คอลัมนิสต์

บช.น.ลุยทำประวัติแท็กซี่สกัดรับจ้างขับรถผ่านด่าน

บช.น.ลุยทำประวัติแท็กซี่สกัดรับจ้างขับรถผ่านด่าน

26 มี.ค. 2557

บช.น.ลุยทำประวัติแท็กซี่สกัดรับจ้างขับรถผ่านด่าน : สายตรวจระวังภัยมงคล คมปราด

           จากสถิติการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนที่คร่าชีวิตประชาชนคนไทยไปจำนวนมากในแต่ละปี พบว่าการขับขี่ยานพาหนะขณะมึนเมา เป็นสาเหตุลำดับต้นๆ ที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ ที่ผ่านมาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพยายามแก้ปัญหา หนึ่งในมาตรการนั้นคือการตั้งด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์เพื่อดำเนินคดีกับผู้ขับขี่ที่มึนเมาสุราในฐานความผิดขับรถขณะมึนเมาสุรา ซึ่งอัตราโทษค่อนข้างสูงถึงจำคุก

           หลังจากตำรวจเอาจริงเอาจังกับการตั้งด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์ ปรากฏว่า ผู้ขับขี่ที่นิยมดื่มสุรา หันไปใช้วิธีการว่าจ้างคนขับรถแท็กซี่, รถจักรยานยนต์รับจ้าง หรือแม้แต่ประชาชนทั่วไป ให้ขับรถผ่านด่านตรวจเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ และเมื่อผ่านด่านตรวจไปแล้ว เจ้าของรถก็จะขับขี่ต่อทั้งที่ยังอยู่ในอาการมึนเมา จึงเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนตามมา
 
           "การว่าจ้างบุคคลอื่นให้ขับรถตัวเองผ่านด่านให้ระยะหลังกลายเป็นธุรกิจไปแล้ว เดี่ยวนี้มีหลายกลุ่มที่มารับจ้าง แท็กซี่ก็มี จักรยานยนต์รับจ้างก็เยอะ ประชาชนทั่วไปก็มาก ตกดึกก็มาจอดรถห่างจากด่านตรวจแอลกอฮอล์ประมาณ 300 เมตร นักดื่มพอเมาก็มาแวะใช้บริการค่าจ้างครั้งละ 200-300 บาท พอผ่านด่านตรวจก็ส่งรถคืนให้เจ้าของขับต่อทั้งที่ยังเมาสุรา" พ.ต.ต. มงคล พรหมเมศร์ สว.งานตรวจพิสูจน์ผู้ขับขี่ กก.5.บก.จร. เปิดเผย

           ทีมข่าวสายตรวจระวังภัย ลงพื้นที่ตรวจสอบเรื่องดังกล่าว ในย่านถนนเสรีไทย 95 กรุงเทพมหานคร เมื่อเร็วๆ นี้ พบว่า ตำรวจจราจรกลางเข้าไปตั้งด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์ บนถนนสายนี้ โดยจุดตั้งด่านห่างจากย่านร้านอาหารและสถานบันเทิงไม่มากนัก ปรากฏว่า มีผู้ขับขี่รถยนต์ที่มีอาการมึนเมาหลายรายเข้าไปว่าจ้างผู้ขับขี่รถแท็กซี่ซึ่งจอดรออยู่ในย่านนั้นให้ขับรถผ่านด่านเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจวัดแอลกอฮอล์

           ตำรวจจราจรกลาง นำโดย พ.ต.ต.มงคล ได้เรียกตรวจรถยนต์ที่ขับผ่านด่านตรวจรายหนึ่ง พบพฤติการณ์น่าสงสัย ซึ่งผู้ขับขี่อ้างว่าเป็นญาติเจ้าของรถซึ่งมีอาการมึนเมาจากการดื่มสุรา โดยญาติได้โทรศัพท์ให้มาขับรถกลับบ้านเพราะเมาสุราขับรถกลับบ้านเองไม่ได้ ตำรวจได้แยกสอบทั้งสองคน พบว่า ให้การไม่ตรงกัน ก่อนจะยอมรับสารภาพว่า เป็นการว่าจ้างคนขับรถแท็กซี่ให้ขับรถยนต์ผ่านด่านตรวจแอลกอฮอล์

           "ผมจอดรถห่างจากด่านตรวจประมาณ 300 เมตร เพื่อรอผู้ขับขี่รถยนต์ที่เมาสุรามาว่าจ้างให้ขับรถผ่านด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์ให้ ได้ค่าจ้างเที่ยวละ 300 บาท เมื่อตกลงกันได้แล้วผมจะทำหน้าที่ขับรถผ่านด่านให้ เมื่อลับตาตำรวจแล้วก็จะจอดรถแล้วส่งต่อให้เจ้าของรถเป็นผู้ขับขี่เอง" คนขับรถแท็กซี่ซึ่งรับจ้างขับรถยนต์ผ่านด่านตรวจแอลกอฮอล์ กล่าวยอมรับ 

           ขณะที่เจ้าของรถยนต์ตัวจริง ยอมรับว่า ดื่มสุราจนมึนเมาจริงเมื่อขับรถยนต์มาเห็นด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์ เกรงกลัวความผิด จึงว่าจ้างคนขับรถแท็กซี่ให้ขับรถยนต์ผ่านด่านให้ หลังจากนั้นจะขับรถยนต์กลับบ้านเอง ซึ่งทำมาแล้วหลายครั้ง ตำรวจได้ว่ากล่าวตักเตือนบุคคลทั้งสอง และได้ทำประวัติคนขับรถแท็กซี่ไว้ ขณะที่เจ้าของรถยนต์ได้ควบคุมตัวไว้กระทั่งหายจากอาการมึนเมาสุราจึงปล่อยตัวไป

           พ.ต.ต.มงคล ให้ข้อมูลว่า พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก ผบก.จร. อยู่ระหว่างหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดมาตรการในการเอาผิดกับผู้ขับขี่ที่มีพฤติการณ์ว่าจ้างผู้อื่นให้ขับรถผ่านด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์ เนื่องจากเป็นเรื่องที่อันตรายเพราะเมื่อผ่านด่านตรวจไปแล้วผู้ขับขี่ต้องขับรถต่อเอง ทั้งที่ยังคงมึนเมาทำให้เกิดอุบัติเหตุตามมา ในระหว่างยังไม่มีความชัดเจนว่าจะสามารถเอาผิดได้หรือไม่ ตำรวจจะจัดทำประวัติของผู้ขับขี่รถแท็กซี่หรือบุคคลที่มีพฤติการณ์รับจ้างขับรถยนต์ผ่านด่านตรวจไว้