คอลัมนิสต์

เมื่อผู้ปกครองพูดเรื่องการศึกษาเพื่อขับเคลื่อนปฏิรูป

เมื่อผู้ปกครองพูดเรื่องการศึกษาเพื่อขับเคลื่อนปฏิรูป

11 มี.ค. 2557

เมื่อผู้ปกครองพูดเรื่องการศึกษา บนเวทีระดมความเห็นเพื่อขับเคลื่อนปฏิรูป : กระดานความคิด โดยกลุ่ม/เครือข่ายพ่อแม่ผู้กครอง

             บทบาทของพ่อแม่ที่มีต่อการศึกษา ไม่ใช่การยกลูกให้กับครู ฝากครูดูแลลูก เพราะพ่อแม่นั้น คือ ครูคนแรกของลูก เป็นครูที่สามารถสร้างการเรียนรู้ ให้ลูกได้ตลอดชีวิต ด้วยความสำคัญเช่นนี้ การศึกษาจึงไม่ใช่ภาระหน้าที่เฉพาะของกระทรวงศึกษาธิการเท่านั้น แต่เป็นภารกิจร่วมกันของสังคม

             เสียงสะท้อนทุกข์จากการศึกษา จากปากพ่อแม่/ผู้ปกครอง หัวอกคนเป็นพ่อแม่ที่ฝากอนาคตลูกไว้กับกระทรวงศึกษาธิการไม่ได้อีกต่อไปนั้น เสียงดังฟังชัดว่าทุกวันนี้ปัญหาการศึกษามีมากมายและหลายระดับ ในระดับครอบครัวนั้นแน่นอนว่าความเข้าใจ ความเอาใจใส่ดูแลของพ่อแม่/ผู้ปกครองที่มีต่อลูกก็เป็นปัญหาสำคัญ โดยพ่อแม่/ผู้ปกครองต่างยอมรับว่า ทุกวันนี้ มีพ่อแม่/ผู้ปกครองจำนวนไม่น้อยที่ไม่ได้มีเวลาในการถามไถ่หรือเอาใจใส่ลูกเท่าที่ควร ฝากลูกไว้กับโรงเรียน กับครูเป็นหลัก ขณะเดียวกันก็ขาดทักษะ ความรู้ในการดูแลเด็กที่มีเรื่องของพัฒนาการตามช่วงวัยที่ต่างกัน ซ้ำร้ายในบางราย สภาพครอบครัวไม่พร้อมหน้าด้วยการหย่าร้าง การทำงานต่างถิ่นฝากลูกให้ตายายเลี้ยง สถานการณ์เหล่านี้ก็ส่งผลกระทบต่อจิดใจและการเติบโตของเด็ก และในระดับชุมชนเองนั้นก็ขาดการมีส่วนร่วมในการเข้ามาดูแลเด็กเยาวชนร่วมกัน

             ขณะที่ระดับนโยบาย พ่อแม่/ผู้ปกครองสะท้อนว่า เป็นฐานปัญหาที่สำคัญอย่างยิ่ง การศึกษาไทยที่เป็นอยู่นั้น เด็กไม่ได้รับการผลักดันในเรื่องที่ตัวเองถนัด มุ่งเน้นวิชาการเป็นเลิศแต่อ่อนแอในการพัฒนาจิตใจ คุณธรรม จริยธรรมของเด็ก, นโยบายการจัดการศึกษาของโรงเรียนก็ไม่ต่อเนื่องเปลี่ยนตามผู้บริหารที่ย้ายไปย้ายมา, ผู้บริหารมีอำนาจค่อนข้างเบ็ดเสร็จ, ระบบงบประมาณรายหัวก็สะท้อนถึงความเหลื่อมล้ำไม่เท่าเทียม, ระบบการประเมินโรงเรียนและครู เกณฑ์การวัดผลยังไม่สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ที่ต่างกัน อีกทั้งยังทำให้ครูมุ่งแต่การจัดเตรียมเอกสารเพื่อการประเมินภายนอกจนละเลยการเรียนการสอน , หลักสูตรยังไม่เหมาะสมกับช่วงวัย และระบบการศึกษาไม่สอดคล้องกับบริบททางวัฒนธรรม เป็นต้น

             เสียงสะท้อนข้างต้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของสถานการณ์การศึกษาที่ทำให้พ่อแม่/ผู้ปกครองตระหนักได้ว่า ถึงเวลาแล้วที่จะต้องลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงการศึกษาโดยการมีส่วนร่วมจากทุกฝ่าย ทุกภาคส่วน โดยมีข้อเสนอ ดังนี้

             ๑.ปฏิรูปการกระจายอำนาจ งบประมาณ  ให้โรงเรียนมีการบริหารจัดการ/ ระบบการศึกษาที่มีสภาพคล่องมากที่สุด โดยมีการกระจายอำนาจไม่ขึ้นกับส่วนกลาง ให้การจัดการศึกษาขึ้นอยู่กับท้องถิ่น เอาการศึกษาออกนอกระบบ

             และเมื่อโครงสร้างเปลี่ยน งบประมาณการจัดการศึกษาก็ให้ขึ้นตรงกับท้องถิ่น ให้ทุกภาคส่วนในระดับท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารัดการงบประมาณการศึกษา ที่จะทำให้ได้งบประมาณที่เพิ่มขึ้นเพราะเป็นการระดมจากทรัพยากรที่มีอยู่ในท้องถิ่นนั้นๆ เอง

              ๒.ปฏิรูปการพัฒนากลไกของพ่อแม่ผู้ปกคองและชุมชน จัดตั้งองค์กรกลางที่มีบทบาทเชิงสนับสนุน เพื่อทำหน้าที่สนับสนุบองค์ความรู้(กิจกรรม กระบวนการ เครื่องมือ ความรู้) งบประมาณ รวมทั้งเป็นที่ปรึกษา พี่เลี้ยงแก่พ่อแม่/ผู้ปกครอง และต้องมีการยกระดับ ระเบียบ สพฐ.ว่าด้วยเรื่องเครือข่ายผู้ปกครองให้ชัดเจนมากขึ้น เพราะที่ผ่านมาแม้ว่า พรบ.การศึกษาแห่งชาติได้ประกันสิทธิให้แก่เครือข่ายพ่อแม่/ผู้ปกครอง แต่ระเบียบของ สพฐ.นั้นยังไม่มีการเน้นย้ำถึงสิทธิที่ชัดเจน ทำให้เกิดการไม่ยอมรับจากโรงเรียน ที่ส่งผลทำให้การทำงานของเครือข่ายพ่อแม่/ผู้ปกครองในหลายโรงเรียนเป็นไปอย่างยากลำบาก

             นอกจากนี้ ควรต้องแก้ไขพรบ.การศึกษาแห่งชาติ โดยส่วนที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายพ่อแม่/ผู้ปกครองนั้น ควรต้องระบุว่า รัฐหรือองค์กรกลางที่จะจัดตั้งขึ้นใหม่ก็ตามนั้น จะต้องจัดสรรงบประมาณเพื่อสนับสนุนกิจกรรมของพ่อแม่/ผู้ปกครอง เช่น งบประมาณพัฒนาผู้ปกครอง เป็นต้น รวมทั้งควรจะต้องมีสมัชชาเครือข่ายพ่อแม่ผู้ปกครองที่มีกฎหมายรองรับเพื่อให้เป็นกลไกในการเสนอข้อเสนอในระดับนโยบายได้

             ๓.ปฏิรูปการพัฒนาครูและกระบวนการเรียนการสอน การพัฒนาหลักสูตร ควรมีระบบการนิเทศก์ ส่งเสริมความรู้ การวัดผล การประเมินที่พ่อแม่/ผู้กครองเข้ามามีส่วนร่วม, ควรจัดให้มีบุคลากรเพียงพอต่อการเรียนการสอน และมีบุคลากรตรงกับแผนการเรียนการสอน, จัดให้มีการบูรณาการแหล่งเรียนรู้ที่ส่งเสริมให้เด็กได้เรียนรู้จริง โดยผู้ปกครองและชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการทั้งในการช่วยดำเนินการ เป็นครูอาสาช่วยสอน หรือระดมทุนหาครูมาสอนเสริม และที่สำคัญ ควรมีการปฏิรูปหลักสูตรให้สอดคล้องกับความเป็นจริงมากยิ่งขึ้น

             ๔.ปฏิรูปการพัฒนาทักษะ/สำนึกของพ่อแม่ผู้ปกครอง ให้มีการจัดตั้งศูนย์ให้คำปรึกษาสำหรับครอบครัว โดยมีบทบาทในการให้ความรู้ ฝึกอบรมตั้งแต่เรื่องความเป็นพ่อแม่ การสื่อสาร การรู้เท่าทันลูกในแต่ละช่วงวัย พัฒนาเด็กในแต่ละอายุ การเป็นแบบอย่าง และหน้าที่พลเมือง

             จัดตั้งชมรมอาสาเพื่อลูก(พ่อแม่อาสา) ที่มีการช่วยสอนหนังสือ อาชีพ ศีลธรรม และเฝ้าระวังพฤติกรรมนักเรียน ทำกิจกรรมที่หลากหลายเพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างบ้าน ศาสนสถาน โรงเรียน ชุมชน(บวร./ บวรส.)

             ๕.ปฏิรูปการประเมินคุณภาพ รร.และนร. ต้องมีการปฏิรูปคุณภาพการศึกษาทั้งระบบ ที่ผ่านมาการประเมินคุณภาพทางการศึกษาไม่ชัดเจน การรับรู้ข้อมูลของพ่อแม่/ผู้ปกครองในเรื่องนี้ไม่เท่ากัน ต้องทำให้การประเมินเป็นการประเมินทุกระดับอย่างมีส่วนร่วม นักเรียน ครู โรงเรียน ผู้ปกครอง(ประเมิน ๓๖๐ องศา) โดยต้องทำให้ทุกภาคส่วนตระหนักถึงบทบาทหน้าที่ที่มีต่อการจัดการศึกษา

             ถึงเวลาแล้วที่จะต้องสร้างการเปลี่ยนแปลง อย่างปล่อยให้การศึกษาผูกขาดและเป็นภาระหน้าที่เฉพาะของกระทรวงศึกษาธิการเท่านั้น เพราะการศึกษาเป็นความหวัง ความฝันและอนาคตร่วมของสังคม ดังนั้น การปฏิรูปการศึกษาจึงเป็นภารกิจร่วมกันของพวกเราทุกๆ คน ....เริ่มต้นปฏิรูปการศึกษาทันที ด้วยตัวเอง

.......................................

(หมายเหตุ : เมื่อผู้ปกครองพูดเรื่องการศึกษา บนเวทีระดมความเห็นเพื่อขับเคลื่อนปฏิรูป : กระดานความคิด โดยกลุ่ม/เครือข่ายพ่อแม่ผู้กครอง)