
เอ็มเอช370กับวัฒนธรรมการเมืองภูมิภาค
เอ็มเอช370กับวัฒนธรรมการเมืองภูมิภาค : โลกสาระจิปาถะ โดนกวี จงกิจถาวร
ข้อมูลเกี่ยวการหายลึกลับของสายการบินมาเลเซีย เที่ยวบิน เอ็มเอช 370 ที่ออกมาทีละนิดทีละหน่อย ทำให้ทุกคนหงุดหงิด แสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมการเมืองประเทศในการเก็บความลับในภูมิภาคเชียอาคเนย์ ทั่วๆ ไปเป็นสังคมไม่มีความโปร่งใส และการเข้าถึงข้อมูลก็ยังไม่เต็มที่ ขึ้นอยู่กับแต่ละประเทศ
ที่น่าสนใจคือ รัฐบาลมาเลเซียไม่ได้ให้ข้อมูลที่ได้ทั้งหมดตั้งแต่วันแรก มีการกั๊กข้อเท็จจริงบางอย่างไว้ ทำให้บรรดาสมาชิกครอบครัวและญาติๆ ของผู้โดยสาร โดยเฉพาะชาวจีน ซึ่งมีกว่าครึ่งลำ ได้ออกมาโวยวายต่อการกระทำไม่โปร่งใสของรัฐบาลมาเลเซีย-เจ้าของสายการบินมาเลเซีย (Malaysia Airline System)
ในช่วงเกือบสามอาทิตย์ที่ผ่านมา มีโฆษกเรื่องนี้มีหลายคน ทั้งจากกองทัพอากาศ มาเลเซียแอร์ไลน์ และรัฐบาล แต่ละคนให้ข้อมูลตามที่ฝ่ายตนเห็นสมควร ไม่มีการประสานงานกัน
ทำไปทำมากลายเป็นว่า สื่อต่างประเทศมีการให้ข้อมูลมากกว่าที่ฝ่ายมาเลเซียแถลงออกมา โดยเฉพาะประเด็นที่เครื่องได้บินวกกลับมาทางช่องแคบมะละกา
เนื่องจากข้อเท็จจริงในยามวิกฤติเจ้าหน้าที่มาเลเซียมีให้น้อยมาก ทำให้เกิดมีข้อสงสัยและการสันนิษฐานขึ้นมามากมาย รวมทั้งแผนการการจี้เครื่องบิน หรือการพยายามฆ่าตัวตายของนักบิน ที่เลวร้ายที่สุดในตอนนี้ กลายเป็นว่า มีการชงประเด็นว่า หนึ่งในสองกัปตันเป็นผู้สนับสนุน หัวหน้าฝ่ายค้าน อันวา อิบบราฮิม ทำให้กลายเป็นประเด็นการเมืองภายในไปแล้ว เร็วๆ นี้ มาเลเซียกำลังมีการเลือกตั้งซ่อม โอกาสที่ฝ่ายค้านจะชนะมีเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ จนทำให้รัฐบาลมาเลเซียต้องหันมาเล่นงานอันวา อิบราฮิม อีกครั้งหนึ่ง ในฐานลักร่วมเพศเดียวกัน ทำให้หมดสิทธิ์การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ไป อันวาต้องเอาภรรยามาลงแทน
ตามจริงไม่ใช่เฉพาะแต่มาเลเซีย สมาชิกอาเซียนอื่นๆ ไม่ค่อยมีความโปร่งใสในตัวเอง มีไทย อินโดนีเซีย และฟิลปปินส์เท่านั้น ที่มี พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารที่ให้สิทธิประชาชนในการขอเอกสารทางการ ที่เหลืออีกเจ็ดประเทศยังถือว่า รัฐบาลมีสิทธิในการเก็บข้อมูลทางการเป็นความลับราชการอีกต่อไป ไม่ต้องมีกำหนดเวลาเปิดเผยความลับ
การที่อาเซียนจะเป็นประชาคมที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลางนั้น ถ้าข้อมูลต่างๆ ยังไม่สามารถเข้าถึงได้ ประชาชนในอาเซียนจะไม่มีความเข้าใจอย่างถ่องแท้ สำนักเลขาธิการอาเซียนที่กรุงจาการ์ตา ยังคงปกปิดข้อมูลที่ควรเปิดเผยต่อประชาชน เตรียมใจเข้าเป็นประชาคมอาเซียนอีกภายในหกร้อยกว่าวัน
ต้องยอมรับว่า ประเด็นเที่ยวบิน เอ็มเอช 370 ทำให้เห็นถึงข้อบกพร่องต่างๆ ของความร่วมมือระหว่างประเทศโดยเฉพาะในเรื่องต้องใช้ค่าใช้จ่ายและอุปกรณ์ที่ทันสมัย ต้องใช้เครื่องบินและเรือลาดตระเวนขนาดใหญ่ ที่ผ่านมาเกือบสามอาทิตย์ ถ้าเอาค่าใช้จ่ายของทุกๆ ฝ่ายมารวมกันจะมีมูลค่าหลายร้อยล้านเหรียญสหรัฐอเมริกา
ทุกประเทศที่เข้ามาช่วยหาก็มีข้อจำกัดในตัวเอง แต่มีผลประโยชน์แฝงเข้ามา การใช้ดาวเทียมสอดแนมของสหรัฐอเมริกาก็ดี การใช้ข้อมูลต่างๆ ที่แต่ละรัฐบาลมีก็ดี ที่กล้านำออกมาแชร์กันยังมีปัญหา ตัวอย่างเช่น กองทัพอากาศไทยเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับเที่ยวบินมาเลเซียนี้ได้บินผ่านไทย เพราะเรดาร์ไทยจับภาพได้ แต่ทางกองทัพอากาศไม่ได้บอก โดยให้เหตุผลว่า ไม่มีใครถาม ทัศนคติแบบนี้ไม่ค่อยดี ไม่มีสปิริตของความร่วมมือ ในอนาคต ถ้าเรามีปัญหาแบบเดียวกัน เราอาจจะเจอการตอบโต้แบบนี้ก็ได้
ต่อไปนี้คงมีการเช็กรายชื่อและประวัติผู้โดยสารและกัปตันอย่างละเอียด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดสถานการณ์แบบนี้อีก หลังเหตุการณ์โศกนาฏกรรมที่นิวยอร์ก ปี 2001 การออกตั๋วโดยสาร การเช็กชื่อ รวมทั้งการเช็กเข้า-ออกสนามบินทั่วโลกเป็นไปอย่างเข้มงวด แต่เหตุการณ์ครั้งอาจจะทำให้เจ้าหน้าที่เกี่ยวกับความปลอดภัยทางอากาศระหว่างประเทศได้พิจารณาถึงมาตรการเพิ่มเติมเพื่อป้องกันไม่มีเหตุการแบบนี้เกิดขึ้นอีก
ประเทศไทยควรจะเรียนรู้บทเรียนที่มาเลเซียได้ทำพลาด เราต้องเพิ่มมาตรการตรวจเข้มผู้โดยสารที่ผ่านเข้ามาไทย รวมทั้งกัปตันเครื่องบินด้วย เราไม่ควรคิดว่าไทยไม่มีศัตรู ไม่มีใครคิดร้ายต่อไทย



