
สัมพันธ์ไทย-จีนมีมากกว่าแพนด้า
ในวันพุธนี้ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะเดินทางไปเยือนจีนเป็นทางการเป็นเวลา 4 วัน เพื่อตอกย้ำสัมพันธ์ทวิภาคีที่สำคัญมากที่สุดของการทูตไทย
แน่นอนครั้งนี้ ประเด็นแรกที่ต้องคุยคืออนาตของลูกสาวของหลินฮุ่ย ซึ่งมีกำหนดกลับบ้านในอีก 639 วันนับตั้งแต่วันนี้ เพราะสัญญาที่ไทยกับจีนเซ็นกันไว้คือลูกแพนด้าต้องกลับมาตุภูมิ ภายใน 2 ปี คือปี 2511 ปัญหาใหญ่คือหลินฮุ่ยและช่วงช่วง มีกำหนดกลับจีนในปี 2513 ซึ่งฝ่ายไทยอยากจะเห็นทั้งครอบครัวกลับพร้อมกัน
ฉะนั้นนายกรัฐมนตรีไทยต้องขอร้องฝ่ายจีนเป็นทางการในช่วงการเดินทาง เพื่อขอยืดกำหนดเวลาให้ลูกสาวหลินฮุ่ยอยู่ต่อไป นี่โชคดี สัมพันธ์ไทย-จีนมีมากกว่าแพนด้าหรือการซื้อขายลำไยแห้งแบบในสมัยก่อน
การเดินทางไปจีนครั้งนี้สำคัญมากสำหรับ รัฐบาลอภิสิทธิ์ เพราะกว่าจะนัดกันได้ ตกลงวันเดินทางกันได้ อุปสรรคมากมาย ผู้นำจีนมีแขกบ้านแขกเมืองมาเยือนมากมาย นอกจากนั้น นายกฯ อภิสิทธิ์ ต้องการสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้นำจีนว่ารัฐบาลไทยมีความมั่นคง ไม่ได้เลอะเทอะอย่างที่เห็น
จีนให้ความสำคัญต่อบทบาทไทยในฐานะที่เป็นประธานอาเซียนมาก เพราะถือว่าเป็นตัวนำบทบาทอาเซียน ต้องคอยติดตามดูว่า รัฐบาลจีนจะออกมาสนับสนุนคำแถลงการณ์ของประธานอาเซียนหรือไม่ ที่เรียกร้องให้ปล่อยตัวนางออง ซาน ซูจี และมีการจัดการเลือกตั้งที่รวมทุกๆ ฝ่าย ด้วยความยุติธรรม
ที่ผ่านมารัฐบาลจีนมักตกเป็นเป้าหมายของประชาคมโลก ถูกต่อว่าเป็นประจำ เนื่องจากไม่ยอมกดดันพม่าให้ปล่อยตัวนางออง ซาน ซูจี หรือเริ่มกระบวนการปรองดองแห่งชาติโดยไม่มีข้อแม้ ระยะหลังจีนมีท่าทีเปลี่ยนไป คือให้การสนับสนุนถ้อยแถลงของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ และคำแถลงการณ์ของแอแซมที่กรุงพนมเปญที่ดุพม่า และเรียกร้องให้ปล่อยตัวนางและนักโทษการเมืองอื่นๆ
จีนดีใจต้อนรับอาเซียนที่มีความมุ่งมั่นมากขึ้นต่อการแก้ไขปัญหาในพม่า ทางฝ่ายจีนต้องการเห็นกระบวนการแก้ไขในภูมิภาคสัมฤทธิผลมากกว่า การที่มีองค์การสหประชาชาติเข้ามายุ่งเกี่ยวนั้นโดยเฉพาะปัญหาพม่า มักจะทำให้เกิดความยุ่งยากขึ้น เพราะสมาชิกคณะมนตรีถาวรแต่ละประเทศมีผลประโยชน์แห่งชาติที่แตกต่างกัน
จีนต้องการเห็นอาเซียนมีบทบาทนำในเรื่องพม่า เพราะเท่ากับเบนความสนใจในการเมืองพม่าให้ออกจากตัวเอง ต้องติดตามดูว่า ท่าทีจีนในช่วงการเดินทางของนายกรัฐมนตรีจะเป็นอย่างไร?
สัมพันธ์ไทย-จีนด้านอื่นๆ พัฒนาไปมากโดยเฉพาะเรื่องการศึกษา ขณะนี้มีนักศึกษาจีนในไทยประมาณ 2 หมื่นคน ในจีนมีนักศึกษาไทยประมาณ 1 หมื่นคน ปีนี้ฝ่ายรัฐบาลไทยขอให้ทางการส่งครูจีนมาไทยประมาณ 2,000 คนเพราะภาษาจีนกลางกำลังได้รับความนิยม
ช่วงปีที่ผ่านมานักท่องเที่ยวจีนตกลงไปมากเนื่องจากการเมืองภายในไม่มั่นคง ทั้งสองฝ่ายจะส่งเสริมให้คนของแต่ละประเทศมาเที่ยวเพื่อให้ได้ถึงจำนวน 4 ล้านคน
สัมพันธ์ไทย-จีนได้มีการปฏิรูปเรียบร้อยแล้ว โดยฝ่ายไทยกับจีนเริ่มความร่วมมือในกรอบของพหุภาคีมากขึ้นเพื่อส่งเสริมสันติภาพและความมั่นคงร่วมกัน



