
เอฟบีไอติวเข้มตำรวจไทยเทคนิคสืบสวน'ฆาตกรต่อเนื่อง'
เอฟบีไอติวเข้มตำรวจไทยเทคนิคสืบสวน'ฆาตกรต่อเนื่อง' : สายตรวจระวังภัย โดยกรกมล อักษรเดช
ในระยะที่ผ่านมาเกิดเหตุคนร้ายก่อคดีสะเทือนขวัญหลายครั้ง โดยผู้ที่ตกเป็นเหยื่อส่วนใหญ่จะเป็นเด็กอายุน้อย อย่างเช่นกรณี นายหนุ่ย หรือ ติ๊งต่าง ซึ่งก่อคดีข่มขืนและฆ่าทั้งเด็กชายและเด็กหญิงหลายคน โดยพฤติการณ์การก่อเหตุของคนร้ายเข้าข่ายฆาตกรต่อเนื่อง สร้างความสะพรึงกลัวให้พ่อแม่ผู้ปกครองทั้งประเทศ
โดยนายหนุ่ย ถือเป็นฆาตกรต่อเนื่องที่มีความสมบูรณ์รายแรกของไทย สถาบันกิจการตำรวจสมัยใหม่ ซึ่งก่อตั้งโดย พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบช.ก. ร่วมกับกองบังคับการปราบปราม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านการสืบสวนระดับโลก จากสำนักสอบสวนกลาง สหรัฐอเมริกา (Federal Bureau of Investigation หรือ FBI) มาร่วมทำการสืบสวนในคดีดังกล่าว ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในภูมิภาคอาเซียน
ต่อมาสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐอเมริกา ส่งผู้เชี่ยวชาญมาร่วมสืบสวนคดีดังกล่าวร่วมกับตำรวจไทย โดยรายแรกเป็นผู้เชี่ยวชาญจากหน่วนสืบสวนคดีอาชญากรรมที่เกี่ยวกับเด็ก ผ่านการทำคดีที่มีเหยื่อเป็นเด็กมากกว่า 16 ปี โดยมีประสบการณ์คลี่คลายคดีทั้งในสหรัฐ และต่างประเทศ เช่น การทำคดีลักพาตัวเด็กในทาจิกิสถานและบราซิล ส่วนอีกรายเป็นผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยวิเคราะห์พฤติกรรมศาสตร์ มีความเชี่ยวชาญพิเศษทางด้านจิตวิทยา รวมถึงวิเคราะห์ความคิดของผู้ต้องหาซึ่งก่อคดีอาชญากรรมร้ายแรงที่เกี่ยวข้องกับเด็ก มีประสบการณ์กว่า 23 ปี ซึ่งทั้งสหรัฐฯ มีนักวิเคราะห์พฤติกรรมศาสตร์ประเภทดังกล่าวเพียง 6 รายเท่านั้น
ผู้เชี่ยวชาญจากเอฟบีไอทั้ง 2 ราย จะทำงานร่วมกับทีมสืบสวนของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ซึ่งประกอบด้วย พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์, พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รองผบก.ป., พ.ต.ท.ทรงรักษ์ ขุนศรี รองผกก.6 บก.ป., พ.ต.ต.ยิ่งยศ ลีชัยอนันต์ นว.(สบ2) ผบช.ก., ร.ต.อ.นิธิพัฒน์ กังรวมบุตร รองสว.กก.ปพ.บก.ป. โดยมี พ.ต.อ.วรวุฒิ คุณะเกษม ผกก.กก.3 บก.ป. ทำหน้าที่ประสานงาน ซึ่งชุดสืบสวนชุดนี้ได้เข้าพบ พล.ต.ท.ชัยยง กีรติขจร ผู้ช่วยผบ.ตร. เมื่อช่วงเช้าวันที่ 9 เมษายนที่ผ่านมา เพื่อหารือแนวทางการสืบสวนคดีนี้
ในการสืบสวนคดีดังกล่าวร่วมกันระหว่างตำรวจสอบสวนกลางและเจ้าหน้าที่เอฟบีไอ นอกจากจะร่วมกันสืบสวนคดีดังกล่าวแล้ว ชุดสืบสวนของตำรวจสอบสวนกลางจะมีโอกาสได้เรียนรู้ถึงเทคนิคการสืบสวนคดีฆาตกรต่อเนื่องจากเจ้าหน้าที่เอฟบีไอด้วย ซึ่งถือเป็นเรื่องน่ายินดีที่ตำรวจไทยเปิดกว้างต่อแนวทางการสืบสวนสมัยใหม่ โดยนำหลักวิชาการมาช่วยสืบสวนและเปลี่ยนแปลงการทำงานของตำรวจไทยให้เป็นสากล อันจะนำไปสู่การค้นพบความจริงในคดี โดยปราศจากการใช้กำลัง หรือการจับผู้ต้องหาผิดตัว
การสืบสวนคดีฆาตกรต่อเนื่องคดีนี้ นอกจากชุดสืบสวนของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางแล้ว ยังเปิดโอกาสให้ตัวแทนตำรวจจากกองบัญชาการต่างๆ เข้าเรียนรู้จากการปฏิบัติจริงกับเจ้าหน้าที่ FBI โดย พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ และทีมตำรวจที่การอบรมจากหน่วยงานตำรวจในต่างประเทศจะทำการปูพื้นฐานด้านการสืบสวนให้กับตัวแทนเจ้าหน้าที่ดังกล่าว ก่อนลงปฏิบัติจริงร่วมกับเจ้าหน้าที่เอฟบีไอ
"คดีน้องการ์ตูนที่ถูกฆาตกรรมโดยนายหนุ่ย พนักงานสอบสวนมีคำสั่งฟ้องผู้ต้องหาและศาลมีคำพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต เป็นคดีแรกใน 8 คดีที่ผู้ต้องหารับสารภาพ ในจำนวนนี้คดีที่นายหนุ่ยรับสารภาพว่าก่อขึ้น นอกจากคดีน้องการ์ตูนแล้วมีอีก 2 คดี ที่มีหลักฐานยืนยันการกระทำผิด ส่วนอีก 5 คดี นายหนุ่ยอ้างว่าสารภาพเพราะกลัว เป็นเรื่องท้าทายที่ตำรวจต้องดำเนินการให้ได้ ซึ่งเมื่อผู้เชี่ยวชาญจากเอฟบีไอเข้ามาร่วมทำคดีกับตำรวจไทย จะทำให้ชุดสืบสวนของเรามีโอกาสได้เรียนรู้เทคนิคการสืบสวนสมัยใหม่ มีโอกาสได้ร่วมศึกษาเชิงพฤติกรรมศาสตร์เกี่ยวกับการกระทำผิดของผู้ต้องหา เพื่อจัดทำเป็นกรณีศึกษาและป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์ขึ้นอีก หรือหากเกิดเหตุแล้วเราสามารถจับกุมคนร้ายได้เร็ว จะทำให้ผู้ก่อเหตุรายอื่นไม่กล้าทำผิด" พล.ต.ท.ชัยยง กล่าว
...............
(หมายเหตุ : เอฟบีไอติวเข้มตำรวจไทยเทคนิคสืบสวน'ฆาตกรต่อเนื่อง' : สายตรวจระวังภัย โดยกรกมล อักษรเดช)



