
อย่าปล่อยให้เกิดสุญญากาศดาวเทียม
อย่าปล่อยให้เกิดสุญญากาศดาวเทียม : กระดานความคิดโดยแกร่ง หินเพลิง
กิจการสื่อสารโทรคมนาคมและกิจการวิทยุกระจายเสียงวิทยุโทรทัศน์นั้น กล่าวได้ว่าดูจะเป็นเพียงภาคธุรกิจเดียวในยามนี้ที่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคเฟื่องฟูมากที่สุดเลยก็ว่าได้และเป็นกลไกหลักของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในยามนี้
ยิ่งเมื่อคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ใน กสทช.ได้อนุมัติดิจิทัลทีวีช่องใหม่อีก 24 ช่องที่จะเป็นการพลิกโฉมหน้ากิจการสื่อโทรทัศน์บ้านเรา ซึ่งจะส่งผลต่อการปลุกธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องให้เฟื่องฟูตามมาอีกเป็นพรวน นอกเหนือจากกิจการสื่อสารโทรคมนาคมในยุค 3 และ 4 จีที่เฟื่องฟูเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
อย่างไรก็ตามในห้วงสุญญากาศของรัฐบาลใหม่ที่ทำให้ธุรกิจน้อยใหญ่หายใจไม่ทั่วท้อง อุตสาหกรรมดาวเทียมของประเทศไทยเองก็จ่อจะเผชิญวิกฤติเช่นกัน แต่ไม่ใช่วิกฤติที่เกิดจากธุรกิจที่เกี่ยวข้องซบเซา กลับเป็นวิกฤติที่เกิดจากอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องขยายตัวเกินคาดโดยเฉพาะตลาดบรอดคาสต์ที่เติบโตเกินไป จนทำให้ปริมาณและช่องสัญญานดาวเทียมที่ไทยมีอยู่ไม่เพียงพอจะรองรับ
ที่ผ่านมาทั้งกระทรวงไอซีที และกสทช.เองรู้อยู่เต็มอกว่าประเทศไทยเราต้องหาช่องทางเพิ่มปริมาณดาวเทียมดวงใหม่ แต่ก็ติดปัญหาการออกใบอนุญาตประกอบกิจการดาวเทียมและการใช้สิทธิ์วงจรดาวเทียมที่ 2 หน่วยงานคือ กระทรวงไอซีทีและกสทช.
แม้กระทรวงไอซีทีจะเปิดให้เอกชนที่มีความพร้อมยื่นข้อเสนอประกอบกิจการดาวเทียมเพื่อจะได้ยื่นไฟล์ลิ่งขอใช้สิทธิ์วงโคจรดาวเทียมไปยังสหภาพโทรคมนาคม (ไอทียู) แต่ก็มีเพียงผู้ประกอบการ “หน้าเดิม” อย่าง “ไทยคม” เท่านั้นที่เสนอตัวเข้ามา โดยมีแผนจะยิงดาวเทียมไทยคม 8 ในตำแหน่งวงโคจรดาวเทียมที่ 78.5 องศาตะวันออก ซึ่งเป็นตำแหน่งเดียวกับที่ไทยคม 5 และ 6 ใช้อยู่แต่ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ทำให้สามารถเพิ่มดาวเทียมในตำแหน่งเดียวกันนี้ได้
อย่างไรก็ตาม หนทางเพิ่มดาวเทียมของประเทศต้อง “ยักตื้นติดกึก ยักลึกติดกัก” เมื่อ กสทช.ไม่แน่ใจในอำนาจตนเองว่าสมควรจะเปิดประมูลใบอนุญาตประกอบกิจการดาวเทียมหรือให้ใบอนุญาตไปโดยอัตโนมัติ ยิ่งเมื่อมีนักวิชาการทีดีอาร์ไอออกมากระตุกขาให้ กสทช.เปิดประมูลวงจรดาวเทียม ก็ทำเอาทุกฝ่ายมึนไปตามกัน เพราะต่างก็รู้ว่าการประกอบกิจการดาวเทียมในปัจจุบันตาม พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ นั้นหาได้อยู่ในระบบสัมปทาน แต่อยู่ในระบบการออกใบอนุญาตและกิจการดาวเทียม ตำแหน่งวงโคจรดาวเทียมก็หาได้เป็นสิทธิ์ของประเทศที่จะนำไปเปิดประมูลหาประโยชน์ได้ แต่เป็นสิทธิ์ที่สหภาพโทรคมนาคม จะเป็นผู้พิจารณาจัดสรรให้แก่ประเทศใดเป็นประเทศหนึ่งในลักษณะมาก่อนได้ก่อน
ล่าสุดขณะที่ไทยเรามัวสาละวนอยู่กับวิกฤติทางการเมือง ก็มี 4 ชาติที่ชิงตัดหน้ายื่นไฟล์ลิ่งขอใช้สิทธิ์วงโคจรดาวเทียมในตำแหน่งเดียวกับที่ไทยมีอยู่ไปแล้วคือ จีน รัสเซีย อินเดียและมาเลเซีย
ทำเอากระทรวงไอซีทีหายใจไม่ทั่วท้อง ขืนไทยเรายังไม่เร่งยื่นไฟล์ลิ่งไป มีหวังได้ชวดการเข้าชิงวงโคจรดังกล่าว จึงทำเรื่องกระทุ้งไปยังคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ให้เร่งพิจารณาออกใบอนุญาตประกอบการแก่บริษัทเอกชนที่เสนอตัวเข้ามา
แม้กระทรวงไอซีทีจะอึดอัดกับการให้การสนับสนุนการยื่นไฟล์ลิ่งไทยคมไปยังไอทียู เพราะกลัวว่า กปปส.จะนำ “มวลมหาประชาชน” มาเยี่ยมเยียนและคงหยิบยกเรื่องดังกล่าวมาเป็นประเด็นการเมืองโจมตีอีกแน่
แต่หากปล่อยให้ไทยต้องชวดการช่วงชิงตำแหน่งวงโคจรดาวเทียมไป จนผลประโยชน์ของประเทศต้องตกไปเป็นของต่างชาติ อันนั้นน่ะจะยิ่งสมควรจะถูก “ตราหน้า” ว่าเล่นการเมืองจนทำประเทศชาติเสียหายมากกว่า



