
การแก้ปัญหาจำนำข้าวตามแนว'วิถีพุทธ'
การแก้ปัญหาจำนำข้าวตามแนว'วิถีพุทธ' : กระดานความคิด โดยสำราญ สมพงษ์รายงาน(FBsamran sompong)
"โครงการจำนำข้าว" เกิดปัญหาจากการเมืองหรือการบริหารงานที่ล้มเหลว มีการทุจริตคอร์รัปชั่นหรือไม่ ในชั้นนี้ถือว่าอยู่ในขั้นตอนของการกล่าวหา ปล่อยให้เป็นหน้าที่ขององค์กรตรวจสอบก็แล้วกัน
แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือว่ารัฐบาลหน่วยงานของรัฐไม่มีเงินจ่ายให้ชาวนาที่เข้าร่วมโครงการ ส่งผลให้เกิดม็อบชาวนา รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ผลัดวันที่จะจ่ายเนื่องจากยังไม่มีเงิน ขายข้าวก็ไม่ได้ราคาหากขายก็ขาดทุนถูกประเทศคู่ค้าด่าอีก ส่งผลให้มีชาวนากว่า 10 รายต้องฆ่าตัวตายหนีปัญหาหนี้สิน หากกู้เงินนอกระบบมาใช้ก่อนต้องบอกว่า "ดอกเบี้ยโหดมาก" จึงทำให้ชาวนาทุกข์ทั้งจ่ายดอกเบี้ยรายงานหรือรายเดือน เมื่อรัฐบาลผลัดวันเช่นนี้ก็ไม่รู้จะเอาเงินที่ไหนไปจ่าย คิดไม่ตกเครียดเลยฆ่าตัวตาย
อย่างไรก็ตามประเทศไทยเป็นเมืองพุทธก็มีการแก้ปัญหาเฉพาะหน้ากันแบบชาวพุทธ จึงได้เห็นภาพของการเปิดรับบริจาคช่วยชาวนา อย่างเช่นม็อบมวลมหาประชาชนภายใต้การนำของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส.เดินเปิดรับบริจาค ดารานักร้องนักแสดงจัดคอนเสิร์ตช่วยรับบริจาคก็ได้เงินหลายล้าน
หรือล่าสุดนายเศรษฐา ศิระฉายา หรือ "ต้อย" นักร้องและนักแสดงอาวุโสชื่อดัง ก็ได้เปิดเผยว่า ขณะนี้กำลังมีความคิดที่จะจัดคอนเสิร์ตช่วยชาวนา ร่วมกับ ธ.ก.ส. ที่ขณะนี้ได้รณรงค์รับบริจาคเข้ากองทุนช่วยชาวนาโดยสามารถโอนเงินผ่านทางธนาคารได้เลย จึงได้เห็นภาพเจ้าหน้าที่ผู้บริหารธนาคาร ธ.ก.ส.ออกเดินรณรงค์ทั่วประเทศไทย
นอกจากนี้ยังได้เห็นภาพพระออกเดินรับบิณฑบาตรับข้าสาร อาหารแห้งจากประชาชนในเขตเทศบาลเมืองบางมูลนาก เพื่อเตรียมนำไปช่วยเหลือชาวนาที่ได้รับผลกระทบจากโครงการรับจำนำข้าวที่ยังไม่ได้รับเงิน ภายใต้การนำของนายพยนต์ อัศวพิชยนต์ นายอำเภอบางมูลนาก พร้อมกับชาวบ้านภายในเขตเทศบาล
นายพยนต์เปิดเผยว่า สำหรับการบิณฑบาตครั้งนี้ เป็นผลการจากการพูดคุยกันระหว่างภาคีเครือข่ายประชาชน คณะสงฆ์ ชมรมโรงสีและอำเภอบางมูลนาก ที่ต้องการช่วยเหลือชาวนาที่ได้รับผลกระทบจากการจำนำข้าว ยังไม่ได้รับเงินและบางรายขึ้นขั้นไม่มีเงินเพื่อมาดำรงชีวิต ก่อนที่จะคิดสั้นถึงฆ่าตาตายอย่างชาวนารายอื่นๆ
ขั้นตอนการช่วยเหลือชาวนา จะมีทางชมรมโรงสีข้าวพิจิตร จะมอบข้าวสาร จำนวน 500 ถุง และมูลนิธิต่างจะมอบเงินสดและพระสงฆ์จะช่วยบิณทบาต เพื่อนำข้าวสารอาหารแห้งและเงินสดที่ได้ไปมอบให้ชาวนาที่เดือดร้อนและมีแนวโน้มที่จะฆ่าตัวตาย หมู่บ้านละ 6 ครอบครัว รวมทั้งสิ้น 468 ครอบครัว ในเขตอำเภอบางมูลนาก
แสดงให้เห็นว่าพระสงฆ์เองก็ไม่ได้นิ่งดูดายกับปัญหาสังคมพร้อมที่จะเข้ามาช่วยหรือไม่ใช่มีความคิดว่า "เรื่องของบ้านเมืองอาตมาไม่เกี่ยว" ซึ่งการบิณฑบาตเช่นนี้ถือได้ว่าเป็นการโปรดสัตว์อย่างแท้จริง เป็นการบริการสังคมทางหนึ่งนอกจากการเทศน์สั่งสอนเท่านั้น
ตัวอย่างข้างต้นนี้ถือได้ว่าเป็นการแก้ปัญหาโครงการจำนำข้าวตามวิถีพุทธในข้อของการให้ทานหรือเรียกว่า "ทานมัย" ซึงคนที่จะให้ทานได้นั้นก็ต้องมีพรหมวิหารธรรม 4 ประการประกอบคือเมตตาเอื้ออาทรต่อเพื่อนร่วมโลก กรุณาเกิดสงสารเมื่อเห็นคนได้รับความทุกข์เดือดคิดจะหาทางช่วยเหลือ
ขณะเดียวกันผู้บริหารประเทศผู้ดำเนินการหรือผู้เกี่ยวข้องตามโครงการจำนำข้าวหากมีหลักธรรมข้างต้นนี้บวกกับไม่ละเมิดศีลข้อที่ 2 อทินนาทาน ก็คงไม่มีข้อครหาตามมา
หากชาวพุทธเราหยึดหลักธรรมในพระพุทธศาสนาไม่เห็นแก่ตัวกันมากนัก ปฏิบัติหลักธรรมคิหิปฏิบัติช่วงท้ายๆของนวโกวาท ดำเนินตามหลักเศรษฐศาสตร์แนวพุทธที่พระพรหมคุณาภรณ์ (ประยุทธ ปยุตโต) เจ้าอาวาสญาณเวศกวันได้เขียนไว้ บวกกับหลักเศรษฐกิจพอเพียง เกษตรทฤษฎีใหม่ เสริมด้วยเกษตรอินทรีย์ด้วยแล้ว บริหารจัดการน้ำให้ดีแบ่งกันอยู่แบ่งกันกิน ไม่ใช่กินคนเดียวหวังเป็นเศรษฐีติดอันดับโลก ก็เชื่อแน่ว่าคนไทยและคนที่อาศรัยบนแผนดินไทยไม่มีอดตายแน่นอน เท่านี้สังคมโลกก็มีความสุขแล้ว ที่มีปัญหาทุกวันนี้เพราะเอาเปรียบกัน



