คอลัมนิสต์

ใช้มาตรการรับมือแพร่ระบาด

ใช้มาตรการรับมือแพร่ระบาด

03 เม.ย. 2557

ใช้มาตรการรับมือแพร่ระบาด : บทบรรณาธิการประจำวันที่3เม.ย.2557

          ทั่วโลกเฝ้าจับตาสถานการณ์เชื้อไวรัสอีโบลาระบาดในแอฟริกาตะวันตก ที่พบว่ามีผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็นอย่างน้อย 82 คนแล้ว ในประเทศกินี และไลบีเรีย และมีผู้ป่วยอีก 56 คน ที่ต้องสงสัยติดเชื้อ และที่น่าห่วงคือ ยังมีผู้คนอีกเป็นจำนวนมากที่อาจติดเชื้อแล้วแต่ยังไม่รู้ตัว เพราะเชื้อดังกล่าวฟักตัวนานสามสัปดาห์จึงเริ่มแสดงอาการ และผู้ติดเชื้อมีโอกาสเสียชีวิตสูง 90% เชื้อโรคชนิดนี้ถูกพบครั้งแรกในปี 2519 ที่ซาอีร์ หรือสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ในปัจจุบัน คร่าชีวิตผู้ติดเชื้อ 280 คน โดยเชื้อแพร่จากสัตว์ป่าสู่คนก่อน จากนั้นแพร่ระบาดจากคนสู่คน โดยการสัมผัสแตะต้องผู้ติดเชื้อหรือของเหลวในร่างกาย ซึ่งเป็นเรื่องน่ากลัวมาก อย่างไรก็ตาม องค์การอนามัยโลกจำกัดวงแคบไว้ว่า การระบาดมักเกิดในหมู่บ้านห่างไกลในแอฟริกากลางและตะวันตกในพื้นที่ใกล้ป่าฝนเขตร้อน

          แต่ปัจจุบันการระบาดของเชื้ออีโบลาเริ่มกระจายเข้าสู่เขตชุมชนและการแพร่นั้นรวดเร็วมาก โดยพื้นที่ที่พบการติดเชื้อกระจุกตัวในเขตเมืองตะวันออกเฉียงใต้ของกินี แต่ต้องใช้เวลาถึงหกสัปดาห์จึงระบุได้ว่าเป็นเชื้ออีโบลา และต่อมายังลามถึงกรุงโกนากรี เมืองหลวง ที่มีประชากร 2 ล้านคน และพื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่นมีพรมแดนติดกับไลบีเรียและเซียร์ราลีโอน จนถึงขนาดผู้ประสานงานโครงการองค์กรแพทย์ไร้พรมแดนในกินีออกมาแสดงความกังวลว่า สถานการณ์ระบาดครั้งนี้ เป็นระดับที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อนในแง่การแพร่กระจายทั่วประเทศและลามไปยังเพื่อนบ้าน ถือว่าเป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปี และเป็นสถานการณ์สุ่มเสี่ยงอย่างมาก ทำให้ภารกิจควบคุมการระบาดยิ่งยุ่งยากซับซ้อน ที่สำคัญยังไม่มีวัคซีนหรือวิธีรักษาเชื้อไวรัสชนิดนี้

          ความกังวลการแพร่ระบาดทวีสูงขึ้น เพราะเกรงว่าผู้ติดเชื้ออาจเป็นพาหะนำเชื้อไปแพร่ยังทวีปต่างๆ หากยังไม่มีการจำกัดพื้นที่เพื่อตัดวงจรการแพร่ระบาดให้ได้ผล แม้ประเทศกินีสั่งปิดชายแดนทุกแห่งที่ติดกับเพื่อนบ้านแล้ว แต่หลายฝ่ายเห็นว่า รัฐบาลยังขาดมาตรการที่มีประสิทธิภาพในการหยุดยั้งการระบาดและควรปิดถนนตัดขาดพื้นที่ป่าเขากับพื้นที่อื่นๆ ของประเทศด้วย สภาวการณ์ดังกล่าวคล้ายหรือใกล้เคียงกับช่วงเกิดการระบาดของเชื้อไข้หวัดนกที่ยังไม่สามารถคิดค้นวัคซีนป้องกันโรคได้ และประเทศไทยก็เคยประสบสถานการณ์การระบาดของไข้หวัดนกมาด้วย โดยมีการเตรียมความพร้อม ทั้งการเฝ้าระวัง การคัดกรองผู้สงสัยติดเชื้อทางด่านต่างๆ ทั้งสนามบิน ท่าเรือ จนสามารถผ่านพ้นมาได้และสร้างมาตรการป้องกันเพื่อรับมือกับวิกฤติได้

          ล่าสุด กระทรวงสาธารณสุขระบุถึงแนวทางเฝ้าระวังป้องกัน แม้ว่าผู้ป่วยเชื้อไวรัสอีโบลาจะไม่เคยมีรายงานในเมืองไทยและไทยมีความเสี่ยงต่อโรคนี้ต่ำก็ตาม แต่ก็ไม่ประมาท ได้วางมาตรการหลัก ได้แก่ ติดตามสถานการณ์คืบหน้าจากองค์การอนามัยโลก เฝ้าระวังผู้ป่วย โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ หรือคนไทยที่เดินทางมาจากพื้นที่ระบาดของโรค รวมทั้งเตรียมความพร้อมในการตรวจหาเชื้อทางห้องปฏิบัติการ และมาตรการดูแลรักษา หากมีผู้ป่วยที่มีอาการในข่ายสงสัย โดยใช้มาตรฐานเดียวกับการดูแลผู้ป่วยโรคติดต่อที่มีอันตรายสูง เช่น ไข้หวัดนก โรคซาร์ส โดยมั่นใจว่าโรงพยาบาลในสังกัดทั่วประเทศมีความพร้อมอยู่แล้ว ดังนั้นการขยับตัวที่ทันต่อสถานการณ์และใช้บทเรียนในอดีตมาเป็นภูมิต้านทานจะช่วยให้รับมือสิ่งที่น่ากลัวนี้ได้