คอลัมนิสต์

อ่อนพีอาร์:แก้ปัญหาด้วยทางลัดดีมั๊ย.?

อ่อนพีอาร์:แก้ปัญหาด้วยทางลัดดีมั๊ย.?

19 มี.ค. 2557

อ่อนพีอาร์:แก้ปัญหาด้วยทางลัดดีมั๊ย.? : กระดานความคิด โดยไพศาล อินทสิงห์ ม.นเรศวร

       
             ปัญหาหนึ่งซึ่งอยู่คู่องค์กร และมักจะปรากฏให้เห็นอยู่เนืองๆ ไม่ว่าที่ไหนที่นั่น ก็คือ ปัญหา“อ่อนการประชาสัมพันธ์” หรือ “อ่อนพีอาร์” หนัก-เบาต่างกันไปตามสถานการณ์          
        
             อ่อนพีอาร์ มีได้หลายสาเหตุกรณี เช่น องค์กรอธิบายสร้างความเข้าใจโครงการใดโครงการหนึ่งน้อยไป, เวลามีปัญหาวิกฤติองค์กรชี้แจงช้า, ผู้นำสื่อสารไม่เก่ง, ผู้นำมุ่งทำแต่งานโดยไม่สนใจว่า จะต้องบอกกล่าวให้ใครรู้ว่าตนทำอะไร, มีข่าวออกน้อย, ผู้นำไม่ค่อยให้สัมภาษณ์สื่อหรือนานๆครั้ง, ผู้นำมองข้าม ละเลยพีอาร์, ผู้นำไม่มีเวลา ฯลฯ 
         
             วันนี้ขออนุญาตชวนผู้อ่าน นักประชาสัมพันธ์ ผู้สนใจพูดคุยถึงสาเหตุกรณี “มีข่าวออกน้อย” หรือไม่ค่อยมีข่าวสารขององค์กรออกทางสื่อ จะแก้ปัญหาตามสาเหตุ หรือหาทางออกอย่างไร เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมอง เรียนรู้ประสบการณ์ร่วมกัน อาจเป็นประโยชน์ด้านวิชาชีพประชาสัมพันธ์
         
             ผู้เขียนมองว่า อยู่ที่ 2 ส่วน 1) ผู้นำองค์กร  2) ประชาสัมพันธ์องค์กร

             1)ผู้นำองค์กรให้ความสำคัญกับการประชาสัมพันธ์อย่างไร ต้องการผลพีอาร์ขนาดไหน และในฐานะผู้นำนโยบาย มีผลงานให้นำไปประชาสัมพันธ์มากน้อยเพียงใด เป็นต้น

             2)ประชาสัมพันธ์องค์กรมีมุมมองประเด็นพีอาร์แค่ไหน เป็นมืออาชีพแอ๊คทีฟเพียงใด เป็นต้น
         
             ทางออกหนึ่ง ก็คือ นักประชาสัมพันธ์จะต้อง(ขยัน)หาข่าวเรื่องราวต่างๆ นโยบาย งานโครงการต่างๆของผู้นำองค์กรเผยแพร่ออกไปให้ได้มากที่สุด เท่าที่เห็นว่าเหมาะสม      
         
             ต้องยอมรับว่า การที่องค์กรไม่ค่อยมีข่าวสารทางสื่อ ใช่จะดี ทว่าส่งผลเสียชัดเจน เช่น ทำให้ประชาชนเสียโอกาส ไม่สามารถเข้าถึงข่าวสารได้ จึงไม่ได้ไปเข้าร่วมโครงการ หรือใช้ประโยชน์จากบริการของรัฐอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ดีไม่ดี ส่งผลกระทบโครงการ(อาจ)ล้มเหลว ก็เป็นไปได้, ประชาชนสังคมไม่เป็นที่รับรู้ รู้จักและกล่าวขานถึงองค์กร มิเพียงนั้น(อาจ)เอาไปพูด ไม่เห็นองค์กรทำอะไร ทั้งที่ทำงานเยอะ โทษประชาชนไม่ได้ ต้องโทษที่เรา เพราะไม่ประชาสัมพันธ์ผลงาน หรือสื่อสารให้เขารู้เท่าที่ควร เป็นต้น
         
             ฉะนั้น ควรต้องหาทางแก้ปัญหามีข่าวออกน้อย ปล่อยไว้ไม่เป็นผลดี อะไรต้องแก้ที่ผู้นำก็ต้องแก้ อะไรต้องแก้ที่ฝ่ายพีอาร์ก็ต้องแก้ เพราะทั้ง 2 ส่วนนี้โยงกัน
         
             คำถาม คือ นักประชาสัมพันธ์จะหาข่าวเรื่องราวต่างๆได้จากที่ไหน เพื่อให้ “มีข่าวออกมาก” อาจหาได้หลายทาง หนึ่งในนั้น คือ “หน้าห้อง” ผู้อ่านอาจเห็นด้วย เห็นต่าง หรือเห็นเพิ่มจากผู้เขียน ล้วนเป็นประโยชน์ต่อองค์กร และประชาชน 
         
             หากเหลียวดูองค์กร(กระทรวง กรม หรือส่วนราชการอื่นๆ)ไล่เรียงไปตามจุดต่างๆแล้ว ไม่มีตรงไหนที่จะเวิร์คสุด เหมาะสุดเท่าจุดนี้ 
          เพราะแฟ้มงาน เอกสาร บันทึกข้อความโครงการต่างๆ จะถูกเสนอเข้ามาที่นี่ (หน้าห้องปลัดกระทรวง หน้าห้องอธิบดี หรือหน้าห้องผู้นำส่วนราชการอื่นๆ) เพื่อขอ“อนุมัติ”ก่อนนำไปสู่การปฏิบัติ
         
             ทีมงาน หรือเจ้าหน้าที่ 3-5 คน จะตรวจสอบ สกรีนแฟ้มงานเรื่องต่างๆทั้งหมดเพื่อดูเรื่องราวเป็นมาอย่างไร เอกสารครบถ้วนถูกต้องหรือไม่ ก่อนนำเข้าไปในห้องให้ผู้นำพิจารณาอนุมัติ และลงนาม ฯลฯ  
         
             หน้าห้อง จึงรู้ทุกเรื่อง เวิร์คสุดตรงนี้ล่ะ เสมือนหนึ่งศูนย์รวมข้อมูลข่าวสารอย่างดี ฉะนั้น จะดีหรือไม่ ประการใด หากฝ่ายประชาสัมพันธ์จะใช้เส้นทางลัดหน้าห้อง สร้างจุดแข็งและโอกาสทางการประชาสัมพันธ์ให้องค์กร ไม่ต้องไปวิ่งอ้อม โค้ง ตามหาข่าวที่ไหนให้เสียเวลา 
         
             หน้าห้องสกรีนงานเชิงบริหารให้ผู้นำ
         
             นักประชาสัมพันธ์สกรีนงานเชิงพีอาร์ให้ผู้นำ
         
             ซึ่งถ้าไม่ติดขัด ขัดข้องทางการบริหารอะไร อาจให้พีอาร์ 1 คนมานั่งในทีมหน้าห้อง เพื่อเกาะติด ติดตามผลงานผู้นำ ตรวจสอบแฟ้มงาน ดูงานโครงการใดควรพีอาร์บ้าง พีอาร์ขนาดไหน รุก-รับอย่างไร และเสนอให้ผู้นำเห็นชอบ
         
             เมื่อข้างบนเห็นชอบปุ๊บ ส่งไปข้างล่างออกข่าวปั๊บ หรือจะพีอาร์ด้วยวิธีอื่นใด ว่าไป ไม่ต้องรอส่งเรื่องคืนกอง/ฝ่ายที่เป็นเจ้าของเรื่อง กว่าเอกสารจะเดินทาง กว่าธุรการจะไปถึง กว่าจะนำไปปฏิบัติ กว่ากอง/ฝ่ายจะทำบันทึกขอความอนุเคราะห์ฝ่ายประชาสัมพันธ์ออกข่าว
         
             และที่สำคัญ กว่าฝ่ายประชาสัมพันธ์จะได้ออกข่าว ช้าไปมั๊ย
         
             หากกอง/ฝ่ายมีงานยุ่ง อาจลืมนึกถึงพีอาร์ ดีไม่ดีไม่มีมุมมองพีอาร์ ก็จะปล่อยให้โครงการนั้นหลุดพีอาร์ไป ก็เป็นไปได้
         
             ทั้งนี้ บางมุมมองของการให้พีอาร์มานั่งในทีมหน้าห้อง เป็นโอกาสและความได้เปรียบทางการประชาสัมพันธ์ ดังนี้
         
             1) ประชาสัมพันธ์โครงการได้ทันทีที่ผู้นำลงนามอนุมัติ บางครั้งข่าวสารประชาสัมพันธ์ทางสื่อมวลชนก็ต้องแข่งความรวดเร็ว
         
             2) สามารถประชาสัมพันธ์ได้ตั้งแต่เริ่มโครงการ ระหว่างโครงการและสิ้นสุดโครงการเพราะพีอาร์เมมโมรี่ไว้แล้วตั้งแต่เห็นเรื่องในแฟ้ม อย่างน้อยออกข่าวได้ 3 รอบ
         
             3) งานโครงการต่างๆไม่มีหลุดพีอาร์ เพราะเอกสาร บันทึกข้อความผ่านสายตาพีอาร์หน้าห้องทุกแฟ้ม ยกเว้นเรื่องลับ(ถ้ามี) 
         
             4) ปัญหามีข่าวออกน้อยหมดไป กลายเป็นมีข่าวออกมาก ซึ่งสามารถกำหนดปริมาณและคุณภาพข่าวสารได้ตามต้องการ
         
             5) สร้างศักยภาพงานประชาสัมพันธ์เชิงรุก เนื่องเพราะโครงการได้ออกข่าวเร็ว สามารถใช้พีอาร์นำปัญหา ถ้าออกข่าวช้า ก็ไล่ตามปัญหา ซึ่งตามปัญหาเท่ากับตั้งรับ นำปัญหาเท่ากับเชิงรุก 
         
             6) เป็นการประชาสัมพันธ์องค์กรมิติใหม่ พีอาร์กับหน้าห้อง
         
             อยู่ที่ปลัดกระทรวง อธิบดี หรือผู้นำองค์กร จะพิจารณา