คอลัมนิสต์

คนละเรื่องเดียวกัน

คนละเรื่องเดียวกัน

14 มี.ค. 2557

คนละเรื่องเดียวกัน : บทบรรณาธิการประจำวันศุกร์ที่ 14 มีนาคม 2557

           การแสดงความผิดหวังและเศร้าเสียใจของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี หลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ 9 เสียง ชี้ว่า ร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมและการขนส่งของประเทศจำนวน 2 ล้านล้านบาท เพราะขัดรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะเห็นว่า รัฐบาลไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องกู้เงินมาใช้ในโครงการ ซึ่งตามมาด้วยความเห็นในท่วงทำนองศาลเลือกปฏิบัติ บังคับใช้กฎหมายเพื่อลิดรอนสิทธิ์ของอีกฝ่าย ซึ่งล้วนแต่เป็นเรื่องน่าเสียดาย ที่นอกจากจะทำให้อยู่ร่วมกันลำบากแล้ว และก็เสียโอกาสในการพัฒนาประเทศนั้น มีความจำเป็นที่จะต้องแยกแยะออกจากกันระหว่างความรู้สึกของนายกรัฐมนตรี ในฐานะนักการเมืองคนหนึ่งจากพรรคเพื่อไทย กับความมีอยู่จริงของแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ

           แม้ว่าก่อนหน้านี้ ในขณะที่โครงการกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ยังอยู่ในภาวะลูกผีลูกคน ไม่รู้อนาคตว่าศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินออกมาอย่างไร แต่สังคมทั่วไปก็ได้รับรู้ "พิมพ์เขียว" ของโครงการเกือบจะครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางรถไฟฟ้าความเร็วสูงสายกรุงเทพฯ-พิษณุโลก-เชียงใหม่ กรุงเทพฯ-นครราชสีมา-หนองคาย กรุงเทพฯ-หัวหิน ฯลฯ โครงการรถไฟทางคู่ โครงการรถไฟฟ้าในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มอเตอร์เวย์ ท่าเรือน้ำลึกปากบารา และการพัฒนาปรับปรุงด่านศุลกากรต่างๆ โดยกระทรวงคมนาคม ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในอันที่จะขับเคลื่อนตามแผนนี้ ได้จัดทำรายละเอียดการใช้จ่ายงบประมาณเอาไว้เกือบจะสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ ซึ่งก็แสดงให้เห็นว่า หน่วยงานรัฐเองก็มีแผนจะพัฒนาปรับปรุงอยู่ก่อนแล้ว อย่างเช่น โครงการรถไฟทางคู่ และการปรับปรุงการเดินรถและระบบอาณัติสัญญาณต่างๆ ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) รวมทั้งการปรับปรุงด่านศุลกากรในความรับผิดชอบของกระทรวงการคลังก็ต้องเร่งรัดให้เกิดขึ้น เพื่อรองรับการเปิดเขตการค้าเสรีอาเซียน ฯลฯ

           ดังที่ทราบกันว่า ทุกๆ ครั้งที่ภาครัฐจะทำโครงการขนาดใหญ่ที่เกี่ยวเนื่องกับการพัฒนาที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ต่างๆ จะต้องมีกลุ่มบุคคลที่จัดอยู่ในจำพวก "วงใน" หรืออินไซเดอร์ ได้รับรู้ข้อมูล และนำข้อมูลนั้นไปเพื่อประโยชน์ของตนและพวกพ้อง เช่น การเก็งกำไรที่ดิน และโครงการอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ รวมไปถึงธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องอีกมากมาย โครงการตามแผนเงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ก็เช่นเดียวกัน ที่ปรากฏว่า ราคาที่ดินตลอดแนวเส้นทางรถไฟความเร็งสูงได้ทะยานขึ้นอย่างพรวดพราด โดยแผนการก่อสร้างคอนโดมิเนียม และชุมชนใหม่ต่างๆ ทยอยเผยตัวออกมา ซึ่งทั้งหมดนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่า กลุ่มผู้ได้รับผลประโยชน์ล้วนโยงใยผูกพันกับการเมืองตั้งแต่ระดับท้องถิ่นขึ้นไปถึงระดับชาติ ดูจะเป็นโครงข่ายที่แข็งแกร่งขึ้นในอนาคตยิ่งเสียกว่าระบบขนส่งและการคมนาคมของประเทศด้วยซ้ำไป

           อย่างไรก็ตาม ถึงแม้แผนการกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ต้องพับลงไป แต่อีกหลายโครงการก็ยังสามารถเดินหน้าไปได้ตามปกติด้วยงบประมาณประจำปี ไม่ว่าจะเป็นรถไฟทางคู่ รถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ด่านศุลกากร ทางหลวง มอเตอร์เวย์ ฯลฯ ซึ่งทุกหน่วยงานของรัฐก็พร้อมดำเนินการตามแผนอยู่แล้ว และโครงสร้างพื้นฐานของประเทศได้รับการพัฒนาอย่างที่ควรจะเป็นโดยไม่มีข้อเคลือบแคลงเรื่องผลประโยชน์แอบแฝงอื่นใด