คอลัมนิสต์

ปรับโครงสร้างตำรวจ

ปรับโครงสร้างตำรวจ

19 มี.ค. 2557

ปรับโครงสร้างตำรวจ : บทบรรณาธิการประจำวันที่19มี.ค.2557

                มีความเห็นจากหลายฝ่ายเรื่องการปฏิรูปโครงสร้างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เนื่องด้วยที่ผ่านมาตำรวจถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่ารับใช้ฝ่ายการเมืองมากกว่าดูแลปกป้องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน เสียงเรียกร้องเรื่องปรับโครงสร้างตำรวจจึงเริ่มแรงขึ้นมามีสาเหตุมาจากการชุมนุมทางการเมืองซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุมจนมีผู้บาดเจ็บ ล้มตายทั้งสองฝ่าย ตำรวจจึงถูกมองว่าเป็นเครื่องมือของนักการเมืองโดยเฉพาะรัฐบาล ปัญหาจึงเรื้อรัง ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะผู้บังคับบัญชาระดับสูงต้องการเอาใจฝ่ายการเมืองเพื่อความก้าวหน้าในอาชีพ มีตำแหน่งที่ดีกว่า ผลประโยชน์จำนวนมหาศาลกลายเป็นสิ่งเร้าให้ตำรวจนักวิ่งเต้นยอมเสี่ยงหรือเลือกที่จะยืนข้างฝ่ายคุมอำนาจรัฐมากกว่าความถูกต้องหรือจริยธรรมในอาชีพ

                ความจริงแล้วโครงสร้างของสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ไม่ใช่จะเลวร้ายไปเสียทั้งหมด ส่วนใหญ่ยังถือว่าดีอยู่ เพียงแต่การแต่งตั้งหัวหน้าหน่วยไม่ได้คนดีคนเก่งมาบริหารงานทำให้องค์กรตำรวจโดยรวมเกิดปัญหาถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างต่อเนื่อง นี่ยังไม่รวมถึงเรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่น ชัดเจนก็การแต่งตั้งตัวผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งตาม พ.ร.บ.ตำรวจ ปี 2547 ที่ให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอรายชื่อให้คณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) พิจารณาเห็นชอบ นั้นก็คงสะท้อนถึงอำนาจฝ่ายการเมืองที่อยู่เหนือต้นธารกระบวนการยุติธรรม เมื่อฝ่ายการเมืองเป็นผู้เลือกก็ต้องรับใช้เป็นเรื่องธรรมดา เพราะตราบใดที่นายกรัฐมนตรีมีอำนาจในการเสนอ หรือเรียกง่ายๆ ว่า แต่งตั้ง ผบ.ตร. เองกับมือ ประชาชนจะมั่นใจได้อย่างไรว่าเมื่อนายกรัฐมนตรีกระทำความผิดหรือนักการเมืองฝ่ายรัฐบาลละเมิดกฎหมายเสียเองจะมีการดำเนินคดีจับกุมได้ตามกระบวนการยุติธรรมอย่างจริงจังตรงไปตรงมา

                การปรับโครงสร้างองค์กรตำรวจไม่ใช่เรื่องใหญ่ หากมองว่าหน่วยงานย่อมมีการพัฒนา เปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดีกว่า แต่ปัญหาอยู่ที่นักการเมืองเอง ฝ่ายที่กุมอำนาจรัฐก็หวังจะเอาตำรวจมาอยู่ในกำมือ เอากฎหมายเอาปืนไปข่มขู่ฝ่ายต่อต้าน ขณะที่ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลหรือฝ่ายค้านก็พยายามชี้ให้เห็นถึงบทบาทของบุคลากรองค์กรนี้ที่ไม่ได้พิทักษ์ผลประโยชน์ของประชาชน หรือไม่ได้เอาทุกข์สุขของชาวบ้านเป็นที่ตั้ง จึงมีความพยายามเรียกร้องให้มีการปรับปรุงองค์กร ส่วนหน้าตาจะเป็นอย่างไรนั้นก็ขึ้นอยู่กับใครเป็นผู้เสนอหรือมีแนวคิดในการบริหารงาน มีหลากหลายทฤษฎีทั้งส่วนของนายตำรวจที่มีประสบการณ์ที่เกษียณอายุราชการไปแล้ว หรือนายตำรวจรุ่นใหม่ที่อยากเห็นองค์กรควรมีหน้าตาแบบไหน เหล่านี้เป็นเพียงเสียงสะท้อนส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่ประเด็นอยู่ที่ว่าพรรคการเมืองไหนหรือนายกรัฐมนตรีคนใดจะมีวิสัยทัศน์ในการแก้ปัญหา เพราะเหนือสิ่งอื่นใดคือนักการเมืองจะยอมปล่อยอำนาจในการแต่งตั้งตำรวจให้หลุดมือไปได้จริงๆ หรือ