คอลัมนิสต์

อันตรายจากเศรษฐกิจตามตำรา

อันตรายจากเศรษฐกิจตามตำรา

25 มิ.ย. 2552

ในสัปดาห์ที่แล้วมีเรื่องเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจที่สำคัญถูกนำมาถกเถียงกันในสภาผู้แทนราษฎรถึง 4 วัน 4 คืน ตั้งแต่เรื่องพ.ร.ก.กู้เงิน พ.ร.บ.กู้เงิน จนกระทั่งถึงพ.ร.บ.งบประมาณประจำปี 2552-2553 เกี่ยวข้องกับวงเงินที่จะใช้จ่ายในแผ่นดินถึงประมาณ 2.5 ล้าน-ล้าน ครอ

เป็นธรรมดาในการอภิปราย 4 วัน 4 คืน นักการเมืองทางฟากรัฐบาลย่อมต้องสรรเสริญเยินยอแผนการกู้เงินและแผนการใช้จ่ายเงินครั้งนี้อย่างเต็มที่ จนฟังดูการอภิปรายส่วนใหญ่เป็นเชิง "ยอวาที” เสียมากกว่า แต่ก็มีส.ส.พรรคร่วมบางรายที่อดแถมอดแสดง “ความนิยมท้องถิ่น” ตัดพ้อต่อว่าว่าท้องถิ่นของตนได้รับการจัดสรรงบประมาณน้อยเป็นการแถมท้ายอยู่บ้างประปราย

 ส่วนทางฟากฝ่ายค้านก็เป็นที่แน่นอนว่าจะต้องหาเรื่องมาโจมตีทิ่มตำรัฐบาลในทุกเรื่อง แม้บางเรื่องจะไม่เกี่ยวข้องกับการกู้เงินหรือการงบประมาณแต่อย่างไร แต่เท่าที่ฝ่ายค้านพากันอภิปรายจนน้ำลายท่วมสภานั้นก็พอสกัดเป็นเนื้อหาข้อเขียนได้แค่ 2-3 บรรทัด ดังนี้

 “ต่างรุมตำหนิว่ารัฐบาลกู้เงินมากเกินไปจะสร้างหนี้สร้างสินไว้ให้ลูกหลานชดใช้กันไม่มีวันหมด บ้างก็ว่ารัฐบาลไม่ชี้แจงรายละเอียดว่าจะชำระหนี้ได้อย่างไร ที่รุมกันสับโขกมากก็ว่ารัฐบาลจะกู้เงินมาถลุงและไม่ได้ผลในการแก้วิกฤติเศรษฐกิจอย่างที่เริ่มทำมา และแน่นอนส.ส.ฝ่ายค้านทุกคนที่อภิปรายก็เห็นว่ารัฐบาลจัดสรรงบประมาณอย่างไม่ถูกต้องและไม่เป็นธรรม…”

 แต่ก็ค่อยได้ยินชัดๆ ว่าในยามนี้ถ้าไม่ให้รัฐบาลกู้เงินมาแล้วจะแนะให้รัฐบาลทำอย่างไร และอย่างไรก็ตามทั้ง พ.ร.ก.และพ.ร.บ.ทั้ง 3 ฉบับก็ผ่านสภาเป็นที่เรียบร้อยตามขั้นตอน

 เป็นที่น่าสังเกตว่าในระหว่างการอภิปรายโต้ตอบกันนั้นทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านก็มีการยกทฤษฎีเศรษฐศาสตร์มาอ้างลอยๆ กันอยู่บ่อยครั้ง

 อันว่าทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์นั้นไม่เหมือนกับทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์สาขาอื่น กล่าวคือทฤษฎีเศรษฐศาสตร์นั้นเต็มไปด้วยข้อยกเว้นและเงื่อนไขต่างๆ เป็นทฤษฎีที่ดิ้นได้ บางคนนำมาใช้ก็ได้ผลดี บางคนนำมาใช้ก็ไม่ได้ผล จนระยะหลังนี้นักเศรษฐศาสตร์นอกกระแสหลัก เช่น อาจารย์พอล ครุกแมน (นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบิล) ได้ออกมาเตือนสติไว้ว่า “ตลอดเวลา 30 ปีที่ผ่านมาทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์มหภาคนั้นไม่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจ บางครั้งถ้านำมาใช้ (อย่างไม่ลืมหูลืมตา) ก็จะเกิดอันตรายอย่างยิ่งแก่ระบบเศรษฐกิจทั้งหมด โดยเฉพาะในเรื่องการสร้างหนี้สินนั้นจะนำไปสู่ความหายนะของประเทศได้..."

 ขณะนี้ต้นแบบของ “โอบามาร์ค” (ประธานาธิบดีโอบามา) กำลังเสื่อมความนิยมอย่างรวดเร็วเพราะนำทฤษฎีเศรษฐศาสตร์มาใช้ผิดๆ ทฤษฎีที่ว่าคือถ้าภาคเอกชนไม่ใช้จ่ายเงิน ไม่ลงทุน รัฐบาลก็จำเป็นต้องขนเงินออกมาขึ้นเฮลิคอปเตอร์หว่าน...

 เรากำลังหลงทางตามรอยเขาหรือเปล่า ถ้าอย่างไรคนที่รับผิดชอบน่าจะได้อ่านเรื่องของประเทศที่ต้องลดค่าเงินลงอย่างฮวบฮาบเช่นประเทศทางอเมริกาใต้ ตุรกี และรัสเซีย ซึ่งชาวบ้านตื่นขึ้นมาเงินที่มีในกระเป๋าถูกตัดศูนย์ลงไปสามศูนย์ (เงิน 10,000 บาท เหลือ 10 บาท) จะได้ป้องกันไม่ให้ประเทศไทยเราหลงทางไปตกเหวอย่างที่บางประเทศหลายประเทศในโลกนี้เคยประสบมาแล้ว

นายหนูใหญ่  [email protected]