
ทุกหน่วยงานต้องช่วยกัน
ทุกหน่วยงานต้องช่วยกัน : บทบรรณาธิการประจำวันที่15เม.ย.2557
เรื่องราวที่เราประสบในชีวิตประจำวันนั้น มีบางสิ่งบางอย่างที่เราไม่สามารถควบคุมได้ จัดการไม่ได้ อันเนื่องมาแต่ ไม่มีความรู้ เข้าไม่ถึง ซื้อหาไม่ได้ ไม่มีอำนาจสั่งการ มีเพียงแค่คำเสนอแนะหรือคำร้องขอ ทำให้บางอย่าง ไม่สามารถเป็นไปตามความต้องการของเราได้ หรือไม่เป็นไปในสิ่งที่น่าจะเป็น ควรจะเป็น และกลายเป็นเรื่องที่เราต้องจำยอมรับกับความเป็นไป หรือสิ่งที่เกิดขึ้นตามมา หากจะไล่เรียงกันแล้ว หนึ่งในนั้นน่าจะต้องมีการเดินทางกลับบ้าน หรือไปทำธุระในช่วงเทศกาลต่างๆ เข้าไปด้วยอย่างแน่นอน โดยเฉพาะช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะผ่านพ้นไป
ยอดอุบัติเหตุทางถนนนี้ก็เช่นกัน เมื่อถึงช่วงเทศกาลคราวใด ดูเหมือนว่า นอกจากจะพูดถึงความรื่มเริงของเทศกาลแล้วยังเป็นช่วงที่วัดสถิติกันด้วย โดยยอดรวม 3 วัน (วันที่ 11-13 เม.ย. 2557) เกิดอุบัติเหตุรวม 1,539 ครั้ง (ปี 2556 เกิด 1,446 ครั้ง) เพิ่มขึ้น 93 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 6.43 ผู้เสียชีวิตรวม 161 ราย (ปี 2556 เสียชีวิต 174 ราย) ลดลง 13 ราย คิดเป็นร้อยละ 7.47 ผู้บาดเจ็บรวม 1,640 คน (ปี 2556 บาดเจ็บ 1,526 คน) เพิ่มขึ้น 114 คน หรือร้อยละ 7.47 จังหวัดที่ไม่เกิดอุบัติเหตุในช่วง 3 วัน ได้แก่ ชัยภูมิ จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิตในช่วง 3 วัน (ตายเป็นศูนย์) รวม 13 จังหวัด จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด คือ นครศรีธรรมราช 64 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด คือ นครราชสีมา 10 ราย
สาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุนั้นอาจมาจากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นการขับรถด้วยความเร็วสูง ประมาท มึนเมาสุรา ยาเสพติด สภาพยานพาหนะที่ไม่พร้อมสำหรับการเดินทาง รวมทั้งคนขับมีอาการง่วง พักผ่อนไม่เพียงพอ หรือกระทั่งโรคประจำตัวกำเริบ สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นซ้ำซาก จนทำให้เรารู้สึกว่า มันเป็นเรื่องปกติของทุกช่วงเทศกาลที่ไม่ว่าอย่างไร ก็ต้องเกิดขึ้น เราท่านทั้งหลายทำได้เพียงแต่ ทำใจ ยอมรับว่า เรื่องราวเช่นนี้มันหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยจริงๆ หน่วยงานที่พยายามรณรงค์เพื่อป้องกันปัญหาเหล่านี้ ก็ทำได้เพียงแค่รณรงค์เรียกร้อง ปลุกจิตสำนึกก็ทำได้เพียงเท่านั้น แทบไม่มีผลต่อตัวเลขสถิติปีปต่อปี
แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะละเลย หรือปล่อยให้ช่วงเทศกาลเป็นไปตามยถากรรม ใครจะเดินทางไปไหนมาไหน ไปคิดไปหาวิธีการเอาเอง ไม่ว่าจะเป็น กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท กรมป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน รวมทั้งตำรวจทางหลวง ซึ่งเป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางจะต้องให้ข้อมูลความรู้แก่ประชาชนมากกว่านี้ ไม่ใช่แค่แนะนำถนนสายหลักเพื่อให้ประชาชนแห่กันไปใช้บริการ แล้วก็ติดกันยาวเหยียดนับสิบกิโลเมตรอย่างที่ประชาชนที่จะเดินทางไปภาคอีสานที่รับรู้ว่า ถ้าไม่ไปทางปราจีนบุรี ก็ต้องไปเลี้ยวขวาก่อนเข้าสระบุรี หรือไม่ก็เลยไปเข้าทาง ชัยภูมิ ในขณะที่ถนนสายอื่นที่ดูจะอ้อมไปบ้าง แต่สามารถกระจายรถออกไป และเป็นทางเลือกให้แก่ประชาชน กลับไม่ได้รับการแนะนำ
ยังมีเวลาที่จะบริหารจัดการเส้นทางการเดินทางในช่วงขากลับ ที่หน่วยงานต่างๆ โดยเฉพาะตำรวจทางหลวงที่จะต้องบริหารจัดการเส้นทาง เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนที่จะเดินทางกลับ และป้องกันอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้น โดยการแนะนำเส้นทางเพิ่มเติมมากกว่าที่จะบอกเฉพาะเส้นทางหลักอย่างที่เคยเป็นมา ขณะเดียวกันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ก็ควรจะเข้ามาช่วยกันดูแลและป้องกันการเกิดอุบัติเหตุให้เต็มที่ อย่าเพียงแต่รอลุ้น หรือภาวนาให้ตัวเลขอุบัติเหตุน้อยกว่าปีก่อนๆ



