
ภาคประชาสังคมพม่ามาแรง
ภาคประชาสังคมพม่ามาแรง : โลกสาระจิปาถะ โดยกวี จงกิจถาวร
ไม่เคยมีใครคิดหรอกว่า จะมีตัวแทนภาคประชาสังคม รวมทั้งกลุ่มรากหญ้าหลากหลายสอง-สามร้อยองค์กรจากอาเซียนและภายในประเทศพม่ามารวมตัวกันที่เมืองร่างกุ้งในอาทิตย์ที่ผ่านมา เพื่อร่วมเวทีเสวนาประชาชนอาเซียน (Asean People’s Forum) ปรากฏว่าเป็นเวทีดึงดูดคนมามากถึงสามพันคน ทำลายสถิติของอาเซียนโดยสิ้นเชิง
อาเซียนกำลังเข้าสู่ประชาคมในอีกหกร้อยกว่าวันเท่านั้น แต่วิธีการตัดสินใจในองค์กรอาเซียนยังเป็นท็อป-ดาวน์อยู่เหมือนเดิมคือ ผู้นำอาเซียนเป็นผู้กำหนดนโยบายทั้งหลายทั้งปวง ในปี 2008 เมื่ออาเซียนมีกฎบัตรออกมา พร้อมพิมพ์เขียวในการสร้างประชาคมเดียว ที่มีศูนย์กลางอยู่ที่ประชาชน มีการคาดคิดว่า ผู้นำอาเซียนต้องนำกรอบความคิดใหม่ๆ เข้ามาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตัดสินใจ โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวกับความเป็นอยู่ ที่ดี มีประกันสังคมที่ดีสำหรับคนในอาเซียนถึง 630 ล้านคน
ตอนที่มาเลเซียเป็นประธานอาเซียนในปี 2005 นายกรัฐมนตรีอับดุลเลาะห์ บาดาวี เป็นผู้เสนอความคิดให้มีการพบปะระหว่างผู้นำอาเซียนกับตัวแทนภาคประชาสังคม เพื่อนำความคิดรากหญ้ามาใช้ให้เป็นประโยชน์ และแสดงให้เห็นว่า ผู้นำอาเซียนใส่ใจในความคิดเห็นของภาคประชาสังคมในภูมิภาค ตอนนั้นผู้เขียนได้เข้าร่วมแสดงความคิดเห็นถึงสามวันสามคืนที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ เพื่อกลั่นกรองความคิดให้ออกมา เพื่อจะนำเสนอผู้นำอาเซียนในประเด็นอะไรบ้าง ส่วนใหญ่เป็นเรื่องเกี่ยวกับการเคารพสิทธิและเสรีภาพในการแสดงออก รวมทั้งการเคารพและให้ความคุ้มครองแรงงานต่างประเทศที่ต้องมีวิธีการปฏิบัติที่ดีกว่า
ต่อมาการพบปะระหว่างตัวแทนภาคประชาสังคมกับผู้นำอาเซียนก็ขาดหายไป เนื่องจากผู้นำอาเซียนบางคน โดยเฉพาะ นายกรัฐมนตรีฮุน เซน มีความรู้สึกไม่ดีต่อตัวแทนอิสระจากภาคประชาสังคมของประเทศตน ทำให้การพบปะในลักษณะนี้ไม่ได้รับความสนใจ ช่วงไทยเป็นประธาน (กรกฎาคม 2008 ถึงธันวาคม 2009) ไทยพยายามอย่างยิ่งในการผลักดันให้ตัวแทนภาคประชาสังคมต่างๆ ได้มีโอกาสเข้ามาพบผู้นำอาเซียนให้มีจำนวนมากที่สุด ปรากฏว่าผู้นำอาเซียนบางคนไม่พอใจ จึงทำให้การพบปะครั้งนั้นในเดือนตุลาคม 2008 ที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีปัญหา
หลังจากนั้นประธานอาเซียนต่อๆ มา เช่น เวียดนาม กัมพูชา บรูไน ก็ไม่ค่อยสนใจกับเวทีเสวนาประชาชนอาเซียนเท่าที่ควร มีการจัดเสวนา แต่ไม่มีการพบปะกัน หัวข้อเรื่องยังถูกจำกัด ลึกๆ ผู้นำอาเซียนกลัวจะถูกต่อว่า ตัวแทนภาคประชาสังคมบางคนดุดันมาก ก่อนที่พม่าจะมีการปฏิรูปในปี 2011 ผู้แทนพม่าลี้ภัยในไทยและต่างประเทศ มีความคิดแบบหัวรุนแรงต่อว่าผู้นำพม่าในปที่ประชุม
ในปัจจุบันสถานการณ์เปลี่ยนไป ประธานอาเซียนพม่าพยายามสุดขีด เอาใจภาคประชาสังคมเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อไป ต้องยอมรับว่า เวทีเสวนาประชาชนอาเซียนทำได้ดี ถึงแม้ว่าจะมีภาครัฐบาลและกลุ่มรัฐบาลจัดตั้งเข้ามาควบคุมการประชุมครั้งนี้ก็ตาม มีประเด็นถกกันครบทุกเรื่องภายใต้ความร่วมมือสามเสาหลักอาเซียน
อย่างไรก็ดี พอถึงเรื่องประเด็นชาวโรฮิงญา ปรากฏว่าตัวแทนพม่าบอกว่า เรื่องไม่ควรหยิบขึ้นมาพูด ถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ที่ผ่านมารัฐบาลพม่าปฏิเสธเสียงแข็งว่า ชาวโรฮิงญาเป็นคนพม่า ตอกย้ำเสมอว่า กลุ่มชนชาตินี้เป็นคนมาจากบังกลาเทศ ไม่ยอมรับเสียงทักถ้วงจากใครทั้งสิ้นว่าเป็นคนท้องถิ่น อาเซียนพยายามจะช่วยเพื่อหาทางออกให้ มันกระทบกระเทือนเพื่อนอาเซียนด้วยกัน ทั้งไทย มาเลเซียและอินโดนีเซียโดนหมด เนื่องจากแต่ละปีมีชาวโรฮิงญาหนีออกนอกประเทศเป็นจำนวนมาก ส่วนมากเป็นเหยื่อของกลุ่มนักค้ามนุษย์
ประธานาธิบดีเต็ง เส่ง ตกลงพบตัวแทนภาคประชาสังคมและกลุ่มเยาวชนในวันที่ 11 พฤษภาคม ที่กรุงเนปิดอว์ ทำให้การประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งต่อไปมีความหมายมากขึ้น ตอนนี้เป็นหน้าที่ของประธานที่ต้องชักจูงผู้นำอาเซียนอื่นๆ ให้เข้าร่วมการประชุมกับภาคประชาสังคมด้วย
ถ้าทำได้ประธานพม่าก็จะได้รับการยอมรับจากอาเซียนและต่างประเทศ



