
ดึงเยาวชนเล่นกีฬา...ต้านยาเสพติด
ดึงเยาวชนเล่นกีฬา...ต้านยาเสพติด : สายตรวจระวังภัย ปฏิญญา เอี่ยมตาล
คดีอาชญากรรมที่มีผลต่อเนื่องมาจากปัญหายาเสพติดนับวันยิ่งเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะคดีที่เกี่ยวกับทรัพย์ ลัก...วิ่ง..ชิง...ปล้น ที่เกิดขึ้นไม่เว้นแต่ละวัน อีกทั้งยังมีแนวโน้มว่า ผู้ที่ก่ออาชญากรรมจะมีอายุลดน้อยลงเรื่อยๆ ล่าสุดพบว่า อาชญากรที่ก่อคดีเกี่ยวกับทรัพย์ในขณะนี้ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยรุ่นอายุระหว่าง 16-25 ปี
ที่ จ.ชัยภูมิ มีความพยายามปัญหาอาชญากรรมที่มีผลมาจากยาเสพติดในกลุ่มเด็กและเยาวชนเกิดขึ้นไม่น้อยเช่นกัน พล.ต.ต.พินิต มณีรัตน์ ผบก.ภ.จ.ชัยภูมิ จึงร่วมกับฝ่ายเกี่ยวข้องเร่งรัดในการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดในกลุ่มวัยรุ่น อย่างต่อเนื่อง
ล่าสุดได้ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดและชมรมสื่อมวลชนจังหวัดชัยภูมิ จัดกิจกรรมส่งเสริมให้เยาวชนในพื้นที่หันมาเล่นกีฬา ภายใต้โครงการกีฬาต้านยาเสพติด "หลานปู่แลคัพ" ครั้งที่ 1 ประจำปี 2557 เพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชน รวมถึงกลุ่มวัยรุ่น ในพื้นที่มีโอกาสทำกิจกรรมร่วมกัน โดยการออกกำลังกาย เพื่อเสริมสร้างให้สุขภาพแข็งแรง รวมทั้งส่งเสริมให้เกิดความสามัคคีในหมู่คณะ นำไปสู่การพัฒนาทางความคิดให้ห่างไกลจากปัญหายาเสพติด แก้ปัญหาการมั่วสุมเสพยาเสพติดของเด็กและเยาวชน
"โครงการกีฬาหลานปู่แลคัพ จัดขึ้นเพื่อดึงเยาวชนในพื้นที่ให้หันมาเล่นกีฬา ลดการมั่วสุมที่นำไปสู่ปัญหายาเสพติดซึ่งเป็นต้นตอของคดีอาชญากรรมอื่น เราต้องการให้เยาวชนพัฒนาตัวเองให้มีความแข็งแกร่ง เป็น "ฮีโร่" ในเรื่องของการเล่นกีฬา มุ่งหวังพัฒนาสู่ความเป็นเลิศเป็นมืออาชีพในอนาคต ช่วยให้เด็กและเยาวชนใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดเยาวชนที่มีพรสวรรค์ด้านกีฬาจะได้มีโอกาสแสดงออก ที่สำคัญเยาวชนจะได้ทำกิจกรรมร่วมกัน สร้างความสามัคคีในหมู่คณะลดปัญหาการทะเลาะวิวาทกันคดีทำร้ายร่างกาย หรือฆ่ากัน จะลดลงไปด้วย" พล.ต.ต.พินิต กล่าว
"หลานปู่แลคัพ" คือการจัดแข่งขันฟุตบอลเยาวชนชายอายุไม่เกิน 18 ปี โดยเปิดโอกาสให้สถาบันการศึกษาต่างๆ ใน 16 อำเภอ ของ จ.ชัยภูมิ ส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขัน ปรากฏว่ามีทีมส่งเข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด 16 ทีม โดยใช้ 3 สนามหลัก คือ สนามกีฬากลางจังหวัด สนามกีฬาสถาบันการพลศึกษาเขตชัยภูมิ และสนามวิทยาลัยเทคนิคชัยภูมิ เป็นสนามแข่งขัน โดยแข่งขันกันระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม
ทีมข่าวสายตรวจระวังภัยลงพื้นที่ไปสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ต่างตอบรับเป็นเสียงเดียวกันว่า การส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนในพื้นที่หันมาเล่นกีฬา เป็นเรื่องที่ดี เพราะจะทำให้เด็กไม่มีเวลาไปมั่วสุมเสพยาเสพติด รวมถึงก่อคดีอาชญากรรมอื่นๆ อีกทั้งยังเป็นการสร้างเวทีให้เยาวชนได้แสดงออกในสิ่งที่ถูกต้อง และยังสร้างโอกาสให้เด็กและเยาวชนที่มีพรสวรรค์ด้านกีฬาพัฒนาตัวเอง และใช้เป็นเวทีที่นำไปสู่การเป็นนักกีฬาอาชีพในอนาคต



