คอลัมนิสต์

ทร.มุ่งพิกัด2เกาะ'สิมิลัน-เปรัก'หาบินมาเลย์

ทร.มุ่งพิกัด2เกาะ'สิมิลัน-เปรัก'หาบินมาเลย์

13 มี.ค. 2557

ทร.ไทยร่วมค้นหาบินมาเลย์ มุ่งพิกัด2เกาะ'สิมิลัน-เปรัก' : ตะลุยกองทัพ โดยทีมข่าวความมั่นคง

            ภารกิจในการค้นหาเครื่องบินของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ เที่ยวบินเอ็มเอช 370 ที่สูญหายไปเมื่อวันที่ 8 มีนาคม พร้อมผู้โดยสารและลูกเรือบนเครื่องบิน รวม 239 คน ยังคงดำเนินต่อไป ท่ามกลางความหวังว่าจะเกิด "ปาฏิหาริย์" ขึ้น

           กองทัพเรือ (ทร.) ไทยถือเป็นส่วนหนึ่งในภารกิจค้นหาดังกล่าว หลังจากมีการข่าวแจ้งมาจากทางการมาเลเซียร้องขอให้กองทัพเรือไทยค้นหาซากเครื่องบินที่อาจจะตกลงในทะเลอันดามัน

           โดยมีการระบุพิกัดคร่าวๆ ว่า จุดที่เครื่องบินหายไปอาจอยู่ในพื้นที่ระหว่าง "เกาะสิมิลัน" ของไทย และ "เกาะเปรัก" ของมาเลเซีย ซึ่งทั้งสองเกาะมีพื้นที่ห่างกันประมาณ 45 ไมล์ทะเล

           แหล่งข่าวในกองทัพเผยว่า เมื่อวันที่ 10 มีนาคม ที่ผ่านมา ทางการมาเลเซียได้ร้องขอให้กองทัพเรือไทยค้นหาซากเครื่องบินที่อาจจะตกลงในทะเลในพื้นที่ระหว่างเกาะสิมิลันของไทยกับเกาะเปรักของมาเลเซีย ซึ่งทั้งสองเกาะมีพื้นที่ห่างกันประมาณ 45 ไมล์ทะเล  ทางการมาเลเซียสันนิษฐานเบื้องต้นว่า เครื่องบินอาจวกกลับเข้ามาในบริเวณช่องแคบมะละกา เข้ามายังทะเลอันดามัน

           ด้านผู้เชี่ยวชาญการบินในกองทัพกล่าวสอดคล้องกันว่า ในกรณีที่เครื่องบินมีการเปลี่ยนเส้นทางจากอ่าวไทยวกกลับมายังทะเลอันดามันนั้น กองทัพไทย โดยเฉพาะกองทัพอากาศจะต้องจับเรดาร์ได้ เพราะในพื้นที่อ่าวไทยมีเรดาร์เป็นจำนวนมาก ไล่ตั้งแต่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ มาจนถึง จ.นราธิวาส ซึ่งเป็นรอยต่อของประเทศไทย และถ้าเครื่องบินตัดตรงผ่านประเทศไทย เครื่องบินของกองทัพอากาศต้องขึ้นบินสกัดกั้นแล้วแจ้งเตือนให้เปลี่ยนเส้นทาง ถ้ายังไม่เปลี่ยนเส้นทางก็ต้องมีการแจ้งเตือนตามขั้นตอน

           "ถ้าได้รับสัญญาณแล้วไม่ลงจอดก็ต้องล็อกเป้าขู่ ซึ่งหน้าจอเครื่องบินพาณิชย์จะโชว์อยู่แล้วว่า ถูกเครื่องบินรบล็อกเป้าอยู่ แต่ถ้าไม่ยอมอีกก็ต้องใช้ปืนกลอากาศยิงเฉี่ยวๆ เป็นการเตือนครั้งสุดท้าย แต่ถ้ายิงขู่แล้วไม่ยอมอีกก็อาจต้องยิง แต่การยิงเครื่องบินพาณิชย์ไม่ใช่เรื่องที่ทำกันได้ง่ายๆ เพราะเป็นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และตามหลักสากล เช่น ในสหรัฐอเมริกาต้องขออนุญาตประธานาธิบดีก่อน ผบ.ทอ.ไม่สามารถตัดสินใจได้เอง ซึ่งถ้าเป็นของไทยก็คงต้องขออนุมัติจากนายกฯ"

           ผู้เชี่ยวชาญการบินคนเดิม กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม กรณีที่ไม่มีการยิง และปล่อยให้เครื่องผ่านไปก็ต้องแจ้งให้ทางมาเลเซียทราบ และเป็นผู้ให้ข้อมูลทั้งหมดเอง เพราะตามหลักการ มาเลเซียคือผู้รับผิดชอบในเรื่องนี้ ซึ่งลึกๆ แล้วเชื่อว่า มาเลเซียน่าจะมีข้อมูลเรื่องการเปลี่ยนเส้นทางการบิน และจุดที่เครื่องบินขาดการติดต่อไปด้วยซ้ำ เพียงแต่จะแถลงทั้งหมดหรือไม่เท่านั้น

           ในภารกิจการค้นหานั้น พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผบ.ทร. ได้สั่งการผ่านศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือให้เตรียมเรือหลวงปัตตานี และเฮลิคอปเตอร์ซูเปอร์ลิงค์ ที่เป็นเฮลิคอปเตอร์ในการค้นหา 1 ลำ ออกเดินทางไปร่วมภารกิจค้นหาตั้งแต่วันที่ 9 มีนาคม
 
           พล.ร.ต.กาญจน์ ดีอุบล เลขานุการกองทัพเรือ ในฐานะโฆษกกองทัพเรือ ระบุถึงความคืบหน้าในการค้นหาว่า ณ เวลา 15.00 น. วันที่ 12 มีนาคม ยังไม่พบสิ่งบอกเหตุที่จะพบซากเครื่องบินแต่อย่างใด
 
           สำหรับยุทโธปกรณ์หลักในการค้นหา คือ ร.ล.ปัตตานี ที่มีเฮลิคอปเตอร์รุ่นซูเปอร์ลิงค์ อยู่บนเรือ เพื่อช่วยในการยืดระยะการค้นหาต่อจากเรดาร์เรือ รวมทั้งเครื่องบินรุ่นดอร์เนียร์อีก 1 ลำ ขณะที่ทัพเรือภาคที่ 2 จ.สงขลา ใช้เครื่องบินดอร์เนีย 1 ลำ เพื่อค้นหาในฝั่งอ่าวไทย

           ส่วนพื้นที่ในการค้นหาอยู่ทางทิศตะวันตกของ จ.สตูล เหนือเกาะลังกาวีของมาเลเซีย โดยพื้นที่ทางทะเลอันดามันมี 3 ประเทศร่วมในภารกิจการค้นหา คือ ไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ซึ่งไทยรับผิดชอบพื้นที่สี่เหลี่ยมในขอบเขตประมาณ 40x40 ไมล์ทะเล

           "ร.ล.ปัตตานี สังกัดทัพเรือภาคที่ 3 จะรายงานข้อมูลการค้นหาเข้ามายังกองทัพเรือทุก 3 ชั่วโมง ยกเว้นถ้าเจอซากชิ้นส่วนเครื่องบินจะรายงานเข้ามาในทันที ซึ่งจะมีการค้นหาจนกว่าจะได้รับคำสั่งให้เลิกภารกิจ" โฆษกทร. กล่าวถึงภารกิจของกองทัพเรือ

....................

(หมายเหตุ : ทร.ไทยร่วมค้นหาบินมาเลย์ มุ่งพิกัด2เกาะ'สิมิลัน-เปรัก'  : ตะลุยกองทัพ โดยทีมข่าวความมั่นคง)