คอลัมนิสต์

เหตุเกิดที่สกลนคร

เหตุเกิดที่สกลนคร

24 มิ.ย. 2552

ถึงแม้ว่า นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยจะออกมายอมรับความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งซ่อม ที่เขต 3 จ.สกลนคร อย่างลูกผู้ชาย โดยมองว่าสาเหตุที่ทำให้ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทยได้รับชัยชนะในครั้งนี้ มาจากการโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

 ที่ต่อสายถึงกำนันผู้ใหญ่บ้านในเขตเลือกตั้งเพื่อขอเสียงสนับสนุนให้ผู้สมัครของพรรคเพื่อไทย แต่ นายชวรัตน์ ก็คงต้องไม่ลืมว่าก่อนหน้านี้ พรรคภูมิใจไทยก็ขน ส.ส.และรัฐมนตรีทั้งหมดของพรรค ลงไปจัดการสัมมนาแบบเรียลิตี้โชว์ในพื้นที่ จ.สกลนคร จนเป็นข่าวใหญ่ตามสื่อต่างๆ มาแล้ว

 ซึ่งถ้ามองอย่างเผินๆ แล้ว การที่ประชาชนได้มีโอกาสสัมผัสตัวเป็นๆ ของ ส.ส.และรัฐมนตรีที่อยู่ในตำแหน่งในปัจจุบันของพรรคภูมิใจไทย ได้เห็นภาพที่แปลกหูแปลกตาของคนเหล่านั้น ก็น่าจะสร้างคะแนนนิยมได้ดีกว่าแค่สุ้มเสียงจากโทรศัพท์ทางไกลของอดีตนักการเมืองเพียงคนเดียว

 อย่างไรก็ตาม หากมองในเชิงวิเคราะห์แล้ว สาเหตุประการหนึ่งของความพ่ายแพ้ของพรรคภูมิใจไทยในครั้งนี้ น่าจะมีที่มาจากวิธีคิดและวิธีทำงานการเมืองของพรรคภูมิใจไทยที่มีภาพของ นายเนวิน ชิดชอบ ยืนทะมึนอยู่เบื้องหลัง ทั้งในฐานะแกนนำของกลุ่มเพื่อนเนวินที่แยกตัวจากพรรคพลังประชาชน-เพื่อไทย ออกมาจับมือกับพรรคประชาธิปัตย์ และในฐานะผู้มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการเคลื่อนไหวของพรรคภูมิใจไทยในแทบทุกเรื่อง - เรียลิตี้โชว์ของพรรคภูมิใจไทยที่สกลนคร หรือสกลนครโมเดลนั้น ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นการจำลองแบบมาจากอำนาจเจริญโมเดลของ พ.ต.ท.ทักษิณ เพียงแต่ผลลัพธ์ที่ออกมาแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

 ซึ่งถ้าพูดจาประสามวยก็ต้องว่ากระดูกคนละเบอร์ และสกลนครโมเดลได้เน้นย้ำให้เห็นถึงความแปลกแยกระหว่างรัฐมนตรีและ ส.ส.บางส่วนของพรรคภูมิใจไทย กับชาวบ้านระดับรากหญ้าอย่างชัดเจน คงไม่มีใครเชื่อหรอกครับว่าการลงไปดำนาไม่กี่นาทีจะทำให้ท่านรัฐมนตรีเข้าใจชีวิตและความทุกข์ยากของชาวนาอย่างที่ท่านพูด และการที่ นายเนวินตั้งตัวเป็น “อาจารย์ใหญ่” คอยเป่านกหวีดปรี๊ด ปรี๊ด ควบคุมรัฐมนตรี และ ส.ส. ลูกพรรค ถึงขนาดว่าออกเดินตรวจตราในเวลากลางคืนเพื่อป้องกันลูกพรรคหนีกลับไปนอนที่อื่น ก็มีแต่ทำให้คนระดับรัฐมนตรีและผู้แทนราษฎรที่ทรงเกียรติกลายเป็นนักเรียนชั้นประถมที่มาเข้าค่ายฤดูร้อน

 นายเนวิน อาจจะเคยมีฐานะเป็นขุนพลอีสานของพรรคไทยรักไทยต่อมาจนถึงพรรคเพื่อไทย แต่ต้องไม่ลืมว่าพรรคไทยรักไทยนั้นมี พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นแม่ทัพใหญ่ การครอบครองพื้นที่และคะแนนเสียงในภาคอีสาน ย่อมต้องประกอบส่วนด้วยกลไกและความสามารถของ พ.ต.ท.ทักษิณ หาใช่ผลงานของ นายเนวิน เพียงลำพัง และป้อมค่ายที่ พ.ต.ท.ทักษิณ สร้างไว้ก็มีความแน่นหนาเกินกว่าที่พรรคภูมิใจไทยจะหาญหักได้ในเวลานี้

 กับการที่พรรคภูมิใจไทยเรียกร้องให้ “พรรคร่วมรัฐบาลทบทวนท่าทีการบริหารจัดการในพื้นที่ของฝ่ายค้าน” ก็ดี หรือโอดครวญว่า “พรรคภูมิใจไทยถูกส่งไปรบแต่กลับถูกถีบและถูกแทงข้างหลัง” ก็ดี ล้วนเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงวิธีคิดและวิธีทำงานการเมืองของพรรคภูมิใจไทยได้เป็นอย่างดี

 หากถามใจพรรคประชาธิปัตย์และพรรคร่วมรัฐบาลพรรคอื่นๆ ผมก็เชื่อว่าการเลือกตั้งซ่อมที่สกลนครเป็นการสัประยุทธ์ระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคเพื่อไทย ซึ่งไม่ได้ส่งผลกระทบต่อรัฐบาลหรือพรรคร่วมรัฐบาล และชัยชนะของพรรคเพื่อไทยซึ่งมีแต่สาละวันเตี้ยลง โดยรวมแล้วก็ย่อมจะเป็นผลดีต่อพรรคประชาธิปัตย์มากกว่าชัยชนะของพรรคภูมิใจไทยซึ่งกำลังเบ่งพองทาบบารมีพรรคประชาธิปัตย์ และผูกปมปัญหาหลายต่อหลายเรื่องให้พรรคประชาธิปัตย์ตามแก้อยู่ในขณะนี้