คอลัมนิสต์

ไทยรั้งท้าย'ดัชนีความเสี่ยงทางการเมืองโลก'

ไทยรั้งท้าย'ดัชนีความเสี่ยงทางการเมืองโลก'

11 มี.ค. 2557

ไทยรั้งท้าย'ดัชนีความเสี่ยงทางการเมืองโลก' : กระดานความคิดโดยสุทธิชัย หยุ่น

            ภาพกราฟฟิกชุดนี้เป็นการจัดลำดับ “ดัชนีความเสี่ยงการเมืองโลก” ที่ทำโดยกลุ่มวิเคราะห์การเมืองระหว่างประเทศที่เรียกตัวเองว่า Eurasia Group

            เขาอธิบายว่า Global Political Risk Index (GPRI) นี้เป็นการวัด “ความสามารถของประเทศนั้น ๆ ในการรับผลกระทบทางการเมืองที่เขาเรียกว่า “absorb political shocks”

            ซึ่งแปลว่าเขาวัดว่าประเทศไหนมี “ภูมิต้านทาน” มากแค่ไหนเมื่อเกิดปัญหาทางการเมือง โดยแยกเป็นความแข็งแกร่งของ

๑. รัฐบาล

๒. สังคม

๓. ความมั่นคง

๔. เศรษฐกิจ

            ตัวเลขที่ปราฎนี้เขาบอกว่ายิ่งสูงยิ่งแสดงว่ามีเสถียรภาพ ตัวเลขยิ่งน้อยยิ่งอยู่ในฐานะอ่อนแอ เกิดเรื่องช็อคทางการเมืองขึ้นมา, สี่เสาหลักของประเทศจะตั้งรับแรงกระแทกได้มากหรือน้อยเพียงใด

            ของไทยเราอยู่อันที่ 4 นับจากอันดับบ๊วย ซึ่งตีความว่าเขามองเราอยู่ในฐานะค่อนข้างจะย่ำแย่ ดีกว่าสามประเทศเท่านั้นคือไนจีเรีย, อีจิปต์และปากีสถานซึ่งถือได้ว่าเป็นประเทศที่มีปัญหาสาหัสในทุก ๆ ด้าน

            ยิ่งวันก่อนเห็นข่าวว่ามีการประเมินว่าอัตราโตทางเศรษฐกิจของเราปีนี้จะต่ำที่สุดในอาเซียนก็ยิ่งตอกย้ำว่าเรากำลังจะกลายเป็น “จุดอ่อนที่จะต้องจำกัด”

            บทวิเคราะห์ของเขาสรุปว่า

            “ความไร้เสถียรภาพทางการเมือง (ของประเทศไทย) จะยังคงมีอยู่ต่อเนื่องไม่ว่ายิ่งลักษณ์ (ชินวัตร) จะอยู่ในตำแหน่งนายกฯต่อไปหรือไม่ การประท้วงและคดีในศาลต่าง ๆ จะดำเนินการต่อไปตราบเท่าที่เธอยังอยู่ในตำแหน่ง และหากเธอต้องหลุดจากตำแหน่งนายกฯ คนเสื้อแดงก็จะเดินขบวนและจะเข้ากรุงเทพฯ ซึ่งก็ทำให้เกิดสถานการณ์ร้อนแรงพอ ๆ กัน และเพราะต่างฝ่ายต่างไม่ยอมให้อีกฝ่ายหนึ่งปกครองประเทศ ก็ค่อนข้างจะแน่นอนว่าความวุ่นวายทางการเมืองต่อเนื่องอย่างแน่นอนตลอดปี 2014…”

            นักวิเคราะห์การเมืองไทยในต่างแดนจะคิดอย่างไร หรือจะเชื่อข้อมูลชุดไหนมากกว่ากันก็ตาม แต่ผมเชื่อว่าคนไทยจะไม่ยอมให้ “ความวุ่นวายทางการเมือง” มีต่อเนื่องไปตลอดทั้งปีนี้อย่างแน่นอนเพราะนั่นเป็นสภาวะของบ้านเมืองที่ “กันชนทางการเมือง” ไม่สามารถจะรองรับได้

            เพราะหากความตึงเครียดอันเกิดจากการเผชิญหน้าทางการเมืองยังยืดเยื้อยาวถึงสิ้นปี สังคมไทยก็จะแตกเป็นเสี่ยง ๆ และภูมิต้านทานทุกอย่างก็จะหมดสภาพ ความเข้มแข็งที่สั่งสมมาตลอดเวลาหลายสิบปีก็มีอันต้องหดหายไปต่อหน้าต่อไป

            จึงต้องกลับมาสู่กระบวนการเจรจาที่ทั้งสองฝ่ายจะต้องไม่เสนอเงื่อนไขที่เป็นไปไม่ได้ หรือเสนอเพียงเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายหนึ่งรับได้ เพราะหากเป็นเช่นนั้นทั่วโลกก็จะมองประเทศไทยเป็น “รัฐล้มเหลว” อย่างแท้จริง ไม่มีข้อแก้ตัวใด ๆ ทั้งสิ้น

..............

(หมายเหตุ : ไทยรั้งท้าย'ดัชนีความเสี่ยงทางการเมืองโลก' : กระดานความคิดโดยสุทธิชัย หยุ่นhttp://www.oknation.net/blog/black/2014/03/11/entry-1)