คอลัมนิสต์

'ครูบ้านป่า'แห่งนาหมอม้า

'ครูบ้านป่า'แห่งนาหมอม้า

20 มี.ค. 2557

'ครูบ้านป่า'แห่งนาหมอม้า : มนุษย์สองหน้า โดยแคน สาริกา

               "คิดฮอดเหลือเกิน อำนาจเจริญที่จำจากมา คิดฮอดสัญญา ใต้ต้นมันปลากับผู้ลางคน ฝากใจไว้ชัด สมัยเรียนมัธยมตำบล จากมาดน แต่ยังอยู่ในความจำ"

               ท่อนแรกของเพลง "สาวอำนาจเจริญ" ร้องโดย ข้าวทิพย์ ธิดาดิน สาวน้อยจากบ้านเนินกุง ต.หนองสามสี อ.เสนางคนิคม จ.อำนาจเจริญ ซึ่งเมื่อเรียนจบ ม.6 จากโรงเรียนนาเวียงจุลดิศวิทยา ก็ไปล่าหาฝันบนถนนสายนักร้องลูกทุ่ง

               สำหรับผู้ที่แต่งเพลง "สาวอำนาจเจริญ" ก็คือ สลา คุณวุฒิ ครูบ้านนอกที่มีถิ่นฐานบ้านเกิดอยู่ที่อำนาจเจริญเหมือนกัน

               วันก่อน ได้อ่านข่าว "เทศบาลนาหมอม้า หนุนงานคนดีบ้านฉัน ครูสลามายามบ้าน" ส่งข่าวมาโดย สุชาติ สูงเรือง นักข่าวประจำเมืองอำนาจ เลยคิดถึงเพลงสาวอำนาจเจริญ

               "ณัฎฐชัย มูลนาม" นายกเทศมนตรีตำบลนาหมอม้า อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ เล่าให้นักข่าวฟังว่า บ้านนาหมอม้า มีพื้นที่ติดกับลำเซบาย อยู่คนละฝั่งน้ำกับ อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร กับ อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ ขนานยาวจากเหนือลงสู่พื้นที่ราบในเขต อ.หัวตะพาน หรือด้านทิศใต้ ของตัวจังหวัด

               บ้านนาหมอม้า เป็นบ้านเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์เรื่องการรักษาโรคแบบชาวบ้านในยุคสมัยกว่า 100 ปีที่ผ่านมา เดิมเป็นหมู่บ้านสำหรับทางผ่านของบรรดาพ่อค้าวัว-พ่อค้าควาย แต่เมื่อปักหลักพักอยู่นาน ได้เห็นเป็นพื้นที่สามารถทำมาหากินได้ เลยตั้งบ้านเรือนอยู่จนหนาแน่นก้าวหน้ามานานจนถึงยุคสมัยปัจจุบันนี้

               ที่น่าสนใจ นายก ณัฎฐชัย มูลนาม บอกว่า วัฒนธรรมสังคมยึดถือและทำกันมานานคือ "คนดีบ้านฉัน"

               หมายความว่า คนบ้านนาหมอม้าที่ได้เข้าไปทำงานใน กทม.หรือต่างจังหวัด เมื่อมีฐานะรวมตัวกันได้ก็จะทำบุญผ้าป่าสามัคคี นำปัจจัยมาถวายวัดบ้านเกิด หลายๆ คณะที่รวมพลังเดินทางกลับบ้านเกิดมีขึ้นตลอดปี

               ในปี 2557 เทศบาลตำบลนาหมอม้า จึงได้สนับสนุนการจัดงานศิลปินคืนถิ่น "2 เมษา ครูสลามายามบ้าน" โดยจะมีขึ้นในวันที่ 2 เมษายน ที่สนามด้านหน้าโรงเรียนบ้านนาหมอม้า

               ดั่งที่ทราบกัน สลา คุณวุฒิ เป็นคนบ้านนาหมอม้า เมื่อเรียนจบครู ก็มาสอนหนังสืออยู่ในเขตจังหวัดอำนาจเจริญ กระทั่งมีโอกาสได้ร่วมงานกับค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ จึงกลายเป็น "ครูบ้านป่า สลา คุณวุฒิ" ที่คนรู้จักกันทั้งประเทศ

               15 ปีที่แล้ว ครูสลาได้ริเริ่มจัดงานฟรีคอนเสิร์ต "2 เมษา ครูสลามายามบ้าน" เพื่อหารายได้มอบให้โรงเรียนบ้านนาหมอม้า เป็นทุนการศึกษาเด็กนักเรียนทุกระดับชั้น ซึ่งแต่ละปี ครูสลาจะนำนักร้องดัง ที่เป็นลูกศิษย์มาแสดงให้ชาวบ้านชมกันและเปิดรับการบริจาคตามกำลังศรัทธา

               ยกตัวอย่างปี 2546 งาน "2 เมษา ครูสลามายามบ้าน" ได้จัดสรรเงิน จำนวน 40,000 บาท มอบให้กรรมการสถานศึกษานำมาก่อสร้างอาคารเรียน หรือปี 2555 มีการจัดงาน "100 ปี โรงเรียนบ้านนาหมอม้า ครูสลามายามบ้าน" นำเงินรายได้สร้างศาลาอนุสรณ์ 100 ปี โรงเรียนบ้านนาหมอม้า 270,000 บาท สร้างรั้วคอนกรีตด้านทิศใต้ งบประมาณ 150,000 บาท และสร้างถนนคอนกรีตภายในโรงเรียน จำนวน 3 สาย งบประมาณ 330,000 บาท

               ครูสลาเคยเล่าให้ฟังว่า แนวคิดจัดงานครูสลามายามบ้านนั้น ได้แรงบันดาลใจมาจากโครงการ "สำนึกรักบ้านเกิด" เขาอยากให้คนอีสานหรือคนต่างจังหวัดที่เข้ามาทำงานในเมืองใหญ่ เมื่อมั่งมีศรีสุขก็อยากให้ทุกคนกลับไปช่วยเหลือบ้านเกิดเมืองนอน

               บทเพลงที่ครูสลาแต่งให้ลูกศิษย์ร้อง ไม่ว่าจะเป็น ศิริพร อำไพพงษ์, ต่าย อรทัย, มนต์แคน แก่นคูน, ไผ่ พงศธร รวมถึงข้าวทิพย์ ธิดาดิน ก็จะสอดแทรกประเด็น "สำนึกรักบ้านเกิด" เรียงร้อยเป็นคำร้องที่ไพเราะ ฟังแล้วกินใจ เขาต้องการให้สำนึกนี้มันฝังลึกอยู่ในจิตใจลูกอีสานตลอดไป

               เหมือนท่อนสุดท้ายของเพลงสาวอำนาจเจริญ ที่ "ข้าวทิพย์" สาวน้อยจากบ้านเนินกุง ถ่ายทอดออกมาหัวใจของคนไกลบ้าน

               "คิดฮอดเหลือเกิน อำนาจเจริญแผ่นดินถิ่นฮัก เก็บฝันแน่นหนัก ห่อด้วยฮักฝากวันเวลา ได้ดียามใด บ่รอให้ทวงดอกหนา ลูกสาวหล่า คนนี้สิคืนบ้านเฮา"