
ชะตากรรมแกนนำม็อบ
ชะตากรรมแกนนำม็อบ : ขยายปมร้อน โดยศรุติ ศรุตา
การขับเคลื่อนของกลุ่มมวลชน 2 กลุ่ม คือ ทั้ง กปปส. ที่มี สุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นแกนนำ และกลุ่ม นปช.ที่เพิ่งเปลี่ยนตัวประธานกลุ่มจาก ธิดา ถาวรเศรษฐ มาเป็น จตุพร พรหมพันธุ์ โดยมี ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ลงเรือร่วมด้วยช่วยกันนั้น จุดประสงค์ค่อยๆ ชัดขึ้นเป็นลำดับ
แม้ในวันจันทร์ที่ผ่านมาจะเป็นวันแรกๆ ที่ สุเทพ นำมวลมหาประชาชนเดินฝ่า "ความกลัว" ไปทั่วกรุง ทดสอบจิตใจของทั้งตนเองและมวลมหาประชาชนว่าจะทนทานได้หรือไม่ หลังจากที่ประเมินกันว่า สุ่มเสี่ยงต่อเหตุร้ายนับแต่วันที่ตัดสินใจยุบเวทีต่างๆ จนเหลือเวทีเดียว และเลือกชุมนุมในสถานที่ปิดอย่าง สวนลุมพินี
ในขณะที่เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา จตุพร ก็นำทีมคนเสื้อแดงชุมนุมกันอยู่ที่พัทยา มาแล้ว และทำท่าว่าจะนัดชุมนุมใหญ่ในวันที่ 5 เมษายน แต่ก็มีข่าวว่าจะเลื่อนออกไป
ก่อนหน้านี้มีคำถามว่า เหตุใดการชุมนุมของคนเสื้อแดงจึงเร่งเร้ากันนักในช่วงนี้ เช่นเดียวกับคำถามที่ว่า เหตุใดกำนันสุเทพถึงลุกมาชวนมวลมหาประชาชนขยับแข้งขยับขาเดินไปทั่วกรุงเอาในช่วงนี้ และมีกำหนดนัดชุมนุมใหญ่เอาในวันที่ 29 มีนาคม
คำตอบในก่อนหน้านี้ก็ระบุว่า นั่นก็เพราะว่า เสียงลับดาบดังแสบแก้วหูนั้น บ่งชัดว่า สิ้นเดือนนี้องค์กรอิสระอย่าง ป.ป.ช.น่าจะฟันฉับ ชี้มูลคดีจำนำข้าว ที่ รักษาการนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นผู้ถูกร้องแน่ๆ
หากมีการชี้มูลจริง ยิ่งลักษณ์ ก็ต้องหยุดการปฏิบัติหน้าที่ และให้รักษาการรองนายกฯ ขึ้นมารักษาการไปพลางก่อน จนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่
ในมุมของนักการเมืองก็คงจะบอกว่า หยุดปฏิบัติหน้าที่ก็มีคนใหม่มาทำไม่เห็นเป็นไร แต่มุมของฝ่ายความมั่นคง ที่ประเมินสถานการณ์การเมืองแล้ว การเปลี่ยนตัวน้องสาว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นับเป็นความเสียหายใหญ่หลวง
เพราะใน ครม.รักษาการจะไม่มีคนจากตระกูล "ชินวัตร" อยู่เลย กระทั่ง "ดามาพงศ์" ก็ไม่มี
นั่นย่อมหมายความว่า "อำนาจ" ที่จะสั่งการกลไกระบบราชการ แม้กระทั่งตำรวจ-ทหาร ก็จะต้องขาดผึงตามไปด้วย ในขณะที่ยิ่งลักษณ์เองก็มีคดีความอื่นอยู่แล้ว และอาจจะเพิ่มมากขึ้นอีกเมื่อพ้นจากอำนาจไปแล้วอย่างแท้จริง
ก่อนหน้านี้มีคำถามว่า เหตุใด หลวงปู่พุทธะอิสระ ถึงได้นำมวลชนปักหลักอยู่แจ้งวัฒนะ เช่นเดียวกันเหตุใด การเคลื่อนไหวของ กปปส.นนทบุรี จึงไปตั้งเต็นท์ที่หน้าสำนักงาน ป.ป.ช. เพื่อให้กำลังใจ ป.ป.ช.
คำถามเหล่านี้ คงจะพอคลี่คลายได้แล้ว เพราะตั้งแต่กลุ่มหลวงปู่พุทธะอิสระเข้าไปยึดพื้นที่หน้าศูนย์ราชการ องค์กรอิสระที่อยู่ภายในก็ปฏิบัติหน้าที่ของตนได้ตามปกติ
เว้นเฉพาะดีเอสไอ ที่อธิบดี ธาริต เพ็งดิษฐ์ ยังไม่ยอมเข้าทำงานที่สำนักงานเท่านั้น
อย่างไรก็ดี กปปส.นนทบุรีก็ต้องแตกพ่ายให้แก่กำลังที่มากกว่าของกลุ่มสื่อวิทยุชุมชนเพื่อประชาธิปไตย หรือ กวป. ที่เคลื่อนกำลังมายึดเต็นท์ และตั้งเวทีโจมตี ป.ป.ช. เหมือนที่เคยทำมาในก่อนหน้านี้
ถึงแม้การกระทำครั้งนี้จะล่อแหลมว่าจะเกิดการฟ้องร้องกันในเวลาต่อมา แต่เอาเข้าจริงก็คงเป็นเพียงแค่คดีความเท่านั้น แตกต่างจาก แกนนำ นปช.ที่เพิ่งจะ "ผลัดใบ" ขึ้นมา
ฝ่ายความมั่นคงมองว่า การเคลื่อนไหวของกลุ่ม นปช.ในวันนี้ ไม่เข้มข้นร้อนแรงเหมือนเมื่อปี 2552-2553 ที่แกร่งทั้ง "บนเวที" และแรงทั้ง "กลุ่มมวลชน" จนนำไปสู่การบันทึกเป็นประวัติศาสตร์ของชาติไทยมาแล้ว
การชุมนุมของคนเสื้อแดง 2-3 ครั้งที่ผ่านมานั้น ต้องเรียกว่า จำนวนคนที่มาร่วมชุมนุมยังไม่เข้าเป้า ยังต้องเปิดเวทีที่นั่นที่นี่อีกหลายหนเพื่อปลุกเร้ามวลชนให้เตรียมพร้อมรับทุกสถานการณ์
พร้อมรับมือทั้งองค์กรอิสระกระทั่งการปฏิวัติยึดอำนาจ
แต่ในวันนี้มวลชนยังไปไม่ถึงเป้า แม้จะเปลี่ยนผู้นำแล้ว "เวลา" ที่กระชั้นเข้ามา ทำให้ "เวลา" ที่มาอยู่หดหายราวกับเม็ดทรายในนาฬิกา
สถานการณ์เช่นนี้แหละที่ฝ่ายความมั่นคงระบุว่า การขับเคลื่อนการชุมนุมของคนเสื้อแดงทั้ง จตุพร-ณัฐวุฒิ น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง
เพราะการชุมนุมเมื่อมาถึงจุดจุดหนึ่ง "เหตุรุนแรง" ที่เกิดขึ้นกับแกนนำ ไม่ว่าจะเกิดจากฝ่ายใด ก็ล้วนแต่เป็นตัวจุดชนวนเพิ่มความแรงของการชุมนุมได้ทั้งสิ้น
...............................
(หมายเหตุ : ชะตากรรมแกนนำม็อบ : ขยายปมร้อน โดยศรุติ ศรุตา)



