
คดีทุจริตข้าว'ช้า-เร็ว'
คดีทุจริตข้าว'ช้า-เร็ว' : ขยายปมร้อน โดยสมถวิล เทพสวัสดิ์ @Somthawin_kcl
ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา จนถึงเดือนเมษายนนี้ มีหลายเรื่องต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะความเคลื่อนไหวทางการเมือง เริ่มตั้งแต่วันที่ 31
มีนาคมนี้ "น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ทนายความส่งคำชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวและระบายข้าวต่อ"คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ" (ป.ป.ช.) ตามเวลาที่กำหนด
ส่วนกรณีที่ ส.ว.เข้าชื่อส่งคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อขอให้วินิจฉัยให้ความเป็น "นายกรัฐมนตรี" ของ "ยิ่งลักษณ์" สิ้นสุดลง ตามมาตรา 182 วรรค(7) ประกอบมาตรา 268 กรณีการโยกย้ายตำแหน่ง "ถวิล เปลี่ยนศรี" อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ซึ่งล่าสุด "ศาลปกครองสูงสุด" มีคำพิพากษาให้คืนตำแหน่งดังกล่าวไปแล้วนั้น วันที่ 2 เมษายนนี้ ศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาว่ารับเรื่องหรือไม่
สำหรับการไต่สวนคดีถอดถอน 308 ส.ส.-ส.ว.กรณีแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่มา ส.ว.โดยมิชอบ ที่ประชุม ป.ป.ช.จะลงมติชี้มูลความผิดผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดภายในเดือนเมษายนนี้เช่นกัน
และวันที่ 5 เมษายนนี้ "แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ" (นปช.) หรือ กลุ่มคนเสื้อแดง นัดรวมพลครั้งใหญ่พร้อมกันทั่วประเทศ ถือเป็นการนัดเคลื่อนไหวทางการเมืองครั้งใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดงในรอบปีนี้
แต่คดีที่อยู่ในความสนใจของคนส่วนใหญ่ คือ "คดีทุจริตโครงการรับจำนำและระบายข้าว" ที่จะส่งผลกระทบต่อตำแหน่ง "รักษาการนายกรัฐมนตรี"ของ "ยิ่งลักษณ์"
จึงไม่น่าแปลกใจที่ "ยิ่งลักษณ์" จะเขียนลงเฟศบุ๊กเกี่ยวกับ "คดีนี้" อย่างน้อย 2 รอบ เพื่อตัดพ้อต่อว่าการทำงานของ "ป.ป.ช." ที่ตนเองคิดว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ให้เวลาแก้ข้อกล่าวหาเพียง 21 วัน และไม่ใช่ผู้ปฏิบัติแต่กลับถูกกล่าวหา
โดยครั้งแรกเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2557 หลังจาก "ป.ป.ช." มีมติให้ไต่สวน "ยิ่งลักษณ์" ความผิดกรณี "ละเลย" ไม่ระงับยับยั้งโครงการปล่อยให้โครงการเดินหน้าต่อ มีความผิดละเว้นต่อหน้าที่ตามมาตรา 157 มีโทษจำคุก 1-10 ปี ปรับ 2,000-20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
จึงเป็นธรรมดาที่ "นายกฯ ยิ่งลักษณ์" ต้องดิ้นเพื่อให้พ้นบ่วงความผิดดังกล่าวก่อนที่อนาคตทางการเมืองจะเหมือนกับ "พี่ชาย" พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรอดีตนายกรัฐมนตรี
หากมาลำดับเหตุการณ์คดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวและระบายข้าวจะพบว่า คดีนี้เริ่มโครงการตั้งแต่ปลายปี 2554 และเริ่มมีผู้ไปยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช.เมื่อปลายปี 2555 รวมมีการยื่นถึง 3 ครั้ง ครั้งแรก "พรรคการเมืองใหม่" ครั้งที่ 2 "องค์กรต่อต้านคอรัปชั่น (ประเทศไทย)" และครั้งที่ 3 "นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม"ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์
กลางปี 2556 "นพ.วรงค์" ได้ไปยื่น ป.ป.ช.ให้สอบการระบายข้าวค้างเก่าโครงการรับจำนำปี 2554/55 ต่อมา "กล้านรงค์ จันทิก" ได้แถลงความคืบหน้าระบุไต่สวน 2 ประเด็นสำคัญ 1.การดำเนินโครงการ และ 2.การระบายข้าว จนกระทั่งปลายปี 2556 "วิชา มหาคุณ" ได้แถลงพบมีมูลทุจริตการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจี จึงมีมติขยายการไต่สวนไปอีก 5 กลุ่มบุคคล
ต่อมากลางเดือนมกราคม 2557 "ป.ป.ช." ได้มีมติเอกฉันท์แจ้งข้อกล่าวหา "บุญทรง เตริยาภิรมย์" อดีต รมว.พาณิชย์ พร้อมพวก 15 ราย ทุจริตจีทูจีและให้ไต่สวน "ยิ่งลักษณ์" ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
โดยหลักฐานที่ ป.ป.ช.นำมาใช้ประกอบการพิจารณาคดีกล่าวหาและเรียกให้ "นายกฯ ยิ่งลักษณ์" มารับทราบ เนื่องจาก "ปล่อยให้มีการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว และระบายข้าว โดยเพิกเฉยไม่ระงับยับยั้งความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ทางราชการ"
การที่ "ยิ่งลักษณ์" ซึ่งเป็น "นายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ" (กขช.) หลังจาก "ป.ป.ช." เคยทำหนังสือทักท้วงถึง 2 ครั้งแต่ "นายกรัฐมนตรี" กลับไม่ระงับยับยั้งความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ทางราชการ ปล่อยให้โครงการรับจำนำข้าวเดินหน้าต่อ ขณะเดียวกันโครงการดังกล่าวฝ่ายค้านยังนำไปอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎร รวมทั้งยังได้รับรายงานเรื่องผลของการดำเนินโครงการจากประธานคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวเปลือกว่า เสียหายถึง 2 แสนล้านบาท แถมยังมีชาวนาที่ร่วมโครงการไม่ได้รับเงินจำนวนมาก รวมทั้งมีหนังสือจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)ให้ทบทวนและยุติโครงการดังกล่าว แต่นายกฯ ยิ่งลักษณ์ก็ยังเพิกเฉย
จากการไล่เรียงโครงการจำนำข้าวตั้งแต่แรกจนถึงปัจจุบัน หลักฐานทั้งหมดที่ "ป.ป.ช." นำมาประกอบพิจารณาคดีพอรับฟังคำชี้แจงข้อกล่าวหาของ"นายกฯ ยิ่งลักษณ์" ได้หรือไม่ ที่บอกว่าพิจารณาเรื่องรวดเร็ว และนายกฯ ยิ่งลักษ์ไม่เกี่ยวข้องกับการทำความผิด เพราะเป็นเพียงผู้กำกับดูแลนโยบายเท่านั้น!
..........................................
(หมายเหตุ : คดีทุจริตข้าว'ช้า-เร็ว' : ขยายปมร้อน โดยสมถวิล เทพสวัสดิ์ @Somthawin_kcl)



