
สร้างการมีส่วนร่วมสร้างชุมชนให้น่าอยู่
สร้างการมีส่วนร่วมสร้างชุมชนให้น่าอยู่ : กระดานความคิด โดยเสริมคง แปงคำมา
ท่ามกลางสถานการณ์ที่สังคมไทยกำลังแตกเป็นเสี่ยงๆ แม้กระทั่งสังคมหน่วยย่อยที่สุดอย่างครอบครัว ก็ล่มสลาย มีให้เห็นมานักต่อนัก ซึ่งสาเหตุมาจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ หรือแม้กระทั่งการเมือง พ่อคิดอย่าง แม่ก็เชียร์อีกฝ่าย ซึ่งล้วนเป็นสาเหตุด้วยกันทั้งสิ้น
เมื่อลามถึงระดับหมู่บ้านหรือชุมชน ทุกคนก็ไม่ใส่ใจงานส่วนรวมอีกต่อไป เพราะมัวแต่ถกเถียงหรือติดท่าทีในระดับปัจเจก คนนั้นสีโน้น คนนี่สีนั้น ทำให้กิจกรรมชุมชนไม่ไปในทิศทางเดียวกัน
โจทย์ใหญ่คือ จะทำอย่างไรให้ชุมชนกลับมาน่าอยู่อีกครั้ง
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. ไม่ได้ทำโครงการเฉพาะเรื่องเหล้า บุหรี่ หรืออุบัติเหตุเท่านั้น แต่ยังคำนึงถึงการสร้างสรรค์ความสุขให้เกิดขึ้นในชุมชนด้วย จึงให้การสนับสนุนหมู่บ้านและชุมชนกว่า 1,000 แห่งใน 66 จังหวัดทั่วประเทศทำโครงการร่วมสร้างชุมชนและท้องถิ่นให้น่าอยู่มาตั้งแต่ปี 2553 เป็นการส่งเสริมชาวบ้านให้เข้าใจปัญหาชุมชน แล้วร่วมกันจัดการ สู่การเป็นแหล่งเรียนรู้ก็มากมายหมายแห่ง
การมีส่วนร่วม สร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของ การสร้างศักยภาพชุมชนท้องถิ่น จนเกิด “พลังชุมชน” นับว่ามีบทบาทอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น ก่อเกิดความยั่งยืน และเป็นพื้นฐานให้ประเทศมีความเข้มแข็งและน่าอยู่
นายประยูร อองกุลนะ กรรมการบริหารแผนสร้างสรรค์โอกาสและนวัตกรรม สสส. เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลาที่ดำเนินโครงการมา พบว่าชาวบ้านได้เรียนรู้กระบวนการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชน แล้วร่วมกันแก้ไข ไม่ต้องรอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่รัฐเหมือนที่ผ่านๆ มา เพราะแต่เดิมเมื่อชุมชนเกิดปัญหาต่างๆ ก็ต้องรอให้ภาครัฐเข้ามาแก้ปัญหา บางครั้งการแก้ปัญหาก็ไม่ถูกจุด กระบวนการแก้ปัญหาจึงไม่ได้ขับเคลื่อนอย่างลื่นไหล แต่เมื่อมีกระบวนการของ สสส.ที่ร่วมสร้างสังคมน่าอยู่ขึ้น
ขณะเดียวกันก็มีการจัดตั้งสภาผู้นำชุมชน ซึ่งเป็นสภาที่เกิดจากความสมัครที่ต้องการสร้างชุมชนให้น่าอยู่ โดยที่ชาวบ้านรู้สึกมีส่วนร่วม รู้สึกเป็นเจ้าของชุมชนร่วมกัน จนทำให้เกิดพลังชุมชน ที่เป็นพลังของความคิดเกิดขึ้นได้โดยไม่ต้องรอคำสั่งจากทางราชการ กระทั่งสามารถต่อรองหรือของบประมาณจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มาพัฒนาชุมชนของตัวเองได้
สสส. ไม่อยากให้ทุนสนับสนุนต่อเนื่องไปทุกๆ ปี โดยในปีแรกเราถือว่าลงทุนด้วยกัน สสส.เป็นเจ้าภาพหลักไปก่อน แต่ปีที่ 2 และ 3 ก็อยากให้ชุมชนพึ่งพาตนเอง
เช่นเดียวกับ นพ.กิจจา เรืองไทย กรรมการบริหารแผนสร้างสรรค์โอกาสและนวัตกรรม สสส.อีกคนหนึ่ง กล่าวเสริมว่า เราต้องมองว่าทุกคนถือเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ให้ทุกคนมองปัญหาร่วมกัน ร่วมเสนอและสร้างกติการ่วมกัน ซึ่งระหว่างนั้นชุมชนอาจจะมองเห็นปัญหาอื่นแล้วมีช่องทางให้เขาร่วมกันแก้ปัญหาอื่นๆ ได้อีกด้วย ไม่ใช่ให้แกนนำสร้างกฎกติกาขึ้นเพื่อชักจูงให้คนในชุมชนเดินตามแบบนั้นแบบนี้ ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นเท่ากับว่าเกาไม่ถูกที่คัน ความยั่งยืนของชุมชนก็จะไม่มีเลยแล้วชุมชนจะน่าอยู่ได้อย่างไร
แนวคิดตั้งต้นของการสร้างชุมชนให้น่าอยู่ จึงอยู่ที่การสร้างการมีส่วนร่วมให้เกิดขึ้นในชุมชนของตัวเอง ถ้าทำได้ เท่ากับการขจัดปัญหาการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายในชุมชนได้อย่างถาวร



