คอลัมนิสต์

สรุป10ปีไฟใต้1ปีเจรจา!กองทัพชี้เหตุลดลงต่อเนื่อง

สรุป10ปีไฟใต้1ปีเจรจา!กองทัพชี้เหตุลดลงต่อเนื่อง

06 มี.ค. 2557

สรุป10ปีไฟใต้1ปีเจรจา! กองทัพชี้เหตุลดลงต่อเนื่อง : ตะลุยกองทัพ โดยทีมข่าวความมั่นคง

               ปี 2557 เป็นวาระครบรอบ 10 ปีเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เริ่มขึ้นในเหตุการณ์ปล้นปืนเมื่อวันที่ 4 มกราคม 2547 และยังเป็นวาระครบ 1 ปีของการพูดคุยเพื่อสันติภาพเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2556 ทว่าเหตุร้ายรายวันก็ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

               อย่างไรก็ตาม พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า กลับมองว่า สถานการณ์ได้คลี่คลายขึ้นตามลำดับ

               ทั้งนี้ สถิติอย่างเป็นทางการถึงวันที่ 2 มกราคม 2557 พบว่า มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้น 8,540 ครั้ง ปี 2547 จำนวน 601 ครั้ง ปี 2548 จำนวน 1,006 ครั้ง ปี 2549 จำนวน 1,249 ครั้ง ปี 2550 จำนวน 1,669 ครั้ง ปี 2551 จำนวน 769 ครั้ง ปี 2552 จำนวน 757 ครั้ง ปี 2553 จำนวน 625 ครั้ง ปี 2554 จำนวน 680 ครั้ง ปี 2555 จำนวน 542 ครั้ง และปี 2556 จำนวน 615 ครั้ง

               จะเห็นได้ว่า เหตุการณ์ความรุนแรงพุ่งขึ้นสูงสุดในปี 2550 ก่อนจะค่อยๆ ลดจำนวนลงตามลำดับมาจนถึงปี 2556 และจากคดีที่เกิดขึ้น 120,000 กว่าคดี พิสูจน์ทราบว่าเป็น "คดีความมั่นคง" เพียง 7% เท่านั้น

               พ.อ.ปราโมทย์ ระบุว่า จากสถิติเหตุร้ายที่เกิดขึ้น (ไม่รวมเหตุเรื่องส่วนตัว) พบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต รวมทั้งสิ้น 15,317 คน แยกเป็นผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ 9,965 คน เสียชีวิต 5,352 คน

               แบ่งเป็น ทหาร 2,928 นาย (เสียชีวิต 499 นาย, บาดเจ็บ 2,429 นาย) ตำรวจ 1,471 นาย (เสียชีวิต 312 นาย, บาดเจ็บ 1,159 นาย) อาสารักษาดินแดน (อส.) 538 นาย (เสียชีวิต 181 นาย, บาดเจ็บ 357 นาย)

               บุคลากรทางการศึกษา 378 คน (เสียชีวิต 187 คน, บาดเจ็บ 191 คน) เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง 332 คน (เสียชีวิต 200 คน, บาดเจ็บ 132 คน) ผู้นำศาสนา, ประชาชน และอื่นๆ 9,175 คน (เสียชีวิต 3,574 คน, บาดเจ็บ 5,601 คน) ผู้ก่อเหตุรุนแรง 495 คน (เสียชีวิต 399 คน, บาดเจ็บ 96 คน)

               ในจำนวนนี้ แบ่งเป็นผู้ที่นับถือศาสนาพุทธ 8,585 คน (เสียชีวิต 2,259 คน, บาดเจ็บ 6,326 คน), ศาสนาอิสลาม 6,108 คน (เสียชีวิต 2,962 คน, บาดเจ็บ 3,146 คน) ไม่ระบุศาสนา 624 คน (เสียชีวิต 131 คน, บาดเจ็บ 493 คน) ตามลำดับ

               นอกจากนี้ยังมีตัวชี้วัดที่เป็นรูปธรรม เช่น 1.ประชาชนให้ความร่วมมือเจ้าหน้าที่รัฐมากขึ้น ไม่มีเหตุขับไล่ทหารเหมือนในช่วงแรก 2.ไม่มีการแทรกแซงจากต่างประเทศ และไม่มีกองกำลังต่างชาติเข้ามาปฏิบัติการ 3.ประชาชนเข้าใจต่อการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่มากขึ้น แม้ดัชนีชี้วัดจะอยู่ในระดับปานกลาง แต่ก็ถือว่าดีขึ้นเรื่อยๆ

               ส่วนประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติภาพนั้น พ.อ.ปราโมทย์ ชี้ว่า ในระดับนโยบายเป็นเรื่องของรัฐบาลที่ดำเนินการไป ส่วน กอ.รมน.ภาค 4 ก็ได้จัดเวทีคู่ขนานไปด้วยทั้งในระดับภาคประชาสังคม และระดับเวทีของประชาชนในพื้นที่ หรือโครงการพาคนกลับบ้าน ซึ่งเป็นหนึ่งในกระบวนการเปิดโอกาสให้มีการพูดคุยกัน แต่ทั้งหมดต้องอยู่ภายใต้กรอบมาตรา 1 ของรัฐธรรมนูญ

               โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. ระบุว่า แม้จะมีการพูดคุย แต่ก็ยังมีการเคลื่อนไหวของอีกฝ่าย ทั้งปีกของกองกำลัง ซึ่งมีการสร้างสถานการณ์ความรุนแรงที่กระทบความรู้สึกของคนภายนอก ขณะที่ปีกการเมืองก็พยายามปลุกระดมในพื้นที่ เช่น การสร้างกระแส self determination (สิทธิในการกำหนดใจตนเองในการเลือกที่จะอยู่อย่างเดิมหรือแยกตัวออกไป) ซึ่งกองทัพได้เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

               "มีภาคประชาสังคมในพื้นที่ รวมทั้งนักวิชาการจากภายนอกประเทศเข้ามาจัดเวทีพูดคุยในประเด็นสิทธิในการกำหนดใจตนเอง โดยยกกรณีติมอร์ และบังซาโมโร ซึ่งมีการพูดเกินเลยไป เราก็ได้เข้าไปพูดคุยทำความเข้าใจแล้ว และเชื่อว่า คนในพื้นที่จะไม่คล้อยตาม เพราะผลสำรวจของ ม.อ.ปัตตานี พบว่ามีคนเห็นด้วยเพียง 0.3% เท่านั้น"

               โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. กล่าวด้วยความเชื่อมั่น โดยยกความสำเร็จของโครงการพาคนกลับบ้านที่มี "ผู้หลงผิด" มามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม โดยที่ผ่านมามีการปลดหมายจับตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ประมาณ 600-700 คน และให้ประกันตัวในความผิดตาม ป.วิ อาญา กว่า 1,000 คน จากทั้งหมด 2,000 กว่าคน ซึ่งเชื่อมั่นว่าจะได้รับความร่วมมือมากขึ้นตามลำดับ

.......................

(หมายเหตุ : สรุป10ปีไฟใต้1ปีเจรจา! กองทัพชี้เหตุลดลงต่อเนื่อง : ตะลุยกองทัพ โดยทีมข่าวความมั่นคง)