คอลัมนิสต์

ดับไฟแต่ต้นลม

ดับไฟแต่ต้นลม

28 มี.ค. 2557

ดับไฟแต่ต้นลม : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 28 มีนาคม 2557

          การให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ซึ่งนอกจากจะแสดงความห่วงใยที่มวลชนผู้บริสุทธิ์จากทั้งสองฝ่ายภายใต้การนำของคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) และแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) จะปะทะกันจนเกิดความสูญเสียขึ้นแล้ว โอกาสนี้ ผู้บัญชาการทหารบกยังเสนอแนะด้วยว่า แกนนำทั้งสองฝ่ายควรจะต้องเสียสละเพื่อให้ปัญหาคลี่คลายลง เพราะถึงอย่างไร การเมืองบนท้องถนนก็ไม่อาจจะแก้ปัญหาหรือนำชัยชนะมาให้แก่ใครได้นั้น อยู่ในห้วงเวลาที่อาจเรียกได้ว่า การเมืองไทยสุกงอมเต็มทีราวฝีใกล้แตก เพราะคู่ขัดแย้งทั้งหลายกำลังพากันเดินมาถึงสุดซอยตันแล้ว

           ขณะที่มีกระแสข่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี น้องสาวของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และคนในตระกูลชินวัตรกำลังจะถอดใจเว้นวรรคจากการเมืองไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งใหม่ที่กำลังจะมีขึ้น ซึ่งถูกตีความทำนองว่า เป็นความเคลื่อนไหวครั้งใหม่ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่จะเจรจาขอสงบศึก ซึ่งก็แน่นอนว่า คนในพรรคเพื่อไทยย่อมจะต้องออกมาปฏิเสธข่าวนี้ เพราะจะเป็นแรงกระเพื่อมภายใน และอาจส่งผลกับการเลือกตั้ง แต่ในอีกด้านหนึ่งนั้น ปรากฏข่าวและภาพทางหนังสือพิมพ์ว่า พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร และนายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง "นักรบ" ของตระกูลชินวัตร ได้ลงพื้นที่กองกำลังคนเสื้อแดง และแสดงท่าทีสนับสนุนการจัดตั้งกองทัพขึ้นมาเพื่อปกป้องรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ขณะเดียวกัน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ก็ปฏิเสธเช่นกันว่า จะไม่เจรจาใดๆ กับอีกฝ่าย แต่จะต้องเดินหน้ากดดันให้เกิดการปฏิรูปการเมืองต่อไป

           สถานการณ์ที่ถูกชักนำให้เดินทางมาไกลถึงเพียงนี้ อย่าว่าแต่คำขอร้องของพล.อ.ประยุทธ์ ที่วิงวอนให้แต่ละฝ่ายยอมเสียสละ ลดราวาศอก จะเป็นเรื่องห่างไกลความจริงอย่างที่สุดเลย ลำพังเจ้าหน้าที่รัฐที่จะต้องดูแลเพื่อไม่ให้เกิดการเผชิญหน้ากันขึ้นของมวลชนสองฝ่ายยังเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายพากันวิตกกังวลจนเครียดกันไปหมดทั้งสังคม ภายใต้สมมุติฐานที่ว่า ประมาณต้นเดือนเมษายนนี้ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จะตัดสินกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ถูกแจ้งข้อกล่าวหาว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในคดีทุจริตโครงการจำนำข้าวของรัฐบาล โดยคาดหมายกันว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์จะถูกตัดสินว่ามีความผิด ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้แก่กลุ่มผู้สนับสนุนน.ส.ยิ่งลักษณ์ และตระกูลชินวัตรดังเช่นที่กล่าวมา

           เมื่อวันก่อน พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ ยอมรับว่า จะหารือกันในหมู่ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ในกรณีที่ทหารจะต้องแสดงจุดยืนทางการเมืองตามข้อเรียกร้องของทั้งสองฝ่าย โดยที่ก่อนหน้านั้น เหล่าทัพเคยแสดงต่อสาธารณชนมาแล้วหลายครั้งหลายหนในอันที่จะรักษาความเป็นกลางไม่เข้าข้างฝ่ายใด และจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับ "การเมือง" ครั้งล่าสุดนี้ก็คงไม่ต่างกัน ซึ่งอาจจะทำให้บางคนผิดหวังบางคนพอใจ เป็นปกติของสังคมที่แตกแยกขนาดนี้ หากแต่ภารกิจสำคัญที่ฝ่ายทหารและตำรวจจะต้องตระหนักอย่างหนึ่งก็คือ ไม่ว่าจะเป็นกลางอย่างไรก็ตาม สังคมยังฝากความหวังเอาไว้ว่า จะสามารถยับยั้งไม่ให้เกิดเหตุร้ายแรงขึ้นซ้ำอีก ซึ่งนั่นก็หมายถึงว่า ทหารและตำรวจจะต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการระงับยับยั้งการกระทำที่แสดงให้เห็นว่าเป็นการซ่องสุม และเตรียมการที่จะก่อเหตุรุนแรงอย่างเปิดเผย