
แก้วิกฤติเฉพาะหน้า
แก้วิกฤติเฉพาะหน้า : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 7 มีนาคม 2557
ความพยายามของรัฐบาลในอันที่จะบรรเทาความเดือดร้อนของชาวนา เนื่องมาจากความผิดพลาดในนโยบายรับจำนำข้าว เป็นเหตุให้รัฐบาลค้างหนี้ชาวนา 130,000 ล้านบาท ยังคงเป็นการแก้ปัญหากันแบบขายผ้าเอาหน้ารอด เพราะเมื่อเทียบจำนวนเงินที่พอหามาได้ 36,000 ล้านบาทกับจำนวนหนี้ทั้งหมดแล้ว สะท้อนให้เห็นว่า ยังต้องใช้เวลาอีกนานมาก กว่ารัฐบาลจะใช้หนี้ก้อนนี้หมด ขณะที่ชาวนาเองนั้น นอกจากค่าใช้จ่ายเพื่อการครองชีพรายวันแล้ว พวกเขายังต้องการทุนทรัพย์เพื่อต่อลมหายใจของอาชีพชาวนาต่อไป เงินที่รัฐบาลหามาได้ ทั้งเงินทดรองจ่าย 20,000 ล้านบาท เงินจากการระบายข้าวของกระทรวงพาณิชย์ หรือแม้แต่กองทุนที่ตั้งขึ้นโดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) ก็ล้วนแต่จะเป็นเบี้ยหัวแตก ขณะที่หนี้สินของชาวนาที่กู้ยืมมาทั้งในระบบและนอกระบบนั้นก้อนโตเป็นกอบเป็นกำ
สำหรับจำนวนเงินที่ชาวนาควรจะได้รับอย่างถูกต้องตามระบบของการซื้อขาย ก็คือ เงินที่ได้จากการระบายข้าวของกระทรวงพาณิชย์ เดือนละไม่เกิน 10,000 ล้านบาทซึ่งต้องใช้เวลานานถึง 9 เดือน กระทรวงพาณิชย์จึงจะ "ทำมาค้าขาย" หาเงินมาคืนชาวนาเกือบครบตามจำนวนที่ชาวนาขนเอาข้าวมาจำนำไว้กับรัฐบาล หากแต่ช่วงเวลาแห่งการรอคอยอันยาวนานเช่นนั้น ชาวนาจะต้องหว่านกล้าปักดำ ทั้งนาปรังและนาปี อย่างน้อยๆ 2 ฤดูกาล ที่จะต้องใช้ทุนทรัพย์เพื่อปัจจัยการผลิตจำนวนมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันเชื้อเพลิง ปุ๋ย ยาฆ่าแมลง เพียงแค่เฉพาะนาปรังที่กำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้นตั้งแต่เดือนนี้ ชาวนาก็แทบสิ้นเนื้อประดาตัวไปกับการกู้หนี้ยืมสินมาเพื่อจับจ่ายซื้อหากันแล้ว โดยเฉพาะการระดมเครื่องจักรเพื่อต่อสู้กับภาวะแห้งแล้งที่กำลังเผชิญกันอยู่และทำท่าว่าจะวิกฤติหนักในอีก 2 เดือนต่อจากนี้
สำหรับสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำของเขื่อนต่างๆ ที่จัดทำโดยสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน) รายงานล่าสุดไว้เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2557 นี้ว่า เขื่อนในภาคเหนือ ซึ่งจะปล่อยน้ำมาสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาทั้งเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า การเกษตรและกิจกรรมด้านอื่น มีน้ำเหลืออยู่ในอ่าง 47% สามารถใช้งานได้จริง 4,958 ล้านลูกบาศก์เมตร ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเหลือน้ำในอ่าง 52% ใช้งานได้จริง 2,695 ล้านลูกบาศก์เมตร ภาคตะวันตก มีเขื่อนใหญ่ 2 แห่งที่กาญจนบุรี มีน้ำอยู่ในอ่างค่อนข้างมากที่ 76% ใช้งานได้จริง 6,951 ล้านลูกบาศก์เมตร สรุปโดยภาพรวม ขณะนี้อ่างเก็บน้ำในภาคเหนือ และอีสาน อยู่ในภาวะที่ไม่มีศักยภาพที่จะปล่อยน้ำมาให้ชาวนาทำนาปรังได้แล้ว ขณะที่จังหวัดในภาคตะวันตกเช่น ราชบุรี กาญจนบุรี เพชรบุรี ยังมีน้ำสนับสนุนเกษตรกรรมพอประมาณ แต่ก็ประมาทไม่ได้ เพราะจะต้องบริหารจัดการเพื่อผลักดันน้ำเค็มและสนับสนุนน้ำบริโภคในกรุงเทพฯ
นับจากวันนี้เป็นต้นไป ชาวนาในหลายจังหวัดจะประสบปัญหาภัยแล้ง ซ้ำซ้อนความลำบากยากแค้นที่มีอยู่แล้ว ซึ่งก็มีแนวโน้มว่าพวกเขาจะต้องไปกู้หนี้ยืมสินมาเพื่อต่อลมหายใจอาชีพทำนาต่อไปอีกอย่างน้อย 9 เดือนที่รอคอยเงินค่าข้าวจากรัฐบาล แต่สำหรับวิกฤติภัยแล้งที่เป็นปัญหาเร่งด่วนเฉพาะหน้าที่ชาวนากำลังประสบอยู่นี้ รัฐบาลจะต้องเร่งแก้ไขเยียวยาด้วยสรรพกำลังที่มีอยู่โดยเร็วที่สุด อย่าอ้างเรื่องกติกาของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)มาเป็นอุปสรรค เพราะถึงอย่างไรกลไกต่างๆ ของรัฐก็ยังเดินหน้าไปได้ภายใต้ระบบราชการ



