
ครอบครัวข่าว
ครอบครัวข่าว : กระดานความคิด โดยจอกอ
ความหมายคงไม่ได้เหมือนครอบครัวข่าว 3 คือคลังที่รวบรวมนักข่าว ผู้ประกาศข่าว พิธีกรข่าว มากฝีมือจากที่ต่างๆ มารวมไว้มากที่สุด แต่หมายถึงความสัมพันธ์ภายในกองบรรณาธิการที่เปลี่ยนไป จากยุคที่นักข่าว คือ “ผู้ร่วมงาน” มาเป็น “ผู้ใช้แรงงาน” ความสัมพันธ์แบบครอบครัวที่อิงอาศัยกัน เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กัน ยามที่หนังสือพิมพ์เผชิญวิกฤติการเงิน ก็ยินดีที่จะทำงานให้ฟรีๆ ดูเหมือนว่าจะหายไปแล้ว และคนข่าวรุ่นใหม่ คงเห็นเป็นเรื่องตลก ที่คนคนหนึ่งจะทุ่มเททำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ไม่มีวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ โดยไม่มีเงินเดือน
ถึงแม้ในยุคนั้น จะมีกฎหมายว่าด้วยการจ้างแรงงาน มีศาลแรงงาน แต่นักข่าวก็ไม่ค่อยได้ติดใจจะนำเรื่องราวไปสู่ศาลแรงงาน เพราะความรู้สึกเป็นครอบครัวเดียวกัน อิ่มด้วยกัน อดด้วยกัน มีเพียงเรื่องเดียวในราวปี 2525-2526 ที่ผมฟ้องบริษัทประชุมช่าง จำกัด เจ้าของหนังสือพิมพ์ข่าวสด และนายเผด็จ ภูรีปฏิภาณ หรือพญาไม้ ฐานผิดสัญญาจ้างแรงงาน ไม่จ่ายเงินเดือน และมีนโยบายให้นักข่าวไปหากินกันเอง ต่อมาข่าวสดไปเปิดกิจการใหม่ที่หัวถนนสีลม ก่อนจะปิดกิจการและโอนหัวมาให้ค่ายมติชน ในที่สุด ในแง่หลักการ ผมมีความเชื่อมั่นเสมอมาว่า เมื่อเราแสดงบทบาทในการตรวจสอบสังคม เรียกร้องความเป็นธรรมให้แก่ผู้คนทั้งหลายได้ เราก็ควรจะต้องเรียกร้องความเป็นธรรมให้แก่ตัวเองได้เช่นกัน
ความเป็นผู้ร่วมงาน เปลี่ยนมาเป็นผู้ใช้แรงงาน ในยุคที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการสื่อสารมากขึ้น กิจการสื่อมีการเติบโตขยายตัวมากขึ้น แรงกดดันที่ทำให้องค์กรสื่อ ต้องขยายกิจการไปทำอย่างอื่น ในภาวะที่หนังสือพิมพ์ถดถอยทั้งในแง่รายได้โฆษณาและยอดขาย ทำให้คนข่าวยุคใหม่ถูกเรียกร้องมากขึ้น ทำงานหนักขึ้น จนกระทั่งแปรสภาพเหมือนเป็น “มดงาน” ทำงานหามรุ่งหามค่ำ แต่สิ่งที่ดีสำหรับนักข่าวยุคใหม่ คืออัตราค่าจ้างที่สูงขึ้น มีมาตรฐานการจ่ายค่าตอบแทนที่ครอบคลุมรายจ่ายจำเป็นอื่นๆ เช่น ค่าพาหนะ ค่าโทรศัพท์ และบางแห่งได้คำนึงถึงอัตราเงินเฟ้อในแต่ละปีด้วย
เปรียบเทียบค่าตอบแทนของคนข่าวรุ่นก่อน ต่ำและค่อนข้างตายตัว ต่อเนื่องยาวนานหลายปี
เมื่อพูดถึงประเด็นนี้ หลายคนคงไม่มีโอกาสได้อ่านบทสัมภาษณ์ของผม ในหนังสือวันนักข่าวปีนี้ ของสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ที่มีธีมเป็นเรื่อง “ปฏิวัติคนข่าว ปฏิรูปสื่อ” ซึ่งผมจะเรียบเรียงและตัดตอนมาบางส่วน
บรรณาธิการ ถามว่า มองสถานการณ์การแทรกแซงสื่อโดยรัฐและทุนอย่างไร
ผมตอบในประเด็นเรื่องบทบาทของทุนรัฐ ที่เข้าไปชดเชยรายได้ที่ขายหายไปของทุนหรือโฆษณาภาคเอกชน แต่ประเด็นที่สอดคล้องกับเรื่องที่ตั้งใจจะบอกเล่ากันวันนี้ คือ ถึงวันนี้ เราปฏิเสธเป้าหมายในเชิงธุรกิจขององค์กรสื่อไม่ได้แล้ว ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องที่เลวร้าย ด้วยบริบททางสังคมที่เปลี่ยนไป ยุคก่อน หนังสือพิมพ์เกิดจากทุนผู้มีอำนาจ “ประชาชาติ” มาจากทุนของหม่อมเจ้าวรรณไวทยากร “ประชาธิปไตย” ยุคเก่า กระเป๋าเงินคือ พระองค์เจ้าภาณุพันธุ์ยุคล และทุนของเครือ “ไทยพาณิชยการ” มาจาก พล.ต.อ.หลวงอดุลเดชจรัส
เมื่ออำนาจ คือทุน เป้าหมายในการทำงานก็คือการรับใช้ผู้มีอำนาจ
ยุคนี้ สื่อขยายตัวมากขึ้น สถานะของนักข่าวจากผู้ร่วมงาน กลายเป็นผู้ใช้แรงงาน สภาพความเป็นอุตสาหกรรมเรียกร้องกำไร รายได้ที่ดี เพื่อจูงใจนักลงทุน เรียกร้องการผลิตจำนวนมาก การผลิตที่ส่งผ่านหลายแพลตฟอร์ม เมื่อเป้าหมายคือธุรกิจ การทำงานก็คือการมุ่งสู่ธุรกิจ และความมั่งคั่งขององค์กร
เรื่องของ “ผู้ใช้แรงงาน” ใน “โรงงานอุตสาหกรรมข่าว” จะอธิบายให้ละเอียดลึกซึ้งต่อไปในครั้งหน้า



