คอลัมนิสต์

เข้มงวดจริงจัง

เข้มงวดจริงจัง

06 เม.ย. 2557

เข้มงวดจริงจัง : บทบรรณาธิการประจำวันที่6เม.ย.2557

               คนไทยคงจะคุ้นเคยกับการใช้บริการจากรถประจำทางหรือรถเมล์เป็นอย่างดีซึ่งระบบขนส่งมวลชนเป็นบริการสาธารณะเพื่อตอบสนองการเดินทางของประชาชนที่มีมาตั้งแต่ในอดีต แต่ละรัฐบาลได้กำหนดนโยบายที่เหมาะสมมาใช้แตกต่างกันไป โดยมีกรมการขนส่งทางบกเป็นหน่วยงานกำกับดูแล ทั้งองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) บริษัทขนส่ง จำกัด (บขส.) และบริษัทเอกชน ในการดำเนินการให้บริการรถโดยสารประจำทางประเภทต่างๆ ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค แต่การบริการที่ผ่านมากลับไม่เอื้อให้เกิดการพัฒนาคุณภาพการให้บริการในภาพรวมที่ผู้โดยสารควรได้รับ ผู้บริโภครู้เพียงต้องจ่ายค่าโดยสารตามที่กำหนด

               แม้เราจะมีรถไฟฟ้าทั้งบนดินใต้ดิน (ทั้งที่สร้างเสร็จและกำลังก่อสร้าง) ให้ใช้สัญจรกันอย่างคล่องตัว แต่วันนี้เราก็ยังขึ้นรถเมล์ที่มีสภาพเก่า ขับแข่งแย่งกันรับผู้โดยสาร คนขับ-กระเป๋ามารยาทไม่ดี และตามมาด้วยอุบัติเหตุ ความสูญเสีย เป็นปัญหาซ้ำซากที่ยังคงปรากฏให้เห็นเสมอ ทั้งที่ผู้โดยสารเองก็รู้สึกเบื่อหน่าย แต่ก็ยังจำใจใช้บริการ สะท้อนมาตรฐานความปลอดภัยของการใช้บริการรถโดยสารประจำทาง ที่ไม่เพียงแต่ผู้โดยสารเท่านั้น แต่ยังรวมถึงผู้ร่วมทางบนท้องถนนและอีกหลายชีวิตที่อยู่ใกล้เคียง ซึ่งอาจรับเคราะห์จากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นด้วย

               หากหน่วยงานที่รับผิดชอบมีการตื่นตัวตรวจสอบสภาพรถโดยสารประจำทางให้ได้มาตรฐานตามกฎหมายคุณภาพชีวิตของคนไทยคงจะดีกว่านี้เป็นแน่ และคงจะไม่มีเรื่องฟ้องร้องให้ศาลได้ปวดหัว ล่าสุดศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษาให้ ขสมก.ห้ามนำรถเมล์ รถร่วมบริการเอกชนที่มีมลพิษควันดำเกินมาตรฐานตามกฎหมายวิ่งให้บริการประชาชน โดยให้กรมควบคุมมลพิษรายงานผลการตรวจวัดควันดำต่อศาลทุก 3 เดือน เป็นเวลา 1 ปี โดยมีการร้องศาลมาตั้งแต่ปี 2545 เรื่อยมาจนถึงปี 2549 ศาลปกครองกลางได้ให้โอกาส ขสมก.แก้ไขปัญหา แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ลากยาวด้วยการอุทธรณ์มาอีก 8 ปี กระทั่งวันที่ 3 เมษายน ที่ผ่านมา  

               โดยข้อเท็จจริงแล้วขสมก.มีรถยนต์โดยสารและรถร่วมบริการเอกชนรวมกันทั้งหมด 14,700 คัน และส่วนหนึ่งของรถร่วมบริการก็มาจากการรับซื้อรถปลดระวางจาก ขสมก. ซึ่งขัดต่อกฎหมายที่ห้ามนำรถที่มีสภาพไม่มั่นคงและอยู่ในสภาพที่อาจทำให้เสื่อมเสียสุขภาพมาวิ่งให้บริการ ประจวบเหมาะกับนายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน และพวก ได้ยื่นฟ้องศาลปกครอง สั่งให้เพิกถอนใบอนุญาตหรือสัมปทานการเดินรถของรถร่วมบริการเอกชนสาย 8 ซึ่งถูกขึ้นบัญชีดำจากสำนักสำรวจต่างๆ แม้กระทั่งชัชชาติโพลล์ว่า ยอดแย่ในทุกด้านไม่ว่าจะเป็นมารยาทการขับขี่ การบริการ สภาพรถ ซึ่งเรียกได้ว่าตกเกณฑ์ในทุกๆ ด้าน 

               ปัญหาอุบัติเหตุทางถนนที่เกิดขึ้นในประเทศไทยไม่ว่าจะเป็นการบาดเจ็บ พิการ หรือตาย ถือเป็นประเด็นเร่งด่วนที่ต้องหาคนรับผิดชอบ โดยเฉพาะอุบัติเหตุที่เกิดจากรถโดยสารสาธารณะนั้น จะต้องมีการแก้ไขอย่างจริงจังและเป็นระบบ ให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งผู้ประกอบการ บริษัทประกันภัย และพนักงานขับรถ ร่วมรับผิดชอบ  เราไม่สามารถลงโทษถึงขั้นยกเลิกเส้นทางเดินรถได้ เนื่องจากประชาชนจะได้รับความเดือดร้อน แต่เราก็สามารถที่จะเลือกบริษัทที่ดีที่สุดที่พร้อมรับผิดชอบทั้งในด้านบริการ ตัวรถ เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้บริการได้