คอลัมนิสต์

'ทฤษฎีสมคบคิดล้มรัฐบาลทำไม่ได้'

'ทฤษฎีสมคบคิดล้มรัฐบาลทำไม่ได้'

24 มี.ค. 2557

'ทฤษฎีสมคบคิดล้มรัฐบาลทำไม่ได้' : ขยายปมร้อน โดยสมถวิล เทพสวัสดิ์ @Somthawin_kcl

                การเมืองเริ่มมีความคึกคักขึ้นอีกครั้ง หลังจาก "กปปส." ภายใต้การนำของ "สุเทพ เทือกสุบรรณ" เลขาธิการ กปปส. และ "นปช." นำโดย "จตุพร พรหมพันธุ์" ประธาน นปช. ประกาศระดมพลแสดงพลังเคลื่อนไหวครั้งใหญ่
    
                โดย "สุเทพ" นัดเดินขบวนเชิญประชาชนชาวกรุงเทพฯ ทุกวัน เริ่มตั้งแต่วันจันทร์ที่ 24 มีนาคม ไปจนถึงวันระดมพลครั้งใหญ่วันที่ 29 มีนาคม เพื่อรณรงค์ให้มีการปฏิรูปประเทศ โดย กปปส.ทุกจังหวัดจะเดินขบวนทั่วประเทศ ก่อนเลือกตั้ง ส.ว.ในวันที่ 30 มีนาคม
    
                ขณะที่ "นปช." นำโดย "ตู่" จตุพร นัดเคลื่อนพลใหญ่ทั้งประเทศพร้อมกันในวันที่ 5 เมษายน
    
                การเคลื่อนพลครั้งนี้ อย่างน้อยก็เป็นการพิสูจน์มวลชนหรือกลุ่มที่ให้การสนับสนุนของแต่ละฝ่ายจะมีมากเพียงใด และถือว่าเป็นการเคลื่อนไหวของมวลชนการเมืองครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทยก็คงไม่ผิด
    
                ตลอดเดือนมีนาคม ถือเป็นเดือนที่มีกิจกรรมทางการเมืองมากมาย โดยเฉพาะการพิจารณาคดีทางการเมืองของ "องค์กรอิสระ" ซึ่งปลายเดือนมีนาคมนี้ "คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ" (ป.ป.ช.) ได้นัด "น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" นายกรัฐมนตรี ให้มาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาในคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว
    
                ซึ่งในประเด็นนี้มีความเคลื่อนไหวในกลุ่ม นปช.หรือคนเสื้อแดงที่สนับสนุน "ยิ่งลักษณ์" โดยวิพากษ์วิจารณ์ถึงการทำงานของ "องค์กรอิสระ" ที่กดดันรัฐบาลควบคู่ไปกับการเดินเกมเคลื่อนไหวนอกสภาของฝ่ายตรงข้าม จนดูเหมือนเป็นการใช้ทฤษฎีสมคบคิดคือร่วมมือกันล้มรัฐบาล
    
                "วรินทร์ เทียมจรัส" อดีต ส.ว. และนักกฎหมาย ให้ความเห็นในเรื่องนี้ว่า โครงสร้างขององค์กรอิสระต้องการให้มีพนักงานสอบสวนที่ชำนาญพิเศษมีอำนาจในการแสวงหาหลักฐานมากกว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะเรื่องการเมืองการปกครองเป็นเรื่องที่รอไม่ได้ มิฉะนั้นบ้านเมืองจะเสียหาย จึงต้องตั้งหน่วยงานนี้ขึ้นมา
    
                ส่วนทฤษฎีสมคบคิดร่วมมือกันล้มรัฐบาล "วรินทร์" มองว่า ใช้คำนี้ไม่ได้ เพราะส่วนใหญ่องค์กรเหล่านี้ต้องมีการนำเรื่องไปร้องเรียนจึงรับคดีมาพิจารณาได้ กรณีของ ป.ป.ช.เมื่อสอบสวนเสร็จก็เสนอสำนวนไปให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตัดสิน และผู้พิพากษาเพื่อป้องกันข้อครหาที่มีศาลเดียวก็ให้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาจำนวน 125 ค เลือกองค์คณะมา 9 คน เพื่อมาทำหน้าที่ตัดสินคดี ดังนั้นผู้ที่ได้รับเลือกเข้ามาถือเป็นผู้ที่มีความสามารถ
    
                "การทำงานขององค์กรอิสระไม่ได้มีแค่ชั้นเดียว ต้องส่งต่อ ป.ป.ช.ก็ต้องส่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองส่วนของคณะกรรมการการเลือกตั้งก็ต้องส่งอัยการ ถ้าอัยการไม่เห็นด้วยก็ต้องตั้งกรรมการขึ้นมาอีกชุดก่อนมีมติส่งฟ้อง ดังนั้นการสมคบคิดกันล้มรัฐบาลทำไม่ได้"
    
                การที่มีกลุ่มนักการเมืองวิพากษ์วิจารณ์ถึงการทำหน้าที่ขององค์กรอิสระ "วรินทร์" มองว่า เพราะคนกลุ่มนี้ตกเป็นจำเลย ทั้งที่ก็เคยมาร่วมเขียนกฎหมายเหล่านี้ แต่เมื่อเสียประโยชน์ก็ออกมาวิพากษ์วิจารณ์
    
                "อดีต ส.ว." ยังให้ความเห็นต่อกรณีโครงการรับจำนำข้าวว่า ได้ติดตามโครงการนี้มาตลอด และรู้ว่ามีการยื่นเรื่องร้องเรียนมาตั้งแต่ 2 ปีที่ผ่านมา แต่ที่ไม่เป็นข่าวใหญ่ เพราะทาง ป.ป.ช.ไม่ได้แถลงข่าวในช่วงที่มีคนนำเรื่องนี้มาร้องเรียน สมัยที่เป็น ส.ว.เคยเชิญ ป.ป.ช.มาชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องนี้ จึงทราบว่ามีการยื่นเรื่องนานแล้ว แต่ป.ป.ช.ไม่ได้แถลงข่าว และที่การพิจารณาคดีล่าช้าเป็นเพราะเอกสารมีรายละเอียดค่อนข้างมาก
    
                "โครงการทุจริตจำนำและระบายข้าวเป็นคดีที่มีผู้ร้องเรียนมากว่า 2 ปีครึ่ง แต่ป.ป.ช.ไม่ยอมแถลง คุณยิ่งลักษณ์ก็ระบุว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะใช้เวลาดำเนินคดีเพื่อแจ้งข้อกล่าวหาเพียง 21 วัน  ทั้งที่จริงไม่ใช่ แต่ที่ช้า เพราะเอกสารที่ซับซ้อน และเมื่อดูรูปคดีแล้ว โครงการรับจำนำข้าวติดคุกกันบานโดนกันหลายต่อ เพราะโครงการนี้เป็นนโยบายรัฐบาล เป็นเรื่องที่นายกรัฐมนตรีหลีกเลี่ยงยาก" อดีต ส.ว.กล่าว