คอลัมนิสต์

ทวงถามความเป็นสุภาพบุรุษของตำรวจ!

ทวงถามความเป็นสุภาพบุรุษของตำรวจ!

09 เม.ย. 2557

ทวงถามความเป็นสุภาพบุรุษของตำรวจ! : โลกตำรวจ โดยผศ.ดร.ปนัดดา ชำนาญสุข

            สะเทือนใจสุดบรรยายกับการเสียชีวิตของนักเรียนนายตำรวจ 2 นาย เพียงเพราะครูไม่กระทำการด้วยปัญญา ไม่รักษาความไม่ประมาทเสมอชีวิต! ถึงเวลาแล้วหรือยังสำหรับการให้ความสำคัญกับการพัฒนาหน่วยการศึกษาของตำรวจไทยอย่างจริงจัง ?

            เป็นคุณูปการต่อองค์กรตำรวจเมื่อ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้นำสูงสุดขององค์กรตำรวจให้ความสำคัญกับการพัฒนาความรู้ความสามารถ ศักยภาพ และสมรรถนะของกำลังพลโดยการพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมต่างๆ ขึ้นมา นอกเหนือจากหลักสูตรที่เคยกระทำกันต่อๆ มาในรูปแบบเดิมๆ

            การให้ความสำคัญ และใส่ใจในทุกรายละเอียดเพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมได้ทั้งความรู้ ได้ทั้งแรงบันดาลใจ ได้ทั้งความภาคภูมิใจในเกียรติภูมิของความเป็นตำรวจมืออาชีพอย่างที่สามารถยกย่องได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่า เป็นผู้นำสูงสุดขององค์กรตำรวจคนแรกของประเทศไทยที่กล้าลงทุนเพื่อพัฒนาคน(ตำรวจ)มากที่สุดที่เคยมีมา

            “ท่านเดินดูทั่วห้อง แม้แต่การเดินสายไฟที่พื้นในห้องสัมมนา” สารวัตรหนุ่มพูดถึงความใส่ใจ ความละเอียด พิถีพิถันในการทำงาน แม้เพียงการจัดหลักสูตรฝึกอบรมของ พล.ต.อ. อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ถึงแม้ว่าจะมีเสียงคัดค้าน โต้แย้ง แกมเสียดสีจากนายตำรวจบางนายที่มองว่า "สนใจแต่เรื่องเล็กๆ” (หรือว่าผู้พูดจะหลงลืมใส่คำว่า "แม้" ไป...สนใจแม้แต่เรื่องเล็กๆ)

            การสนใจแม้แต่เรื่องเล็กๆ มิใช่หรือที่นายที่ดี และครูที่ดีพึงกระทำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกระทำเพื่อสร้างสติปัญญาและเกียรติภูมิให้เกิดขึ้นแก่ลูกน้อง หรือลูกศิษย์ที่จะเป็นกำลังสำคัญขององค์กรของสังคมประเทศชาติต่อไป

            จะมีตำรวจซึ่งมีบทบาทเต็มของความเป็นครู สักกี่คนที่มีสำนึกเช่นนี้ !! ถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะตั้งคำถามถึงที่มาและที่ไปของตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในสถาบันการศึกษาของตำรวจว่า ท่านกล้าพูดหรือไม่ว่าท่านมีหัวใจของความเป็นครู ท่านภาคภูมิใจกับความเป็นครูของตำรวจ ท่านมุ่งมั่นที่จะเป็นครู และท่านใส่ใจและปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่เพื่อปั้นตำรวจที่ดีด้วยหัวใจ มิใช่เพียงคิดเคียดแค้น หมดหวัง หมดกำลังใจว่า "ถูกเตะมา”

            ท่านปล่อยให้เหตุการณ์ "สลิงขาด" ในระหว่างการฝึกโดดร่มเกิดขึ้นได้อย่างไร?

            ไม่มีข้ออ้างใดๆ ไม่มีสิทธิที่จะกล่าวว่าเป็นอุบัติเหตุ ไม่มีสิทธิที่จะอ้างความชอบธรรมเรื่องศักดิ์ศรีใดๆ เพราะพวกท่านคือตำรวจ คือครูของตำรวจ ที่ต้องมีสำนึกที่เข้มข้นและเข้มแข็งมากกว่าคนในอาชีพอื่นๆ เพราะท่านถูกฝึกให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยการยึดมั่นตามอุดมคติตำรวจที่ว่า “...กระทำการด้วยปัญญา รักษาความไม่ประมาทเสมอชีวิต" อุบัติเหตุต้องเป็นศูนย์ ต้องมีการเตรียมการอย่างดี ต้องมีการตรวจความพร้อมอย่างดี ต้องมีการทดสอบภาวะอันตรายถึงขีดสุดที่อาจเกิดขึ้นกับนักเรียนนายร้อยตำรวจซึ่งถือเป็นเยาวชนที่จะเป็นกำลังสำคัญของสำนักงานตำรวจแห่งชาติต่อไป...เพราะไม่มีใครที่จะล่วงรู้ว่า หากไม่เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น นักเรียนนายร้อยตำรวจหนึ่งในสองคนผู้เสียชีวิตอาจเป็น ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติที่ทำคุณประโยชน์มากมายให้สังคม ให้แผ่นดิน

            ควรแล้วหรือที่พวกเขาต้องมาสังเวยชีวิตเพียงเพราะการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ใส่ใจในรายละเอียดที่เสี่ยงละเลยอุดมคติตำรวจ ละเลยที่จะตรวจสอบความพร้อมเพื่อป้องกันการสูญเสียชีวิต ซึ่งหากมองให้ลึกซึ้งจะเห็นว่าสถานการณ์การฝึกโดดร่มคือการฝึกยุทธวิธีสำคัญที่มีความเสี่ยงสูง ดังนั้นบรรดาครูของนักเรียนนายร้อยตำรวจต้องใส่ใจมากเป็นพิเศษ แต่กลับปล่อยปละละเลย แล้วสถานการณ์อื่นๆ จะเชื่อได้อย่างไรว่าท่านได้ทำอย่างใส่ใจเต็มกำลังความสามารถ? ไม่ทำลักษณะเพียงพอผ่านแต่เพียงเท่านั้น

            มิได้มองว่าครูของตำรวจทุกคนเป็นคนทำงานแบบพอผ่านไร้ใจ เพียงแต่อยากส่งเสียงว่าหากไม่มีใจก็ขอให้คิดถึงวินัย และหน้าที่ด้วยแต่เพียงเท่านั้น เพราะถ้าครูของตำรวจตั้งแต่ครูใหญ่ลงมาจนถึงเหล่าบรรดาครูเล็กๆ ให้ความสนใจแม้แต่เรื่องเล็กๆ เช่นตัวอย่างที่ ผบ.ตร.ทำแล้วนั้น เหตุการณ์อดสูที่แสนสะเทือนใจในครั้งนี้ก็คงไม่เกิดขึ้น

            ขอเชิญชวนให้ผู้มีอำนาจในสำนักงานตำรวจแห่งชาติทั้งหลายมองเหตุการณ์ในครั้งนี้ให้ลึกซึ้ง อย่ามองเพียงปรากฏการณ์ส่วนผิว (Surface Phenomena) หรือคิดลดส่วนเพียงแค่เหตุครั้งนี้ แต่โปรดคิดว่าเรื่องสำคัญอย่างนี้ยังละเลยขนาดนี้ ยังไม่กระทำการโดยปัญญาขนาดนี้ ยังทำการโดยประมาทจนต้องสังเวยชีวิตของลูกศิษย์ขนาดนี้ แล้วเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตงานประจำจะเหลือหรือ?...หรือว่านี่เป็นภาพสะท้อนความล้มเหลวของเบ้าหลอมตำรวจ (ส่วนงานการศึกษา)

            อย่าลืมว่า โรงเรียนนายร้อยถูกเรียกขานว่าเป็นดินแดนแห่งการสร้างและพัฒนาสุภาพบุรุษ

            หนึ่งในคุณสมบัติของสุภาพบุรุษคือ ความกล้าหาญ การรักษาเกียรติยศ ศักดิ์ศรี ดังนั้น คงไม่จำเป็นต้องรอให้กรรมการสอบสวนทำการสอบสวนสาเหตุจนแล้วเสร็จหรือขยายเวลาการสอบสวนจนหมดเวลา และไม่จำเป็นต้องถามว่าพ่อแม่ของนักเรียนนายร้อยจะแจ้งความร้องทุกข์หรือไม่ เพราะครูผู้เป็นต้นแบบของสุภาพบุรุษพึงมีความกล้าหาญที่จะยอมรับความผิดพลาดที่เกิดขึ้นด้วยการวิเคราะห์ตัดสินใจในความละเลยไม่ใส่ใจในหน้าที่การงานที่พึงทำด้วยตนเอง โดยมิจำเป็นต้องรอให้ใครมาตัดสิน ไม่ต้องให้ใครมาลงโทษ

            ตัวอย่างดีๆ อย่างเช่นที่ ผบ.ตร.กล้าหาญออกมายอมรับความผิดพลาดต่อสังคมแทนลูกน้องเหล่าตำรวจควบคุมฝูงชนอารมณ์หลุด หมดความอดทนอดกลั้นทุบรถผู้ชุมนุมเป็นหนึ่งในตัวอย่างดีๆ ที่สุภาพบุรุษสีกากีพึงทำ !!