คอลัมนิสต์

เสียสละเพื่อบ้านเมือง

เสียสละเพื่อบ้านเมือง

24 มี.ค. 2557

เสียสละเพื่อบ้านเมือง : บทบรรณาธิการประจำวันจันทร์ที่ 24 มีนาคม 2557

               กับคำถามที่ว่า หลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 6 ต่อ 3 เสียง ให้การเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 เป็นโมฆะแล้ว บ้านเมืองจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร ผู้ที่จะให้คำตอบเรื่องนี้ได้ก็คือ คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) โดยการนำของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ พรรคประชาธิปัตย์ที่คว่ำบาตรเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทย และรัฐบาล แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และมวลชนคนเสื้อแดง รวมทั้งกองทัพ ที่แม้จะประกาศจุดยืนมาหลายครั้งหลายหนที่จะไม่นำตัวเองเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเมือง แต่ก็เป็นที่ทราบกันว่า ในสถานการณ์สุญญากาศทางการเมืองนั้น กองทัพมักถูกจับตาเสมอว่าจะเข้ามามีบทบาทหรือไม่ อย่างไร

                กล่าวสำหรับ กปปส.ก็ได้แสดงจุดยืนเสมอมาว่า จะต้องปฏิรูปการเมืองก่อนจึงค่อยจัดการเลือกตั้ง เพราะถ้ายังเลือกตั้งภายใต้รัฐบาลรักษาการและกลไกเดิม การเมืองก็วนเวียนอยู่กับปัญหาเก่า และสิ่งที่เรียกว่า ระบอบที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างยาวนาน จึงพร้อมจัดชุมนุมครั้งใหญ่ในวันที่ 29 มีนาคม ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ก็แสดงท่าทีว่า อาจจะคว่ำบาตรเลือกตั้งครั้งนี้อีกเช่นกัน ด้วยเหตุผลในทำนองเดียวกับ กปปส. ขณะที่รัฐบาล พรรคเพื่อไทยและกลุ่มคนเสื้อแดง ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากท่าทีของพวกเขา ที่เชื่อมั่นว่า การเลือกตั้งเท่านั้นคือหนทางการแก้ไขปัญหาของชาติตามระบอบประชาธิปไตย โดยเฉพาะ นปช.ภายใต้การนำของนายจตุพร พรหมพันธุ์ ยังเตรียมเคลื่อนพลเพื่อกดดันองค์กรอิสระ ที่พวกเขาเห็นว่าไม่ยุติธรรมและเป็นกลาง เช่นเดียวกับสิ่งที่พวกเขาขนานนามว่า อำมาตยาธิปไตย ในวันที่ 5 เมษายนนี้

                จึงเรียกได้ว่า ภาวะสุญญากาศทางการเมือง หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำพิพากษา ยังไม่มีแนวโน้มว่าจะคลี่คลายลงได้ แต่ในทางกลับกัน ดูเหมือนว่าการเผชิญหน้าของมวลชนสองฝ่ายกำลังจะเกิดขึ้นในเร็ววัน ขณะที่การเลือกตั้งครั้งใหม่ก็เหมือนกับวนอยู่กับที่ หรือออกเดินได้ ก็ซ้ำรอยเดิม ซึ่งผลสรุปของภาวะเช่นนี้ก็คือ ประเทศไทยจะยังไม่มีรัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศไปอีกนานหลายเดือน ขณะเดียวกัน สถานการณ์ล่อแหลมที่จะเกิดความรุนแรงขึ้นในห้วงเวลาต่างๆ ก็จะยิ่งเป็นปัจจัยคอยซ้ำเติมให้บ้านเมืองบอบช้ำลงทุกขณะ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อองค์กรอิสระอย่างเช่น คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จะตัดสินกรณีนายกรัฐมนตรีละเว้นการปฏิบัติหน้าที่คดีจำนำข้าวในช่วงต้นเดือนเมษายนที่จะถึงนี้

                ในอีกด้านหนึ่ง เมื่อการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 เป็นโมฆะไปแล้ว ก็เหมือนกับการเริ่มต้นนับหนึ่งกันใหม่ มีเวลาอีกสักเล็กน้อยเพื่อให้ทุกฝ่ายดังที่กล่าวมา ได้นำบทเรียนจากความพยายามที่จะจัดให้การเลือกตั้งสำเร็จลุล่วงเพื่อการเข้าสู่อำนาจอีกครั้งนั้น แต่ไม่มีทางสำเร็จได้ ตราบเท่าที่อีกฝ่ายหนึ่งไม่ยินยอมพร้อมใจลงเล่นในกติกาเดิมๆ มาพิจารณาไตร่ตรองว่า จะยอมให้ความเสียหายเกิดขึ้นกับบ้านเมืองอีกต่อไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด หรือว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องตั้งสติ ระดมปัญญา ยอมเสียสละ ยอมลดราวาศอกลง เพื่อให้บ้านเมืองเข้าสู่ห้วงเวลาของการปฏิรูปอย่างแท้จริง อย่างที่ทุกฝ่ายก็เห็นพ้องต้องกันว่าคือแนวทางยุติความขัดแย้ง ที่น่าจะเหลืออยู่เพียงทางเดียวเท่านั้น