรวจดูเหมือนจะเป็นตาชั่งตวงวัดความดีงามเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งได้เป็นอย่างดี เพราะอำนาจหน้าที่สามารถให้คุณให้โทษ ทำผิดให้เป็นถูก ทำถูกให้เป็นผิด หรือทำสิ่งถูกให้ถูกยิ่งกว่า ผิดก็ผิดยิ่งขึ้นได้ด้วยหน้าที่การงาน
ถึงคราวนี้ก็จะได้รู้กันว่าใครเป็นทองเนื้อแท้ หรือแค่ดินเหนียวที่ห่อหุ้มด้วยสีเหลืองอำพัน ที่รอวันกะเทาะเปลือกเห็นเนื้อใน !?!
ผมคงไม่อาจหวังให้ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ได้ตระหนักถึงสิ่งเหล่านี้ เพราะแต่ละท่านผ่านร้อนผ่านหนาว ลองผิดลองถูกในชีวิตการงานมามากพอที่จะตัดสินใจทำหรือไม่ทำอะไรได้ด้วยเหตุผล
แต่อยากฝากไปถึงข้าราชการตำรวจรุ่นใหม่ที่กำลังเติบใหญ่ในหน้าที่การงาน ก้าวขึ้นไปดำรงตำแหน่งสำคัญๆ ที่ล้วนเกี่ยวข้องกับการดูแลชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน อย่าได้ทะนงตนว่าเป็นชนชั้นปกครองอยู่เหนือประชาชน แต่เป็นผู้รับใช้ประชาชนให้พวกเขาอยู่ดีมีสุข
สิ่งไหนที่ได้เรียนรู้และไม่ชอบเมื่อก้าวหน้าในหน้าที่การงานก็อย่าได้ทำตามอย่าง จดจำได้ แต่อย่าลอกเลียนแบบ ไม่เช่นนั้นก็จะเป็นได้แค่ตำรวจอีกคนเมื่อพ้นวัยเกษียณ ไม่ใช่คนที่ประชาชนยกย่องเทิดทูน
นานมาแล้วผมเคยได้ยินนายตำรวจหนุ่มคุยกันเล่นว่า การสอบเข้าโรงเรียนนายร้อยตำรวจนั้นว่ายากแล้ว แต่การวิ่งเต้นให้ได้ตำแหน่งนั้นยากยิ่งกว่า ผมเข้าใจและตระหนักได้ดีถึงความรู้สึกขมขื่นของตำรวจที่ทำดีแต่ไม่มีเส้น ไม่มีความสามารถในการประจบประแจง สอพลอปั้นหน้า และเลียแข้งเลียขาคนอื่น
"ความดี" อาจจะไม่มีค่าในความรู้สึกของคนที่ไม่ให้ค่ามัน แต่ถ้าคนคนนั้นตระหนักได้ว่ามันมีคุณค่าและมูลค่าขนาดไหน บางทีเราอาจไม่จำเป็นต้องเรียกร้องผลตอบแทนเวลาทำความดีก็ได้
เหมือนการปิดทองหลังพระนั่นไง ไม่จำเป็นต้องมีใครเห็น แค่เรารู้ก็เพียงพอแล้ว ดังเช่น พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ณ หอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2506 ความว่า
"การทำงานด้วยใจรักต้องหวังผลงานนั้นเป็นสำคัญ แม้จะไม่มีใครรู้ใครเห็นก็ไม่น่าวิตก เพราะผลสำเร็จนั้นจะเป็นประจักษ์พยานที่มั่นคง เมื่อพูดเช่นนี้เหมือนสอนให้ปิดทองหลังพระ เมื่อถึงคราวจำเป็นก็ต้องปิด ว่าที่จริงแล้วคนโดยมากไม่ค่อยชอบปิดทองหลังพระกันนัก เพราะนึกว่าไม่มีใครเห็น แต่ถ้าทุกคนพากันปิดทองแต่ข้างหน้า ไม่มีใครปิดทองหลังพระเลย จะเป็นพระที่งดงามบริบูรณ์ไม่ได้"
มัธยัสถ์ อินมา
[email protected]



