คอลัมนิสต์

เร่งแก้ปัญหาเด็กและเยาวชน

เร่งแก้ปัญหาเด็กและเยาวชน

27 มี.ค. 2557

เร่งแก้ปัญหาเด็กและเยาวชน : บทบรรณาธิการประจำวันที่27มี.ค.2557

           ปัจจุบันการกระทำความผิดของเด็กและเยาวชนยังเป็นปัญหาที่น่าห่วงอย่างมาก โดยเฉพาะการกระทำผิดในคดีอาญาที่ปรากฏให้เห็นตามสื่อและที่แอบซุกซ่อนอยู่รอวันที่จะกลายเป็นปัญหาทางคดี หากไม่หาหนทางแก้ไข สิ่งที่สะท้อนให้เห็นได้ชัดคือ โลกออนไลน์ ที่กลุ่มเยาวชนตั้งกลุ่มมีชื่อเรียกขานและใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กเป็นสถานที่ประกาศความมีตัวตนด้วยพฤติกรรมที่หมิ่นเหม่ต่อกฎหมาย และยังมีปรากฏให้เห็นจากโพสต์ของผู้ที่ประสบกับพฤติกรรมของกลุ่มเยาวชนที่สุ่มเสี่ยงจะเอียงเอนไปทางไม่เหมาะสม แม้จะยังไม่เข้าข่ายผิดกฎหมายก็ตาม ดังเช่นหญิงสาวที่โพสต์ถึงการกระทำของกลุ่มเยาวชนติดกาวจับกลุ่มอยู่ตามสถานที่ชุมทาง มีการเข้ามาขอเงินหรือแสดงออกแบบก้าวร้าวในเชิงลักษณะข่มขู่ด้วยซ้ำ

           กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ได้รวบรวมสถิติเด็กและเยาวชนที่ถูกดำเนินคดีโดยสถานพินิจฯ ทั่วประเทศระหว่างปี 2551-2555 แม้จะพบว่าสถิติโดยรวมมีแนวโน้มลดลง แต่ก็พบว่าตัวเลขเด็กและเยาวชนที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมในหลายประเด็นที่ยังน่าเป็นห่วง ปี 2555 มีเด็กและเยาวชนอายุเกิน 10 ปี แต่ไม่เกิน 15 ปี ถูกดำเนินคดี 6,108 คน เพิ่มขึ้นจากปี 2553 และ 2554 ซึ่งส่วนใหญ่ศึกษาอยู่ในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น รองลงมาคือ ประถมศึกษา และมัธยมศึกษาตอนปลาย และสูงกว่า ส่วนใหญ่เป็นเด็กและเยาวชนที่ครอบครัวแยกกันอยู่มากที่สุด และคดีที่พบสูงสุดแต่ละปีคือ ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ ที่เป็นต้นตอนำไปสู่การก่อความผิดและอาชญากรรมที่รุนแรงมากขึ้น

           สำหรับสถิติรองลงมาคือ คดีเกี่ยวกับทรัพย์ และคดีเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย เมื่อแยกย่อยคดียาเสพติดก็พบว่า เด็กและเยาวชนเกี่ยวข้องกับแอมเฟตามีนมากที่สุด รองลงมาคือ กระท่อม ยาไอซ์ และกัญชา โดยเฉพาะช่วงปี 2555 เป็นต้นมา มีเด็กและเยาวชนกระทำผิดเกี่ยวกับกระท่อม ยาไอซ์ ยาเค ยาแก้ไอ กาว เพิ่มขึ้นมากอย่างเห็นได้ชัด และเมื่อลงลึกเรื่องลักษณะครอบครัวแยกกันอยู่ ก็พบว่า เด็กและเยาวชนที่ถูกดำเนินคดีเป็นเด็กที่อยู่กับมารดามากที่สุด รองลงมาเป็นเด็กที่อยู่กับปู่ย่าตายายและเด็กที่อยู่กับบิดาและพี่น้องหรือญาติ ตามลำดับ ส่วนสาเหตุแห่งการกระทำผิดมาจากการคบเพื่อนมาเป็นอันดับหนึ่ง ตามมาด้วยความคึกคะนองและรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และที่น่าวิตกคือ ถูกผู้อื่นชักจูงหรือบังคับให้กระทำไปในทางที่ผิด

           เด็กและเยาวชนยังเป็นช่วงวัยที่ไม่สามารถไตร่ตรองและมีประสบการณ์เพียงพอหรือบางส่วนก็ขาดการอบรมจากครอบครัวเพียงพอ มักถูกล่อลวงไปในทางที่ผิดได้ง่าย ยิ่งการอยู่รวมเป็นกลุ่มย่อมแสดงพฤติกรรมที่ต้องการให้ตัวเองโดดเด่นและเรียกร้องความสนใจ และหากไปในทางพฤติการณ์ไม่เหมาะสมหมิ่นเหม่ต่อการกระทำผิดกฎหมาย ยิ่งต้องการการดูแลและการชักจูงไปในทิศทางที่ถูกต้อง ปัจจุบันปัญหาเด็กและเยาวชนที่ครอบครัวแตกแยกและเด็กเร่ร่อนเป็นปัญหาที่สังคมต้องใส่ใจ ไม่ปล่อยให้เขาเหล่านั้นเติบโตเป็นเนื้อร้ายในสังคม ยิ่งในช่วงสถานการณ์การเมืองไม่นิ่งและรัฐบาลรักษาการไม่สามารถลงมาดูแลอย่างทั่วถึง จึงเป็นหน้าที่ของหน่วยงานรัฐที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องต้องบริหารจัดการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ด้วยตัวเอง อย่าปล่อยละเลยจนยากเยียวยา