
มาหาทางเลือกใหม่ที่พ้นไปจากหวยด้วยกันดีไหม?
"สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต เผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนที่มีต่อหวยออนไลน์ พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ 60.24% เห็นด้วยกรณีที่รัฐบาลจะเปิดจำหน่ายหวยออนไลน์ โดยเหตุผล 3 อันดับแรกที่เห็นด้วย
คือ สามารถนำเงินที่ได้จากการซื้อหวยมาใช้ในการพัฒนาประเทศชาติได้มากขึ้น ช่วยแก้ปัญหาการซื้อหวยใต้ดินที่ผิดกฎหมายให้น้อยลง และเชื่อว่าเมื่อถูกรางวัลแล้วจะได้รับเงินอย่างแน่นอน ไม่ถูกเบี้ยวเหมือนหวยใต้ดิน"
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- ศุกร์ที่ 19 มิถุนายน 2009 15:33:45 น.
เรื่องราวของหวยนั้นเป็นเรื่องราวที่ร้อนแรงเสมอ เพราะถ้าใครเข้ามาแตะเรื่องนี้ก็จะต้องถูกวิพากษ์วิจารณ์
ขณะเดียวกันถ้าไม่แตะเรื่องนี้ก็จะต้องถูกกระแสกดดันจากสังคมอีกด้านหนึ่งให้แสดงท่าทีที่ชัดเจนว่าจะเอายังไงกับหวยใต้ดินที่ถูกมองว่าเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย
เรื่องหวยจึงมีลักษณะที่ซับซ้อนตรงที่ว่ากลายเป็นสิ่งที่หล่นไปอยู่ในเรื่องของ "ความเลวร้ายที่จำเป็น" (necessary evil) หรือสิ่งที่สังคมก็รู้ว่าไม่ดี แต่ถ้าไม่ทำก็จะเกิดสิ่งที่เลวร้ายกว่า
นี่คือการตีความแบบหนึ่งที่จะทำให้ภาพหัวข่าวว่าประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับหวยออนไลน์มีความชัดเจนขึ้น
อย่างไรก็ตาม เราอาจจะลองใช้โอกาสนี้มาพิจารณากันใหม่ว่า ถ้าเราไม่รีบร้อนตั้งหลักที่เรื่องว่า จะเอาหวยหรือไม่เอาหวย แล้วก็มานั่งให้คำอธิบายว่าต้องเอาหวยเพราะประชาชนต้องการ และทั้งประชาชนและรัฐก็ไม่ได้เห็นดีเห็นงามกับสิ่งนี้ แต่ถ้าไม่ทำก็จะแย่กว่านี้
ยุ่งอีนุงตุงนังไปหมด
ถ้าเราอยากไปให้พ้นกับเรื่องหวย เราก็ควรเลิกตั้งหลักเรื่องนี้จากการมองว่าเป็นการพนัน เป็นอบายมุข แล้วก็แสวงหาสิ่งดีจากสิ่งเลว ในความหมายที่ว่า เราจะเอาเงินที่ได้จากสิ่งเลวๆ ไปทำในสิ่งดีๆ
เราควรมองใหม่ว่าสิ่งที่สังคมต้องการนั้นก็คือ ความหวัง การลงทุนทางสังคม และการระดมทุนทางสังคม ซึ่งสิ่งเหล่านี้อาจไม่จำเป็นต้องมาจากเรื่องของหวยก็ได้
ความรุ่งเรืองของหวยนั้นสะท้อนให้เห็นว่าคนจำนวนมากนั้นไม่สามารถแสวงหาความมั่งคั่งจากชีวิตประจำวันได้ นั่นแปลว่ารายได้ของเขาต่ำ และเขาไม่สามารถออมเงินได้ สิ่งเหล่านี้คนที่ไม่จนก็มักจะอ้างว่าเกิดจากคนจนไม่ขยัน และไม่อดออม และพึ่งพาอบายมุข ทั้งที่ความจริงแล้วมีปัจจัยอีกมากมายที่ทำให้คนจำนวนมากในสังคมไม่สามารถที่จะแสวงหาและสะสมความมั่งคั่งได้
ทั้งที่ความไม่สามารถแสวงหาความมั่งคั่งได้ อาจเป็นเพราะนโยบายการพัฒนาบางอย่างของประเทศในอดีตที่ผ่านมาที่ส่งเสริมให้เกิดพฤติกรรมทางเศรษฐกิจบางอย่างที่ทำให้เขาต้องพึ่งพาปัจจัยที่เขาควบคุมไม่ได้ อาทิ เศรษฐกิจโลก หรือการที่รัฐไม่ช่วยยกระดับค่าจ้างและความชำนาญให้แก่พลเมืองของพวกเขา หากเต็มใจที่จะส่งเสริมการผลิตของถูกให้ตลาดโลก และทำให้รายได้และค่าแรงของประชาชนจำนวนมากนั้นอยู่แตะเส้นเลี้ยงชีพมากกว่าการมีรายได้ส่วนเกิน และยังเกี่ยวข้องกับเรื่องของการที่ประชาชนไม่มีสวัสดิการที่ดีเพียงพอ ทำให้เขาต้องแบกรับต้นทุนจำนวนมาก เช่น การต้องหาเงินมาจ่ายค่าเล่าเรียนในตอนเปิดเทอมให้ลูกของเขา เป็นต้น
นอกจากนั้นเราอาจไม่สามารถเชื่อได้อีกต่อไปว่า รัฐจะมีความเข้าใจในการลงทุนทางสังคมได้ดีกว่าประชาชนและชุมชน ดังนั้นการรอให้มีเงินหวยอยู่ในมือรัฐหรือในมือกองทุนต่างๆ แล้วพยายามอ้างว่านำไปใช้กับสังคมนั้นจะเสี่ยงต่อการตั้งคำถามและการตรวจสอบถึงการทุจริตและแรงจูงใจในการลงทุนอยู่เสมอ
ดังนั้นในอุดมคติเราอาจจะต้องมาช่วยกันฝันว่า จะทำอย่างไรให้ประชาชนสามารถนำเอาเงินของเขาไปลงทุนในกองทุนทางสังคมเล็กๆ ที่ทำให้เขาคืนกำไรได้ในรูปแบบอื่นๆ ซึ่งอาจเป็นทั้งเรื่องตัวเงิน และเรื่องการยกระดับสังคมที่ดีขึ้น เช่น การลดปัญหาอาชญากรรม หรือการส่งเสริมการศึกษาและวัฒนธรรม (ซึ่งเราพบว่าประชาชนนั้นนอกจากเล่นหวยแล้ว เขายังทำบุญในลักษณะของทั้งการช่วยเหลือสังคมและการอธิษฐานภาวนาด้วย) ซึ่งทำให้องค์กรชาวบ้านและองค์กรพัฒนาเอกชนไม่จำเป็นต้องขึ้นกับงบรัฐบาลหรืองบจากต่างประเทศ เป็นต้น



