
ศักดิ์ศรีของผู้ทรงเกียรติ
ศักดิ์ศรีของผู้ทรงเกียรติ : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 1 เม.ย.2557
การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาที่ผ่านไปเมื่อวันที่ 30 มีนาคม เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทุกหน่วยเลือกตั้งทั้ง 77 จังหวัดสามารถเปิดให้มีการลงคะแนนเสียงได้ตามปกติทั้งหมด แตกต่างกับการเลือกตั้ง ส.ส. ที่ไม่สามารถจัดการเลือกตั้งให้ครบทุกหน่วยภายในวันเดียวได้ จากข้อมูลอย่างไม่เป็นทางการในเบื้องต้นมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด 48,787,153 คน มีผู้มาใช้สิทธิ 20,873,423 คนคิดเป็นร้อยละ 42.78 บัตรดี 17,290,896 บัตร คิดเป็นร้อยละ 82.84 บัตรเสีย 1,086,184 บัตร คิดเป็นร้อยละ 5.20 และบัตรไม่ประสงค์ลงคะแนนหรือโหวตโน 2,496,341 บัตร ร้อยละ 11.96 ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่น้อยและต่ำกว่าที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือกกต. ตั้งเป้าไว้
จำนวนตัวเลขของบัตรเสียครั้งนี้ถือว่าสูงอย่างน่าตกใจเมื่อเทียบกับการเลือกตั้งส.ว.เมื่อปี 2551 มีบัตรเสียเพียงร้อยละ 3.66 ซึ่งหากจะวิเคราะห์ถึงเหตุผลอย่างกลางๆ อาจจะเกิดจากความเบื่อหน่ายทางการเมืองที่ 2 ขั้วทางการเมืองมีการทะเลาะเบาะแว้งจนความขัดแย้งบานปลายไปถึงการชุมนุมประท้วงขับไล่รัฐบาลที่พวกเขามองว่าเต็มไปด้วยผลประโยชน์ทับซ้อน บริหารประเทศผิดพลาดจนทำให้บ้านเมืองได้รับความเสียหาย กระทบต่อด้านการเงินการคลังจนชาวบ้านต้องได้รับความเดือดร้อน ความไม่พอใจได้ขยายวงไปถึงการเลือกตั้งและแสดงสัญลักษณ์โดยการขีดเขียนแสดงความรู้สึกลงในบัตรเลือกตั้งจนกลายเป็นบัตรเสีย นอกเหนือจากไม่มีความเข้าใจในการลงคะแนน หรือกาบัตรผิดจริงๆ เช่นเดียวกับการโหวตโนจำนวนสูงถึง 2.2 ล้านใบ ที่ประชาชนอาจไม่พอใจในคุณสมบัติในตัวผู้สมัคร แต่เพื่อต้องการไปรักษาสิทธิทางการเมืองจึงต้องออกไปลงคะแนน
คงเป็นเรื่องที่ยากหลีกเลี่ยงในระบอบประชาธิปไตยแบบไทยๆ ที่แม้กฎเกณฑ์จะระบุให้คุณสมบัติของผู้สมัครส.ว. มีความเป็นอิสระทางการเมือง ต้องไม่สังกัดพรรคการเมืองใด แต่ระบบเครือญาติและท้องถิ่นนิยมยังคงมีอิทธิพลสูงที่จะกำหนดคะแนนเสียงให้แก่คนเหล่านี้ จึงทำให้ผู้ทรงเกียรติในสภาไทยเต็มไปด้วยสภาผัวเมีย สภาเครือญาติ ตัวแทนนายทุนผู้มีอิทธิพลมากกว่าที่จะเป็นผู้ที่มาจากหลากหลายอาชีพหรือมีคุณสมบัติ ดี เด่น ดัง และทำประโยชน์ให้แก่ประชาชนอย่างแท้จริง ส่งผลต่อการทำหน้าที่ตรวจสอบในการออกกฎหมายของสภาล่างได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย รวมถึงการแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระต่างๆ การถอดถอนนักการเมือง เนื่องเพราะที่มาของคนเหล่านี้มาจากการลากตั้ง มีฐานมาจากพรรคการเมืองจึงต้องตอบแทนบุญคุณของพวกพ้อง แถมยังมีน้ำจิ้มติดมือให้เป็นสินน้ำใจเป็นคราๆ ไป บางคนติดใจก็ยังมีเป็นรายเดือนให้เป็นของกำนัลอีกด้วย
ที่พูดมาตั้งแต่ต้นมิใช่ว่าส.ว.ทุกคนจะมีพฤติกรรมที่ถูกมองไปในทางลบเสียทั้งหมด ส.ว.เลือกตั้งหลายคนมีชื่อเสียงมีพฤติกรรมและประวัติเหมาะสมกับการเป็นตัวแทนของประชาชนอย่างแท้จริง และเมื่อมาผสมผสานของส.ว.สรรหา อีกเกือบครึ่งหนึ่ง ก็พอจะเป็นความหวังและที่พึ่งให้แก่ชาวบ้านได้ ซึ่งเราก็หวังให้เป็นเช่นนั้น ไม่เช่นนั้นแล้ววุฒิสภาก็จะถูกยึดโดยพรรคการเมือง การกลั่นกรองตรวจสอบแต่งตั้งถอดถอนก็จะมีอุปสรรค กลายเป็นร่างทรงให้คนบางกลุ่มครอบงำทั้งสภาสูงสภาล่าง ด้วยการหลอกลวงว่าประชาธิปไตยคือการเลือกตั้ง ทั้งที่เนื้อแท้แล้วเป็นพฤติกรรมของการฉ้อโกงทางอำนาจมากกว่า



