
สถานการณ์ไม่น่าไว้วางใจ
สถานการณ์ไม่น่าไว้วางใจ : บทบรรณาธิการประจำวันที่26มี.ค.2557
ความเคลื่อนไหวของกลุ่มกปปส.ที่พยายามระดมคนมาร่วมชุมนุมใหญ่ในวันที่ 29 มีนาคม ที่จะถึงนี้ รวมถึงการประกาศแต่งดำของคนเสื้อแดงเพื่อไว้อาลัยต่อศาลรัฐธรรมนูญที่มีคำตัดสินให้การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ เป็นโมฆะ พร้อมกับการนัดระดมพลเพื่อแสดงพลัง ถือว่าเป็นสถานการณ์ที่สุ่มเสี่ยงต่อความรุนแรงเป็นอย่างยิ่ง โอกาสที่ความขัดแย้งจะขยายตัวเป็นสงครามกลางเมืองก็ใกล้เข้าไปทุกขณะ เรียกได้ว่าขณะนี้ปมทางการเมืองเดินมาสู่ทางตันก็คงไม่ผิด นายกรัฐมนตรีตามมาตรา 7 เริ่มดังมากขึ้น ขณะเดียวกันแกนนำนปช.ก็รีบออกมาดักคอกันก่อนพร้อมกับเปิดเผยรายชื่อผู้ที่มีโอกาสมานั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีแบบทางลัด ปั่นกระแสการต่อต้านเพิ่มอุณหภูมิรอยร้าวให้สูงขึ้น ทางหนึ่งเลยถูกมองว่านี่อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ทั้งสองฝ่ายพยายามหันมาเปิดโต๊ะเจรจามากกว่าการดึงดันหรือการใช้กองกำลังติดอาวุธเข้าห้ำหั่นกัน
หน่วยงานด้านความมั่นคงทั้งส่วนของกองทัพ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างประเมินสถานการณ์ไปในทิศทางเดียวกันคือช่วงเดือนเมษายน หรือในอีกไม่กี่วันนี้อาจเกิดสถานการณ์ความรุนแรงขึ้นได้ เหตุผลหนึ่งมองว่าช่วงสงกรานต์กลุ่มกปปส.อาจลดน้อยลงเนื่องจากต่างคนต่างกลับไปเล่นสงกรานต์ที่บ้าน ซึ่งตำรวจอาจหาจังหวะลงมือจับกุมแกนนำที่มีหมายจับติดตัวอยู่ มีสัญญาณบางอย่างที่ทำให้มองภาพได้ว่าตำรวจเริ่มบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังโดยไม่แบ่งแยกสีจากการจับกุมแกนนำเสื้อแดงจังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างขึ้นไปแจ้งความบนโรงพักเมืองเชียงใหม่เพื่อดำเนินคดีกับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หากจำนวนคนของกปปส.น้อยลงก็มีโอกาสเกิดเหตุลักษณะนี้ขึ้นได้ ที่ผ่านมาตำรวจถูกตั้งข้อสังเกตคดีความที่กปปส.เสียหายทั้งแกนนำถูกยิงเสียชีวิตในพื้นที่บางนา การปาระเบิดที่ จ.ตราด และอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ รวมถึงบรรทัดทอง คดีกลับไม่มีความคืบหน้าหนำซ้ำยังส่อแว่วถึงความไม่พยายามติดตามตัวผู้ต้องหาตามหมายจับ ผิดกับคดีที่แกนนำเสื้อแดงถูกยิงทั้งที่อุดรธานีหรือมือปืนป๊อปคอร์น ที่ตำรวจเกาะติดและรวบรวมหลักฐานจนจับกุมตัวได้
ท่าทีของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเช่นนี้จึงถูกจับตาจากหลายฝ่ายว่าในช่วงเดือนเมษายนซึ่งปฏิทินการเมืองเต็มไปด้วยความร้อนแรง โดยเฉพาะ ป.ป.ช.จะชี้มูลเรื่องการทุจริตโครงการจำนำข้าว ซึ่งถือว่าเป็นไฮไลท์และจะนำไปสู่ความขัดแย้งครั้งใหญ่ หาก ป.ป.ช.ชี้ว่านายกรัฐมนตรีมีความผิด เพราะถึงอย่างไรพรรคเพื่อไทยก็ไม่ยอมรับอยู่แล้วตั้งแต่ศาลรัฐธรรมนูญชี้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ขณะเดียวกันสถานการณ์รายวันก็ยังไม่นิ่ง มีการใช้อาวุธสงครามเข้ามาข่มขู่กลุ่มผู้ชุมนุมอยู่เป็นระยะและเริ่มขยายตัวไปสู่หัวเมืองอย่างเหตุระเบิดที่ จ.เชียงใหม่ ไม่มีใครรับประกันได้ว่าตำรวจจะควบคุมสถานการณ์ได้ ทำให้กองทัพต้องออกมาตั้งด่านทั่วพื้นที่กทม. แต่ก็ยังมีเล็ดลอดไปได้ แต่จุดที่น่ากังวลคือ หากถึงช่วงที่รัฐบาลถูกกฎหมายหรือผลจากคำพิพากษาเข้ามาบีบ ความรุนแรงก็จะเริ่มขึ้น สถานการณ์จากนี้ไปไม่มีใครการันตีได้ว่าจะบานปลายเพราะท่าทีผู้รักษากฎหมายไม่ได้ทำให้ไว้วางใจได้เลย



