
บทสรุปอายุครม.รักษาการและผลที่ตามมา
บทสรุปอายุคณะรัฐมนตรีรักษาการและผลที่ตามมา : กระดานความคิด โดยเสรี สุวรรณภานนท์
รัฐธรรมนูญ มาตรา 181 บัญญัติว่า “เมื่อมีการยุบสภาผู้แทนราษฎรแล้ว คณะรัฐมนตรีที่พ้นจากตำแหน่ง (รักษาการ) จะต้องอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีคณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่จะเข้ารับหน้าที่”
คำว่า “จะเข้ารับหน้าที่” หมายความว่า เป็นการกำหนดเวลา โดยไม่ได้เคร่งครัดว่าต้องเข้ารับหน้าที่แล้ว
ส่วน “คณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่” และ “จะเข้ารับหน้าที่” ได้เมื่อใดนั้น จะต้องดูบทบัญญัติของ รธน.มาตรา 127 และมาตรา 172 เป็นสำคัญ
ซึ่งในระหว่างปฏิบัติหน้าที่รักษาการนี้ คณะรัฐมนตรีรักษาการ จะปฏิบัติหน้าที่ได้เท่าที่จำเป็นเท่านั้น
ตาม รธน.มาตรา 181(1)-(4) คือ การบริหารประเทศแทบจะไม่สามารถทำอะไรๆ ที่สำคัญได้เลย รัฐธรรมนูญจึงไม่มีเจตนาให้รัฐบาลรักษาการอยู่นานเกินกว่าจำเป็น (ไม่เกิน 60 วัน ตาม รธน.มาตรา 127 และมาตรา 172)
รัฐธรรมนูญ มาตรา 127 บัญญัติว่า “ภายใน 30 วันนับแต่วันเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ให้มีการเรียกประชุมรัฐสภา เพื่อให้สมาชิกได้มาประชุมเป็นครั้งแรก” ซึ่งวันเลือกตั้งตรงกับวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 57 จึงเป็นวันเริ่มนับเป็นวันแรก
รัฐธรรมนูญ มาตรา 172 บัญญัติว่า “ให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีให้แล้วเสร็จภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีการเรียกประชุมรัฐสภาเป็นครั้งแรก ตามมาตรา 127” ดังนั้น คณะรัฐมนตรีรักษาการ จึงมีอายุได้ไม่เกิน 60 วันนับแต่วันเลือกตั้ง (2 ก.พ. 57) ตาม รธน. มาตรา 181, 127 และ 172 (ครบ 60 วัน วันที่ 2 เมษายน 2557)
ส่วนการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี ตาม รธน.มาตรา 172 นั้น รัฐธรรมนูญ ใช้คำว่า “แต่งตั้งนายกรัฐมนตรีให้แล้วเสร็จ” ดังนั้นคำว่า “แต่งตั้งนายกรัฐมนตรีให้แล้วเสร็จ” ดังกล่าวจึงเป็นบทบัญญัติที่มี “สภาพบังคับ” และไม่ควรตีความไปเทียบกับการตรากฎหมาย เพราะการตรากฎหมายยังมีกฎหมายเดิมหรือกฎหมายเทียบเคียงที่สามารถนำมาใช้ได้ แต่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี เป็นตำแหน่งการบริหารประเทศที่มีความสำคัญและมีความจำเป็นต้องให้ได้มาอย่างเร็ว เพราะเป็นความเสียหายของประเทศ
โดยรวมวันที่ 3 เมษายน 2557 เป็นต้นไป จึงไม่มีรัฐบาลรักษาการอีกต่อไป
ตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน 2557 บรรดาข้าราชการและหน่วยงานราชการและหน่วยงานอื่นๆ จึงไม่อาจปฏิบัติตามมติหรือคำสั่งของคณะรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีรักษาการได้ต่อไป หากใครฝ่าฝืนอาจจะมีความผิดตาม ป.อาญา มาตรา 157 เป็นอย่างน้อย และอาจต้องชดใช้เงินหรือค่าเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด



